โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2569

สวพ.FM91

อัพเดต 04 มิ.ย. เวลา 22.37 น. • เผยแพร่ 04 มิ.ย. เวลา 22.37 น.

24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 4 มิถุนายน 2569

>> เพลิงไหม้ภายในอาคาร ซอยศรีนครินทร์ 61 ห้องเก็บเอกสารเสียหายวอด

06.32 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ บริษัทแห่งหนึ่ง ซอยศรีนครินทร์ 61 ถนนศรีนครินทร์ แขวงหนองบอน เขตประเวศ กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น อาคาร 6 ชั้น ประกอบกิจการ จำหน่ายอุปกรณ์เคมีภัณฑ์และวิทยาศาสตร์ ต้นเพลิงเกิดขึ้น ชั้น 5 ภายในห้องเก็บเอกสาร เพลิงลุกไหม้ ห้องเก็บเอกสารเสียหายหมดทั้งห้อง พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 200 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งห้อง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยเฉลิมพระเกียรติ

>> รถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ หญิงสาวเสียชีวิตกลางถนน จ.ปทุมธานี

07.00 น. รับแจ้งจากศูนย์วิทยุร่วมปทุม ตรวจสอบอุบัติเหตุรถกระบะชนกับรถจักรยานยนต์ และมีผู้เสียชีวิต ถนนหมายเลข 347 ใกล้เคียงทางเข้าหมู่บ้านอภิเชษฐ์ อ สามโคก จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถกระบะ เชฟโลเลต สีเทา ลักษณะชนกับ รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า สีขาว ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นผู้หญิง ในส่วนของสาเหตุอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก

>> ผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 2 ราย หลังยิงใส่เจ้าหน้าที่ ระหว่างปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ จ.ปัตตานี

09.07 น. จากกรณีเจ้าหน้าที่เข้าปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายต่อกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง บริเวณบ้านท่าคลอง หมู่ 10 ตำบลโคกโพธิ์ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอน โดยพยายามเจรจาและเกลี้ยกล่อมให้ผู้ก่อเหตุออกมามอบตัวเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และหลีกเลี่ยงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น แต่กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่ ส่งผลให้เกิดการปะทะและการตอบโต้ตามสถานการณ์
ล่าสุด ได้รับการยืนยันว่ามีผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 2 ราย โดยจากการตรวจสอบเบื้องต้น ทราบชื่อ 1 ราย เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบและยืนยันอัตลักษณ์บุคคลอย่างเป็นทางการ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังคงควบคุมพื้นที่โดยรอบ พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุตามขั้นตอนของกฎหมาย โดยยึดหลักความโปร่งใส ความปลอดภัย และกระบวนการยุติธรรม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและรักษาความสงบเรียบร้อยให้แก่ประชาชนในพื้นที่

>> กลุ่มผู้เสียหายนับ 10 ราย ขึ้นโรงพักแจ้งความ ถูกท้าวแชร์สาวโกงเงิน ด้านผู้กำกับฯ เผยตั้งชุดพนักงานสอบสวน เร่งดำเนินการเร็วที่สุด

10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กลุ่มผู้เสียหายกว่า 10 คน นำเอกสารหลักฐานเข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองสมุทรสาคร โดยระบุว่าถูกหญิงสาวรายหนึ่ง อายุ 37 ปี โกงแชร์ทำให้ต้องสูญเงินไปเป็นจำนวนมาก มี พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร พร้อมด้วย พ.ต.ท.พิบูลย์ ธนิตกุล รอง ผกก.สอบสวน สภ.เมืองสมุทรสาคร ร่วมรับฟังและรับเรื่องดังกล่าว
โดยหนึ่งในผู้เสียหาย เล่าว่า พวกตนได้ลงแชร์เปียโบราณร่วมกัน โดยใน 1 วงมีลูกแชร์อยู่ราว 30 คน มือละ 10,000 บาท เริ่มเล่นตั้งแต่เมื่อวันที่ 12 พ.ค. 2567 ต้องจ่ายทุกวันที่ 12 ของทุกเดือน บางคนลงหลายวง แต่ทุกวงมีชื่อของหญิงสาวคนดังกล่าวเป็นท้าวแชร์ แรกเริ่มก็เป็นไปด้วยดีไม่มีปัญหา เปียแล้วก็ได้เงินตามปกติ แต่มาในระยะหลังนี้เปียแชร์แล้วกลับไม่ได้เงิน และสุดท้ายก็ติดต่อเถ้าแชร์ไม่ได้ จึงได้รวมตัวกันมาแจ้งความไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งโดยใจจริงแล้ว ก็ไม่ได้อยากจะเอาผิดอะไรกับเถ้าแชร์ แต่อยากได้เงินต้นคืนเท่านั้น เพราะบางคนลงเงินแชร์ไปรวม ๆ กันทุกวงเป็นเงินหลักล้าน

ทางด้าน พ.ต.อ.สิทธิพร กะสิ ผกก.สภ.เมืองสมุทรสาคร กล่าวว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวนั้น ก็จะได้มีการตั้งชุดพนักงานสอบสวนเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียหาย เนื่องจากมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษหลายคน ส่วนผลการดำเนินการจะเป็นอย่างไรนั้น ก็ต้องรอให้การสอบสวนฯ เป็นที่สิ้นสุดก่อน แต่จะเร่งดำเนินการให้เร็วที่สุด เพื่อนำไปสู่การพิจารณาข้อกฎหมายในประเด็นที่เกี่ยวข้อง โดยเบื้องต้นขณะนี้มีผู้มาแจ้งความร้องทุกข์ไว้แล้วประมาณ 10 ราย และเชื่อได้ว่าจะมีมากกว่านี้ ส่วนมูลค่าความเสียหายยังไม่ได้สรุปยอดตัวเลขที่ชัดเจน แต่ทั้งนี้ก็ขอให้เชื่อมั่นได้ว่า ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการเพื่อคลายปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วแน่นอน

>> หนุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์ ชนกับรถแท็กซี่ เสียชีวิตกลางถนน

10.03 น. รับแจ้งจาก มูลนิธิร่วมกตัญญู มีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์ชนกับรถแท็กซี่ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ถนนอ่อนนุช มุ่งหน้าสุขุมวิท ใกล้เคียงซอยอ่อนนุช 22 พื้นที่ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ สีขาว ป้ายทะเบียน 8845 กทม. ล้มอยู่ติดกับฟุตบาท และใกล้กัน พบรถแท็กซี่ สีขาว จอดอยู่ ตรวจสอบพบว่ามีผู้บาดเจ็บ 1 ราย มีอาการสาหัสและไม่มีชีพจร ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ - กู้ภัย เร่งให้การช่วยเหลือทำ CPR แต่ไม่เป็นผล ยืนยันเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 34 ปี ภูมิลำเนา จ.พะเยา สาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. พระโขนง

>> ศูนย์ต้านโกงออนไลน์ ผนึกกำลัง Meta และพันธมิตรทั่วโลก ปราบมิจฉาชีพออนไลน์ ลบบัญชี กลุ่มหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ

10.41 น. ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ทุกรูปแบบ ยกระดับความร่วมมือสากลในปฏิบัติการ “Joint Disruption Week” เป็นครั้งที่ 3

สำหรับปฏิบัติการ “Joint Disruption Week” ครั้งที่ 3 นี้ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ร่วมกับ Meta กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจากหลายประเทศ รวมถึงบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำอื่น ๆ ในการสกัดกั้นเครือข่ายมิจฉาชีพออนไลน์ที่ดำเนินการอยู่ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้จับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับขบวนการหลอกลวง 63 ราย ขณะที่ Meta ได้ลบบัญชี เพจ และกลุ่มที่เชื่อมโยงกับกิจกรรมหลอกลวงบน Facebook และ Instagram กว่า 1.4 ล้านรายการ

ผลการดำเนินงานสำคัญจากปฏิบัติการร่วมในครั้งนี้ มีการสกัดกั้นบนแพลตฟอร์มดิจิทัลMeta ปิดการใช้งานบัญชี เพจ และกลุ่มบน Facebook และ Instagram ที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงกว่า 1.4 ล้านรายการ ขณะที่ Microsoft ระงับบัญชีฉ้อโกงประมาณ 20,000 บัญชีที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายมิจฉาชีพ,การบังคับใช้กฎหมายจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงจำนวน 63 ราย,การอายัดทรัพย์สินทางการเงิน อายัดสินทรัพย์สกุลเงินดิจิทัลมูลค่ากว่า 3 ล้านเหรียญสหรัฐฯที่เชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรม,การยกระดับข่าวกรอง การแบ่งปันข้อมูลข่าวกรองช่วยนำไปสู่การระบุสถานที่และเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์แห่งใหม่,การตัดการเชื่อมต่อ เดินหน้ามาตรการด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง

>> เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ซอยอัสสัมชัญ 9 เสียหายวอดทั้งห้องและลุกลามบ้านข้างเคียง

11.19 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เลขที่ 18 ซอยอัสสัมชัญ 9 ถนนอัสสัมชัญ แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็น บ้านเดี่ยวคอนกรีต 2 ชั้น ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นที่ ชั้นล่าง ภายในห้องครัว เพลิงลุกไหม้ ห้องครัวและห้องนอน ลุกลามบ้านข้างเคียง เลขที่ 16 เสียหายบริเวณหลังคาเล็กน้อย พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 84 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเกิดจากการอุ่นอาหารทิ้งไว้ ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางแค

>> คนร้ายลอบยิงเจ้าหน้าที่ อส.ชคต.สุไหงปาดี ได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา เร่งรวบรวมหลักฐานติดตามผู้ก่อเหตุ

13.20 น. เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนลอบยิงเจ้าหน้าที่อาสาสมัครชุดคุ้มครองตำบล (อส.ชคต.) สุไหงปาดี บริเวณบ้านปะลุรู หมู่ที่ 3 ตำบลปะลุรู อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย เบื้องต้นทราบชื่อคือ อส.อ. อรุพงษ์ โดยหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสุไหงปาดี ปัจจุบันผู้บาดเจ็บยังรู้สึกตัวดี และอยู่ในความดูแลของทีมแพทย์อย่างใกล้ชิด

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าคนร้ายไม่ทราบจำนวนและกลุ่ม ได้ใช้อาวุธปืนก่อเหตุแล้วหลบหนีออกจากพื้นที่ เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง ทหาร ตำรวจ และฝ่ายปกครอง ได้จัดกำลังเข้าควบคุมพื้นที่เพื่อรักษาความปลอดภัย พร้อมตรวจสอบเส้นทางที่คาดว่าผู้ก่อเหตุใช้หลบหนี

ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ชุดพิสูจน์หลักฐานและหน่วยที่เกี่ยวข้องได้เข้าตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างละเอียด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมทั้งสอบสวนพยานแวดล้อมในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การติดตามจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ทั้งนี้ สาเหตุและแรงจูงใจของการก่อเหตุยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

ต่อมา ทางศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า คืบหน้า ว่า อส.อ. อรุพงษ์ ซึ่งบาดเจ็บอาการสาหัส ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา

>> ร้อย ตชด.235 ขยายผลเครือข่ายยาเสพติด สกัดจับไอซ์ 240 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

14.36 น. ตชด. และหน่วยงานความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี แถลงผลการจับกุมขบวนการลักลอบลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมของกลางยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) น้ำหนักประมาณ 240 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 300 ล้านบาท

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่องจากคดียาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่จังหวัดนครพนม จนทราบว่ากลุ่มขบวนการได้เปลี่ยนเส้นทางลำเลียงจากภาคอีสานตอนบน มายังพื้นที่ชายแดนจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่จึงบูรณาการกำลังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด ก่อนสามารถสกัดจับรถยนต์เป้าหมายและจับกุมผู้ต้องหาได้ 2 ราย พร้อมตรวจยึดไอซ์จำนวน 240 กิโลกรัม ซึ่งซุกซ่อนอยู่ภายในรถยนต์กระบะที่ใช้ลำเลียงยาเสพติด

เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหาและนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.โขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และเร่งขยายผลผู้ร่วมขบวนการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี

>> ’เอกนิติ’ ย้ำ ต้องการคัดกรองคนเดือดร้อน หลัง ปชช.โอด ออกเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ “ตัดสิทธิ์พ่อแม่ หากลูกนำไปลดหย่อนภาษี”

16.12 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงเงื่อนไขบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะมีการทบทวนหรือไม่ โดยเฉพาะการตัดสิทธิ์พ่อแม่ หากลูกนำไปลดหย่อนภาษีเลี้ยงดูบุพการี ครั้งนี้ไม่ทัน จะปรับครั้งหน้าหรือไม่ ว่า กำลังให้กระทรวงการคลังดูอยู่ อย่างที่บอกเราต้องการสำรวจสิทธิ์ เพื่อที่จะช่วยดูแลผู้ที่เดือดร้อนจริงๆ ขณะนี้กระทรวงการคลังได้ให้กระทรวงมหาดไทยเข้าไปสำรวจ

ซึ่งหัวใจสำคัญ คือ ประชาชนที่เดือดร้อน และไม่ได้อยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งไม่ได้มีการทบทวนสิทธิ์มานาน เพราะฉะนั้นจึงอยากช่วยกลุ่มที่เดือดร้อนจริงๆ ก่อน

>> สน.วิภาวดี เข้ม กวดขันจอดรถฝ่าฝืนหน้าดอนเมือง มุ่งลดปัญหาจราจรติดขัด

17.27 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต/ทางพิเศษ กก.2 บก.จร. เดินหน้ากวดขันการจอดรถในเขตห้ามจอด ตามโครงการ “ถนนปลอดภัย” บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต หน้าท่าอากาศยานดอนเมือง ทั้งขาเข้าและขาออก
ผลการปฏิบัติพบผู้กระทำความผิดรวม 25 ราย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายควบคู่กับการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน เพื่อป้องกันการจอดรถกีดขวางการจราจรและลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ

ตำรวจจราจรขอความร่วมมือผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่าน เคารพกฎจราจร ใช้จุดรับ–ส่งผู้โดยสารที่กำหนด และหลีกเลี่ยงการจอดรถในพื้นที่ห้ามจอดหรือจอดแช่บนไหล่ทาง เพื่อร่วมกันสร้างความปลอดภัยและความคล่องตัวในการเดินทาง

>> “อรรถกร” เผยมติพรรคกล้าธรรม ถอนชื่อหนุนแก้ รธน.เพื่อไทย

18.00 น. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร สส.ฉะเชิงเทรา และโฆษกพรรคกล้าธรรม เปิดเผยว่า พรรคกล้าธรรมได้พิจารณารายละเอียดของร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่พรรคเพื่อไทยเป็นผู้เสนอ โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ผ่านสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) โดยพรรคมีความกังวลว่า บางส่วนของร่างอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ 18/2568 ซึ่งได้วางหลักการไว้ว่า รัฐสภาไม่อาจกำหนดให้ประชาชนเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ได้โดยตรง

ดังนั้น เพื่อป้องกันปัญหาข้อกฎหมายและความไม่ชัดเจนที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต พรรคกล้าธรรม จึงมีมติให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคที่ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญดังกล่าวไปก่อนหน้านี้ ถอนรายชื่อออกจากร่างที่พรรคเพื่อไทยเสนอ เพื่อให้เกิดความรอบคอบและสอดคล้องกับกรอบกฎหมายสูงสุดของประเทศ

ส่วนกรณีที่พรรคเพื่อไทยจะนำร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญกลับไปปรับปรุงแก้ไขและเสนอเข้าสู่การพิจารณาใหม่ นายอรรถกร ระบุว่า คงต้องขอดูรายละเอียดที่พรรคเพื่อไทยเสนอเข้ามาก่อน จากนั้นก็จะต้องมีการพูดคุยกันภายในพรรคอีกครั้งหนึ่ง เพื่อพิจารณาว่าจะร่วมลงชื่อใหม่หรือไม่

>> รถตู้โดยสาร ชนเข้าท้ายรถกระบะ กลางถนนเส้นทาง นครพนม - ธาตุพนม คนขับรถทั้ง 2 คันเสียชีวิตทั้งคู่ จ.นครพนม

18.00 น. เจ้าหน้าทึ่ตำรวจ สภ.บ้านกลาง จ.นครพนม รับแจ้งว่า มีอุบัติเหตุรถตู้โดยสารชนกับรถกระบะ มีผู้บาดเจ็บหลายราย กลางถนนเส้นทาง นครพนม - ธาตุพนม ฝั่งขาเข้าตัวเมืองนครพนม ช่วงทางกลับรถ บ้านดงขวาง ในพื้นที่ อ.เมือง จ.นครพนม

ที่เกิดเหตุ พบรถตู้โดยสาร โตโยต้า คอมมิวเตอร์ สีขาว ป้ายทะเบียน มุกดาหาร สภาพหน้ารถพังเสียหายยับ ลักษณะชนอัดติดอยู่ที่ท้ายรถกระบะ สีเทา ป้ายทะเบียน นครพนม
ตรวจสอบพบว่าผู้ขับขี่รถทั้ง 2 คันเสียชีวิต โดยรถตู้ เป็นชายไทยอายุ 30 ปี และ รถกระบะ เป็นชายไทย อายุ 56 ปี และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 3 ราย เป็ยผู้โดยสารรถตู้ ทางอาสาสมัครช่วยเหลือและนำส่งโรงพยาบาลนครพนม

>> เพลิงไหม้ภายในเคหะชุมชนรามคำแหง ซอยรามคำแหง 190/2 จนท.คาดไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง

18.17 น. สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเหตุเพลิงไหม้ สถานที่เกิดเหตุ เคหะชุมชนรามคำแหง ซอย 10 ก ซอยรามคำแหง 190/2 ถนนรามคำแหง แขวงมีนบุรี เขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร

ลักษณะที่เกิดเหตุเป็นทาวน์เฮ้าส์ชั้นเดียว ใช้เป็นที่พักอาศัย ต้นเพลิงเกิดขึ้นภายในห้องนอน เพลิงลุกไหม้พัดลม เครื่องปรับอากาศและที่นอน พื้นที่เพลิงไหม้เสียหายโดยประมาณ 6 ตารางเมตร รถดับเพลิงใช้น้ำทำการดับเพลิงสงบ

ข้อสันนิษฐานเบื้องต้นสาเหตุเพลิงไหม้เกิดจากไฟฟ้าลัดวงจรที่ปลั๊กไฟต่อพ่วง ที่เกิดเหตุไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต พื้นที่รับผิดชอบของสถานีดับเพลิงและกู้ภัยบางชัน

>> ผอ.เขตห้วยขวาง สั่งตรวจสอบร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง ปฏิเสธรับเงินไทย เตรียมทำสติ๊กเกอร์ติดหน้าร้าน

20.49 น. จากกรณีผู้ใช้บริการหนุ่มชาวจีนเเละเพื่อน ไปใช้บริการร้านอาหารจีนย่านห้วยขวาง แล้วทางร้านไม่รับสแกนจ่ายผ่านธนาคารไทย แต่ขอรับเป็นเงินหยวน จนเรื่องดังกล่าวเป็นที่พูดถึงในวงกว้าง

ล่าสุด นายสมบัติ เครือกีรติธรรม ผู้อำนวยการเขตห้วยขวาง เผย เรื่องดังกล่าว ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบเบื้องต้น และจะประสานให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสิ่งแวดล้อมและสุขาภิบาล ลงพื้นที่สำรวจร้านอาหารตลอดแนวทั้งสองฝั่งในซอยประชาราษฎร์บำเพ็ญ เพื่อตรวจสอบรูปแบบการรับชำระเงินของแต่ละร้านว่าเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ รวมถึงร้านอาหารจีนที่ถูกกล่าวถึงด้วย โดยที่ผ่านมาไม่เคยมีเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้มาก่อน และทางสำนักงานเขต ได้มีการเรียกผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับอนุญาตประกอบกิจการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย จำนวน 79 ร้าน มาหารือร่วมกันเป็นประจำทุกปี

สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหา เตรียมจัดทำสติกเกอร์พร้อมสัญลักษณ์รับรองว่า ร้านอาหารนี้ รับชำระด้วยเงินบาทไทย 100% โดยจะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบ และติดสติกเกอร์ให้กับร้านอาหารที่ผ่านเกณฑ์ ตั้งแต่วันพรุ่งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า

>> รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟส่องสว่างข้างทาง หนุ่มน้อยวัย 15 ปีเสียชีวิตกลางถนน จ.ปทุมธานี

22.20 น. รับแจ้งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์ชนเสาไฟข้างทาง และมีผู้เสียชีวิต ริมถนนภายในซอยบ่อดินชาญ ใกล้เคียงวัดสหราษฎร์บํารุง ในพื้นที่ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี

ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีน้ำเงิน - ดำ ป้ายทะเบียน นนทบุรี ล้มคว่ำอยู่ติดโคนเสาไฟส่องสว่าง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 15 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สามโคก

>> แผ่นดินไหว ที่ประเทศเมียนมา

22.39 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 4.1 ความลึก 93 กม. ภายในพื้นที่ของประเทศเมียนมา ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน ประมาณ 488 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...