โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

หมอเผยเคส "สูบบุหรี่" ตั้งแต่ ม.3 สุดท้ายป่วย "มะเร็งปอด" ตอนอายุ 30 ปี บทเรียนราคาแพงในวัยกำลังสร้างเนื้อสร้างตัว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ วันนั้นคงไม่ทำ คำพูดสุดท้ายของคนไข้วัย 30 ที่หมอไม่มีวันลืม จากเด็ก ม.3 ที่แค่ลองเพราะอยากเท่ ใครจะคิดว่าจุดจบจะต้องมาแลกด้วยสิ่งนี้

เพจ เฟซบุ๊ก "เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต" ของ “หมอแกว” พญ.อรวรรณ วงศ์สมบัติ และ “หมอแนต” นพ.ธนากร วงศ์สมบัติ ได้ให้ความรู้โดยระบุว่า

สูบบุหรี่ตั้งแต่ ม.3 เพื่อมาป่วยเป็นมะเร็งปอดตอนอายุ 30

อายุที่กำลังสร้างชีวิต สร้างครอบครัว สร้างอนาคต แต่กลับต้องเอาเวลามาสู้กับโรค

เด็ก ๆ หรือใครที่กำลังสูบบุหรี่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ธรรมดา หยุดได้ หยุดเลย หมอเตือนจริงๆ

อย่าเอาสุขภาพของเรา ไปแลกกับความเท่ไม่กี่นาทีนะเด็กๆ

บุหรี่ไม่ได้ทำให้หล่อขึ้น ไม่ได้ทำให้ดูโตขึ้น และไม่ได้ทำให้ใครยอมรับเรามากขึ้น

ไปหาความภูมิใจจากอย่างอื่นดีกว่า ตั้งใจเรียน เล่นกีฬา ทำงาน หาเงิน ดูแลพ่อแม่

สร้างชีวิตที่ตัวเองภูมิใจ

เพราะตอนปลายทางของโรคนี้ มันทรมานมากจริง ๆ

หมอเห็นคนไข้มาเยอะ หลายคนพูดเหมือนกันตอนเจ็บหนักว่า

“ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ จะไม่สูบเลย”

แต่ปัญหาคือ เวลา มันย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว

อย่าให้วันหนึ่งต้องมานั่งเสียดายชีวิต เสียดายสุขภาพ และสงสารคนที่รักเรา ที่ต้องเจ็บไปพร้อมกับเรา

เลิกวันนี้ ยังไม่สาย

"มะเร็งปอด" เป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของประชากรทั่วโลก

สำหรับ "มะเร็งปอด" เป็นโรคมะเร็งอันดับ 1 ที่คร่าชีวิตของประชากรทั่วโลกและเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อยที่สุดในปัจจุบัน ผู้ป่วยส่วนใหญ่มาพบแพทย์เมื่อมะเร็งมีอาการลุกลาม ทำให้ผลการรักษาไม่ค่อยดีนัก แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาในระยะแรกๆ ของโรค ผลการรักษาจะดีกว่ามากและมีโอกาสหายขาดได้ ดังนั้นการตรวจพบโรคมะเร็งปอดตั้งแต่ระยะเริ่มแรกและการรักษาอย่างทันท่วงทีจึงมีความสำคัญ นอกจากนี้ วิทยาการทางการแพทย์ที่ทันสมัยและพัฒนามากขึ้น ทำให้การรักษามะเร็งปอดในปัจจุบันมีประสิทธิภาพสูงขึ้น มีผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนน้อยลง จึงส่งผลให้ผู้ป่วยมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งปอด

1. บุหรี่ เป็นสาเหตุสำคัญของโรคมะเร็งปอด การสูบบุหรี่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของเซลล์หลอดลม ทำให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นเซลล์มะเร็งได้ ผู้ที่สูบบุหรี่จัดมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่กว่า 10 เท่า ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้ที่สูบบุหรี่เป็นประจำจะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปอย่างน้อย 2 เท่า หากผู้ที่สูบบุหรี่จัดหยุดสูบบุหรี่จะมีความเสี่ยงต่อโรคมะเร็งปอดลดลงเรื่อย ๆ แต่กว่าจะลดลงจนเท่าคนที่ไม่สูบบุหรี่จะต้องใช้เวลากว่า 10 ปี

2. สารพิษ การสัมผัสสารแอสเบสตอส หรือแร่ใยหินซึ่งมักนำมาใช้ในวงการอุตสาหกรรมรถยนต์ เช่น ฉนวนกันความร้อน ผ้าเบรค คลัช การก่อสร้าง โครงสร้างอาคาร อุตสาหกรรมสิ่งทอ เหมืองแร่ สามารถทำให้เกิดโรคมะเร็งปอดเพิ่มขึ้นได้มากกว่าคนทั่วไปถึง 5 เท่า นอกจากนี้ยังทำให้เกิดมะเร็งเยื่อหุ้มปอดได้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่สูบบุหรี่ร่วมด้วย จะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดมากกว่าคนทั่วไปถึง 90 เท่า นอกจากนี้สารอื่น ๆ ที่อาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งปอด ได้แก่ สารหนู นิกเกิล โครเมียม และมลภาวะในอากาศ เช่น PM 2.5

3. โรคปอด ผู้ที่เคยมีรอยแผลเป็นของโรคที่ปอด เช่น เคยเป็นวัณโรคปอดหรือผู้ที่ป่วยเป็นโรคถุงลมโป่งพอง มีโอกาสเกิดมะเร็งปอดสูงกว่าบุคคลทั่วไป

4. ประวัติคนในครอบครัวเป็นมะเร็งปอด ผู้ที่มีญาติสายตรงเป็นมะเร็งปอดจะมีความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งปอดสูงขึ้นกว่าบุคคลทั่วไป

5. ปัจจัยอื่น ๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอด เช่น อายุที่เพิ่มขึ้น การใช้ยาเสพติดบางประเภท เช่น โคเคน และภาวะขาดวิตามินเอ เป็นต้น

อาการของโรคมะเร็งปอด

ผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งปอดมีจำนวนมากที่ไม่มีอาการ อย่างไรก็ดี ผู้ป่วยมะเร็งปอดอาจมีอาการดังนี้

1. อาการของระบบทางเดินหายใจ

-ไอเรื้อรัง อาจมีหรือไม่มีเสมหะก็ได้

-ไอเป็นเลือด

-หอบเหนื่อย หายใจลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งโตขึ้น ทำให้เนื้อที่ปอดสำหรับหายใจเหลือน้อยลง หรือ ก้อนมะเร็งนั้นกดเบียดหลอดลม

-เจ็บหน้าอกเวลาหายใจ

-ปอดอักเสบ มีไข้

-แต่อาการเหล่านี้ อาจเกิดจากโรคอื่น ๆ ของปอดได้เช่นกัน จึงไม่ใช่อาการของมะเร็งปอดเสมอไป

2. อาการของระบบอื่น ๆ

-เบื่ออาหาร น้ำหนักตัวลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ

-บวมที่หน้า แขน คอ และทรวงอกส่วนบนเนื่องจากมีเลือดดำคั่ง

-เสียงแหบ เพราะมะเร็งลุกลามไปยังเส้นประสาทบริเวณกล่องเสียง

-ปวดกระดูก

-กลืนลำบาก เนื่องจากก้อนมะเร็งกดเบียดหลอดอาหาร

-อัมพาต แขน-ขาอ่อนแรง หรือปวดศีรษะ เนื่องจากมะเร็งแพร่กระจายไปยังสมองหรือไขสันหลัง

-มีตุ่มหรือก้อนขึ้นตามผิวหนัง

ซึ่งอาการเหล่านี้อาจไม่ใช่โรคมะเร็งปอดเช่นกัน ผู้ที่มีอาการดังกล่าวข้างต้นควรได้รับการตรวจจากแพทย์เพื่อหาสาเหตุอื่นด้วย

ข้อมูลจาก เพจ เฟซบุ๊ก "เรียนหมอ by หมอแกว หมอแนต"

https://www.facebook.com/photo?fbid=1670104358458350&set=a.221891216613012

ข้อมูลจาก ผศ.ดร. นพ.ลักษมันต์ ธรรมลิขิตกุล โรงพยาบาลศิริราช ปิยมหาราชการุณย์

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/lung-cancer

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...