“วุฒิสภาสหรัฐ” ผ่านร่างงบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ หนุนมาตรการเนรเทศผู้อพยพของทรัมป์
"วุฒิสภาสหรัฐ" ผ่านร่างงบ 7 หมื่นล้านดอลลาร์ให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ หนุนการบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมือง-การเนรเทศผู้อพยพตามนโยบายของทรัมป์
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 16.24 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าวุฒิสภาสหรัฐลงมติผ่านร่างกฎหมายจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (Department of Homeland Security: DHS) มูลค่า 70,000 ล้านดอลลาร์ในช่วงเช้ามืดวันศุกร์ (5 มิ.ย.) ถือเป็นชัยชนะทางการเมืองครั้งสำคัญของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ในการผลักดันนโยบายด้านการตรวจคนเข้าเมือง
ร่างกฎหมายดังกล่าวผ่านความเห็นชอบด้วยคะแนนเสียง 52 ต่อ 47 โดยไม่มีสมาชิกพรรคเดโมแครตคนใดลงคะแนนสนับสนุน และมีสมาชิกพรรครีพับลิกัน 1 คนลงคะแนนคัดค้าน
หลังจากผ่านวุฒิสภาแล้ว ร่างกฎหมายจะถูกส่งต่อไปยังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดย ผู้นำพรรครีพับลิกัน ระบุว่า สภาผู้แทนราษฎรอาจยังไม่หยิบยกร่างกฎหมายดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาก่อนสัปดาห์หน้า
งบประมาณเพิ่มเติมดังกล่าวจะถูกนำไปใช้สนับสนุนมาตรการปราบปรามผู้อพยพผิดกฎหมายและการเนรเทศครั้งใหญ่ของรัฐบาลทรัมป์ในช่วง 3 ปีข้างหน้า ทั้งนี้งบประมาณก้อนใหม่จะเข้ามาเสริมกับวงเงินอีกประมาณ 100,000 ล้านดอลลาร์ที่ยังไม่ได้ถูกใช้จ่าย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงบประมาณด้านความมั่นคงที่พรรครีพับลิกันเคยผลักดันผ่านสภาเมื่อปีที่ผ่านมา
พรรครีพับลิกันกล่าวหาพรรคเดโมแครตว่าพยายามตัดงบหน่วยงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (ICE) รวมถึงหน่วยลาดตระเวนชายแดน (Border Patrol) แม้ว่าทั้งสองหน่วยงานจะยังมีงบประมาณเหลือใช้อีกจำนวนมากก็ตาม
อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่สร้างความขัดแย้งมากที่สุดระหว่างการอภิปรายไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายคนเข้าเมืองโดยตรง แต่เป็นความพยายามของสมาชิกวุฒิสภาหลายคนในการแก้ไขร่างกฎหมายเพื่อจำกัดการใช้งบประมาณของรัฐบาลกลางในประเด็นอื่น
หนึ่งในประเด็นสำคัญคือข้อเสนอห้ามใช้เงินภาษีประชาชนหรือเงินบริจาคเอกชนสำหรับการก่อสร้างห้องบอลรูมขนาด 90,000 ตารางฟุตในทำเนียบขาว ซึ่งทรัมป์ผลักดันให้ดำเนินการ
อีกประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก คือ กองทุนต่อต้านการใช้รัฐเป็นอาวุธทางการเมือง (Anti-Weaponization Fund) ซึ่งฝ่ายเดโมแครตเรียกว่าเป็นกองทุนลับที่อาจถูกใช้เพื่อชดเชยหรือช่วยเหลือพันธมิตรทางการเมืองของทรัมป์ที่อ้างว่าถูกหน่วยงานรัฐปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
อย่างไรก็ตามข้อเสนอแก้ไขทั้งหมดไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาได้ ชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในวุฒิสภาจากพรรคเดโมแครต ระบุหลังการลงคะแนนว่า พรรครีพับลิกันปฏิเสธที่จะยุติกองทุนดังกล่าวอย่างถาวร
"ผู้เสียภาษีต้องพึ่งพาเพียงคำสัญญาจากบุคคลใกล้ชิดของทรัมป์เท่านั้น นี่ไม่ใช่ความรับผิดชอบต่อสาธารณะ แต่เป็นการเปิดทางให้เกิดการใช้อำนาจตามอำเภอใจ" ชูเมอร์กล่าว
แม้ว่าทำเนียบขาวและกระทรวงยุติธรรมจะระบุว่ากองทุนดังกล่าวถูกระงับไว้แล้ว แต่ทรัมป์ยังคงแสดงท่าทีสนับสนุน โดยกล่าวกับผู้สื่อข่าวเมื่อวันพุธว่า"ผมชอบมันมาก ผมคิดว่ามันมีความสำคัญอย่างยิ่ง"
นอกจากนี้สมาชิกพรรครีพับลิกันบางส่วนยังเริ่มแสดงความกังวลต่อบางนโยบายของทรัมป์ โดยเฉพาะในช่วงที่คะแนนนิยมของเขาปรับลดลงก่อนการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน
ในช่วงที่ผ่านมา ทรัมป์เผชิญเสียงวิจารณ์จากทั้งฝ่ายค้านและสมาชิกบางส่วนในพรรครีพับลิกัน จากหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นแผนใช้งบประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์เพื่อสร้างห้องบอลรูมในทำเนียบขาว การเสนอชื่อบุคคลใกล้ชิดทางการเมืองเข้าสู่ตำแหน่งสำคัญ รวมถึงนโยบายด้านการบริหารภาครัฐอื่น ๆ
แม้จะมีความเห็นต่างภายในพรรคบ้าง แต่การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณด้านคนเข้าเมืองครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรัฐบาลทรัมป์ในการผลักดันนโยบายควบคุมชายแดนและการเนรเทศผู้อพยพ ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายหลักที่เขาใช้หาเสียงและผลักดันมาตั้งแต่กลับเข้าสู่ทำเนียบขาว
อ้างอิง : www.reuters.com