'ฮุน มาเนต'เผยกัมพูชาแจ้งกับ UNCLOS แล้ว"เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชา"
กัมพูชาเริ่มกระบวนการแก้ไขข้อพิพาทตามแนวทางของสหประชาชาติเกี่ยวกับข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลในอ่าวไทย ซึ่งมีแหล่งพลังงานใต้ทะเลมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
สำนักข่าว AFP รายงานว่าสองประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเรื่องพิพาทกันเรื่องเขตแดนทางทะเลและการกำหนดเขตแดนทางบกยาว 800 กิโลเมตร (500 ไมล์) มานานหลายทศวรรษ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องมาจากการกำหนดแผนที่ในยุคที่ฝรั่งเศสล่าอาณานิคมในอินโดจีน
AFP รายงานด้วยว่าทั้งสองฝ่ายตกลงหยุดยิงกันในเดือนธันวาคมหลังจากเกิดการปะทะกันอย่างรุนแรงสองรอบตามแนวชายแดน แต่ทั้งสองฝ่ายต่างกล่าวหาซึ่งกันและกันว่าละเมิดข้อตกลงหยุดยิงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
การที่กัมพูชาเริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อเดือนที่แล้ว ไทยยกเลิกข้อตกลงทวิภาคีเมื่อปี 2544 หรือ MoU 44 เกี่ยวกับการจัดการพื้นที่ทับซ้อนของเขตแดนทางทะเลและการสำรวจพลังงาน
นายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกุล ของไทยกล่าวว่า รัฐบาลของไทยได้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจ หรือที่รู้จักกันในชื่อ MoU 44 เนื่องจากความขัดแย้งที่ยืดเยื้อในการดำเนินการ
นายกรัฐมนตรีฮุน มาเนต ของกัมพูชากล่าวในรายการโทรทัศน์ของรัฐ TVK วันนี้ว่า รัฐบาลของเขาได้ส่งหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการไปยังไทยและเลขาธิการสหประชาชาติเพื่อ "เริ่มกระบวนการไกล่เกลี่ยภาคบังคับ" ภายใต้ UNCLOS
"เราได้ดำเนินการขั้นตอนนี้เพื่อปกป้องอธิปไตยและสิทธิทางทะเลของกัมพูชาตามกฎหมายระหว่างประเทศ" ฮุน มาเนต กล่าว
"ทั้งกัมพูชาและไทยจะได้รับประโยชน์จากการยุติข้อพิพาทอย่างเป็นธรรมและยั่งยืนที่ตกลงกันภายใต้การชี้นำของผู้ไกล่เกลี่ยผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศ"
ทั้งนี้ ทั้งสองประเทศเป็นภาคีของอนุสัญญา UNCLOS
กระทรวงการต่างประเทศของไทยไม่ได้ตอบคำขอความเห็นจากสำนักข่าว AFP ณ วันที่รายงานข่าวนี้
กระทรวงพลังงานของไทยประเมินรายได้ในอนาคตจากน้ำมันและก๊าซธรรมชาติในพื้นที่ทับซ้อนที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ไว้ว่าจะมีมูลค่าประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
ข้อพิพาทชายแดนที่ยืดเยื้อมานานของทั้งสองประเทศปะทุขึ้นเป็นการสู้รบในเดือนกรกฎาคมและธันวาคม ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบคน และทำให้หลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนที่ทั้งสองประเทศอ้างสิทธิ์ตกอยู่ภายใต้การควบคุมของไทย
กัมพูชาเรียกร้องให้กองกำลังไทยถอนตัวออกจากพื้นที่เหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และประณามไทยเกี่ยวกับการทำลายปราสาทหินโบราณหลายแห่งที่เกิดขึ้นระหว่างการสู้รบ
Agence France-Presse
Photo - Hun Manet/Facebook