โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผอ.JIC โต้กัมพูชา ‘ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์’ เงิน EU ไม่ใช่คำตัดสิน

ไทยโพสต์

อัพเดต 25 กันยายน 2569 เวลา 2.54 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ผอ.JIC โต้กัมพูชากรณีกล่าวหาไทยเป็นต้นเหตุวัตถุระเบิดตามแนวชายแดน ชี้เงินช่วยเหลือ 1.6 ล้านยูโรจาก EU มีเป้าหมายด้านมนุษยธรรม ไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิดใครถูก จี้ใช้หลักฐานที่ตรวจสอบได้ ย้ำสองฝ่ายมีข้อตกลงร่วมสำรวจ-แลกเปลี่ยนข้อมูล-เก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่แล้ว

24 กันยายน 2569 - พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีมีรายงานว่าสหภาพยุโรป (EU) อนุมัติงบประมาณประมาณ 1.6 ล้านยูโร เพื่อช่วยกัมพูชาเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้าง ขณะที่กัมพูชาระบุว่าอาจต้องใช้เวลากว่า 10 ปีในการเก็บกู้วัตถุระเบิดและคลัสเตอร์ที่กล่าวหาว่ามาจากฝ่ายไทยว่า ประเทศไทยสนับสนุนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดและวัตถุระเบิดตกค้างเพื่อมนุษยธรรม ไม่ว่าจะเกิดขึ้นในประเทศไทยหรือกัมพูชา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือความปลอดภัยของประชาชน

อย่างไรก็ตาม ต้องแยกให้ชัดเจนระหว่างการให้ความช่วยเหลือเพื่อเก็บกู้วัตถุระเบิด กับการกล่าวหาว่าใครเป็นผู้กระทำ โดยเงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมไม่ใช่คำวินิจฉัยว่าใครผิดหรือใครถูก

พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า หากกัมพูชาจะกล่าวหาประเทศไทย ขอให้ใช้ข้อเท็จจริง หลักฐานที่ตรวจสอบได้ และกลไกที่ทั้งสองประเทศยอมรับ ไม่ควรนำข้อกล่าวหาฝ่ายเดียวมาเสนอเสมือนเป็นข้อยุติ ส่วนการปฏิบัติการทางทหาร ไทยได้ชี้แจงจุดยืนอย่างเป็นทางการว่า การดำเนินการของกองทัพไทยเป็นไปเพื่อป้องกันประเทศและประชาชน โดยยึดหลักกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ ทั้งหลักการแบ่งแยกเป้าหมาย ความได้สัดส่วน ความระมัดระวัง และความจำเป็นทางทหาร

กรณีกัมพูชาระบุว่ากำลังรับภาระจากวัตถุระเบิดที่ไทยใช้ พล.อ.อ.ประภาส กล่าวว่า “ข้อกล่าวหาไม่ใช่ข้อพิสูจน์” พร้อมระบุว่า ประเทศไทยเองมีทหารได้รับบาดเจ็บรุนแรงและพิการจากเหตุทุ่นระเบิดตามแนวชายแดน และรัฐบาลไทยได้ดำเนินการตามกลไกของอนุสัญญาออตตาวา รวมทั้งนำข้อมูลและหลักฐานเข้าสู่กระบวนการระหว่างประเทศแล้ว

ดังนั้น หากต้องการสันติภาพอย่างแท้จริง ไม่ควรเลือกพูดเฉพาะหลักฐานที่สนับสนุนฝ่ายตนเอง แต่ควรเปิดให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบและโปร่งใส

ผอ.JIC ยังเรียกร้องให้กลับไปดำเนินการตามถ้อยแถลงร่วมวันที่ 27 ธันวาคม 2568 ซึ่งทั้งสองฝ่ายลงนามว่าจะดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมในพื้นที่ชายแดนที่ตกลงร่วมกัน ผ่านกลไก Joint Coordinating Task Force for Humanitarian Demining โดยเห็นว่าควรทำให้เกิดผลเป็นรูปธรรม แทนการใช้ปัญหาทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือกล่าวหากัน

ไทยและกัมพูชาควรร่วมกันสำรวจ ระบุพื้นที่เสี่ยง แลกเปลี่ยนข้อมูล และเก็บกู้ทุ่นระเบิด เพื่อให้ประชาชนทั้งสองประเทศกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย

พล.อ.อ.ประภาส ย้ำว่า ประเทศไทยพร้อมร่วมมือ แต่ความร่วมมือต้องตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง ความจริงใจ และพันธกรณีที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกัน โดยการช่วยเก็บกู้เพื่อมนุษยธรรมไม่ใช่คำพิพากษาว่าใครเป็นผู้ก่อเหตุ และข้อกล่าวหาไม่ใช่หลักฐาน จึงควรให้ข้อเท็จจริงและกลไกที่ตกลงร่วมกันเป็นเครื่องพิสูจน์ พร้อมเรียกร้องไม่ให้ใช้ทุ่นระเบิดเป็นเครื่องมือกล่าวหากัน แต่ร่วมกันเก็บกู้ออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัยของประชาชนทั้งสองประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...