“แคนาดา” เปิดยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ ตั้งเป้าใช้ในธุรกิจ 60% ภายในปี 2577
"แคนาดา" เปิดตัวแผนยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ระยะ 10 ปี อัดฉีดงบ 2 พันล้านดอลลาร์แคนาดา ตั้งเป้าใช้ในธุรกิจ 60% ภายในปี 2577 และสร้างงานใหม่ 250,000 ตำแหน่ง
วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 00.32 น. สำนักข่าว BBC รายงานว่า รัฐบาลแคนาดาเปิดเผยยุทธศาสตร์ปัญญาประดิษฐ์ (AI) แห่งชาติที่หลายฝ่ายจับตามอง ซึ่งจะเป็นแผนแม่บทกำหนดทิศทางการพัฒนาและการใช้งาน AI ของประเทศตลอดทศวรรษหน้า ท่ามกลางความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และผลกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต
นายมาร์ก คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา กล่าวในพิธีเปิดตัวว่า การมาถึงของ AI เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ และเทคโนโลยีดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการทำงาน การเรียนรู้ และการใช้ชีวิตของผู้คนอย่างรวดเร็ว
ยุทธศาสตร์ฉบับใหม่นี้มาพร้อมงบประมาณมากกว่า 2 พันล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อยกระดับความรู้ด้าน AI ของประชาชน เพิ่มการนำ AI ไปใช้ในภาคธุรกิจและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันของประเทศในระยะยาว หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของยุทธศาสตร์ฉบับนี้คือการรักษาอธิปไตยทางเทคโนโลยีของแคนาดา โดยรัฐบาลมองว่าประเทศยังพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานและผู้ให้บริการจากต่างประเทศมากเกินไป
เอกสารยุทธศาสตร์ระบุว่า ปัจจุบันบริษัทแคนาดาจำนวนมากยังจัดเก็บข้อมูลสำคัญไว้ในต่างประเทศ ขณะที่รัฐบาลเองก็ยังต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ไม่ได้เป็นเจ้าของโดยคนแคนาดา
คาร์นีย์เตือนว่า AI อาจถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือโจมตีประเทศได้ในอนาคต หากไม่มีการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางเทคโนโลยี
เพื่อลดความเสี่ยงดังกล่าว รัฐบาลจึงเสนอแผนสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์สาธารณะระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูง เพื่อให้ภาคธุรกิจ นักวิจัย และสถาบันการศึกษาภายในประเทศสามารถเข้าถึงทรัพยากรคอมพิวเตอร์ขั้นสูงได้
นอกจากนี้ยังมีแผนสนับสนุนการก่อสร้างศูนย์ข้อมูล AI ขนาดใหญ่ภายในประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในแคนาดา และเพิ่มขีดความสามารถด้านการประมวลผลอย่างมีนัยสำคัญภายในปี 2573
แม้แคนาดาจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีบุคลากรด้าน AI ชั้นนำของโลก แต่ประเทศกลับเผชิญปัญหาการสูญเสียบุคลากรไปยังสหรัฐฯ มาอย่างต่อเนื่อง
ตัวอย่างสำคัญคือ เจฟฟรีย์ ฮินตัน นักวิจัยผู้ได้รับฉายาบิดาแห่ง AI และเจ้าของรางวัลโนเบล ซึ่งขายบริษัทของตนให้กับ Google และทำงานกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐเป็นเวลาหลายปี
เช่นเดียวกับ อิลยา ซุตสเคเวอร์ นักวิจัยชาวแคนาดาที่ร่วมก่อตั้ง OpenAI รัฐบาลแคนาดาจึงเตรียมเพิ่มทุนสนับสนุนงานวิจัย มอบทุนวิจัยระยะยาว และเพิ่มจำนวนตำแหน่งศาสตราจารย์ด้าน AI ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเตรียมเปิดเส้นทางเร่งด่วนสำหรับผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากต่างประเทศให้สามารถเข้ามาทำงานและได้รับถิ่นที่อยู่ถาวรในแคนาดาได้ง่ายขึ้น รัฐบาลยังจัดสรรงบประมาณ 500 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อลงทุนในบริษัท AI ของแคนาดา โดยเปิดทางให้ภาครัฐสามารถถือหุ้นในกิจการเหล่านี้ได้
แม้ AI จะถูกมองว่าเป็นภัยคุกคามต่อการจ้างงานในหลายอุตสาหกรรม แต่รัฐบาลแคนาดามองว่าเทคโนโลยีดังกล่าวสามารถสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจได้มหาศาล
ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ตั้งเป้าสร้างงานใหม่ถึง 250,000 ตำแหน่ง ผ่านการขยายการใช้งาน AI ในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ อย่างไรก็ตามเอกสารไม่ได้ระบุจำนวนตำแหน่งงานที่อาจหายไปจากการนำ AI มาใช้ในวงกว้าง
ข้อมูลของรัฐบาลระบุว่า ในช่วงปี 2567-2568 มีเพียง 12% ของธุรกิจแคนาดาที่นำ AI มาใช้ รัฐบาลจึงตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนดังกล่าวเป็น 60% ภายในปี 2577 เพื่อสนับสนุนเป้าหมายดังกล่าว รัฐบาลเตรียมวงเงิน 500 ล้านดอลลาร์แคนาดา สำหรับช่วยเหลือภาคธุรกิจในการนำ AI มาใช้ และอีก 50 ล้านดอลลาร์สำหรับผู้สร้างสรรค์ผลงาน เพื่อให้สามารถใช้ AI ได้ตามเงื่อนไขและรูปแบบที่เหมาะสมกับตนเอง
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการนำ AI มาแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างของระบบสาธารณสุขแคนาดา โดยเฉพาะปัญหาคิวรอพบแพทย์ที่ยาวนาน และการขาดแคลนแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป รัฐบาลเตรียมจัดสรรงบประมาณ 200 ล้านดอลลาร์แคนาดา เพื่อพัฒนา AI ด้านสุขภาพ โดยเน้นการลดภาระงานเอกสารของบุคลากรทางการแพทย์ และยกระดับประสิทธิภาพการวินิจฉัยโรค
คาร์นีย์ระบุว่า ปัจจุบันเกือบ 75% ของประเทศในสหภาพยุโรปเริ่มใช้ AI ช่วยวิเคราะห์ภาพทางการแพทย์และตรวจจับโรคแล้ว
ผลสำรวจของรัฐบาลพบว่า ประชาชนแคนาดายังมีมุมมองต่อ AI ที่แตกต่างกันอย่างมาก โดย 34% มองว่า AI เป็นประโยชน์ต่อสังคม ขณะที่ 36% มองว่าเป็นอันตราย นอกจากนี้ประชาชนเกือบครึ่งหนึ่งยังมองว่า AI อาจเป็นภัยคุกคามต่อมนุษยชาติ รัฐบาลจึงเตรียมเปิดตัวโครงการส่งเสริมความรู้ด้าน AI ระดับชาติ เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการเรียนรู้ AI ขั้นพื้นฐาน โดยจะร่วมมือกับห้องสมุดสาธารณะทั่วประเทศในการจัดอบรม
แม้รัฐบาลจะให้คำมั่นว่าจะออกกฎหมายใหม่เพื่อคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ความปลอดภัยของเด็ก และปรับปรุงกฎหมายความปลอดภัยออนไลน์ให้สอดคล้องกับยุค AI แต่ยุทธศาสตร์ฉบับนี้ยังไม่มีรายละเอียดชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการดังกล่าว
ประเด็นความปลอดภัยของ AI กลายเป็นเรื่องอ่อนไหวในแคนาดาหลังเกิดเหตุกราดยิงในรัฐบริติชโคลัมเบียเมื่อต้นปี ซึ่งภายหลังพบว่าผู้ก่อเหตุเคยใช้ ChatGPT พูดคุยเกี่ยวกับความรุนแรงจากอาวุธปืนก่อนเกิดเหตุ
เหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่การเรียกผู้บริหาร OpenAI เข้าให้ข้อมูลต่อรัฐบาล และการหารือเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการออกกฎหมายใหม่ด้านความปลอดภัย AI
คาร์นีย์ยอมรับว่า แคนาดาจำเป็นต้องพูดคุยอย่างจริงจังเกี่ยวกับความเสี่ยงของ AI ไม่ว่าจะเป็น Deepfake แชตบอตที่ไม่ปลอดภัย หรือข้อมูลเท็จที่สร้างโดย AI
อย่างไรก็ตามพรรคฝ่ายค้านอนุรักษนิยมวิจารณ์ว่ายุทธศาสตร์ฉบับนี้ยังขาดรายละเอียดที่ชัดเจนเกี่ยวกับมาตรการคุ้มครองประชาชน
"เรื่องความปลอดภัยที่รัฐบาลสัญญาไว้แทบไม่ปรากฏอยู่ในเอกสารฉบับนี้เลย" เมลิสซา แลนต์สแมน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคอนุรักษนิยมกล่าว
อ้างอิง : bbc.com