โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ยอมพูดแล้ว! เผยคำให้การ ป๋อง สุพรรณ หลัง กองปราบเรียกตัวเข้าสอบ ปมมูลนิธิหวันโชติ

สยามนิวส์

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ทีมข่าวสยามนิวส์
เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามออกหมายเรียก เสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้ง มูลนิธิหวันโชติ ของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ สมีโชติ หลังพบชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิฯ

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 ความคืบหน้ากรณีพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามออกหมายเรียก เสมอ งิ้วงาม หรือ ป๋อง สุพรรณ เซียนพระชื่อดัง เข้าให้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้ง มูลนิธิหวันโชติ ของอดีตเจ้าอาวาสวัดพุทไธศวรรย์ หรือ สมีโชติ หลังพบชื่อเป็นหนึ่งในคณะกรรมการมูลนิธิฯ

ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ได้เดินทางเข้าให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเรียบร้อยแล้วเมื่อวันที่ 17 กันยายนที่ผ่านมา ในฐานะกรรมการมูลนิธิฯ โดยให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 อดีตเจ้าอาวาสได้ติดต่อให้ตนเข้ามาเป็นกรรมการ ด้วยความเคารพและศรัทธาในฐานะลูกศิษย์ จึงตอบรับเข้าร่วม

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวยืนยันว่า การเป็นกรรมการไม่ได้มีอำนาจบริหารจัดการหรือเกี่ยวข้องกับการเงินของมูลนิธิฯ โดยอำนาจในการจัดทำเอกสารและการเบิกจ่ายเงินอยู่กับบุคคล 3 คน ได้แก่ อดีตเจ้าอาวาส เลขานุการ และกรรมการอีกคนหนึ่ง ขณะที่ตนเป็นเพียงกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้ง

ป๋อง สุพรรณ ระบุด้วยว่า นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง ไม่เคยมีการเรียกประชุมกรรมการเพื่อพิจารณาวาระใด ๆ และไม่ทราบยอดเงินที่อยู่ในบัญชีของมูลนิธิฯ หากต้องการตรวจสอบรายละเอียดด้านการเงิน ควรสอบถามบุคคลที่ชื่อ หมี ซึ่งทำหน้าที่เลขานุการและเหรัญญิกของอดีตเจ้าอาวาส

ส่วนกิจกรรมของมูลนิธิฯ ที่เจ้าตัวพอรับทราบ พบว่าเคยมีการเบิกเงินไปจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ รวมถึงข้าวสารและอาหารแห้ง เพื่อนำไปบริจาคช่วยเหลือสังคม โดยมีหลักฐานการดำเนินการดังกล่าว ขณะที่ป๋อง สุพรรณมองว่าเงินของมูลนิธิฯ น่าจะยังมีจำนวนไม่มาก เนื่องจากเพิ่งจัดตั้งขึ้นได้ไม่นาน

เมื่อถามถึงความรู้สึกต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับอดีตเจ้าอาวาส ป๋อง สุพรรณ ยอมรับว่ารู้สึกเสียใจเช่นเดียวกับผู้ที่เคารพศรัทธา โดยยืนยันว่าตนมีความผูกพันกับวัดพุทไธศวรรย์มาเป็นเวลานาน

เจ้าตัวเล่าว่า เคยอุปสมบทที่วัดแห่งนี้ โดยมี หลวงพ่อหวล อดีตเจ้าอาวาสรูปก่อน เป็นพระอุปัชฌาย์ และที่ผ่านมาได้ช่วยงานบูรณปฏิสังขรณ์วัดมาโดยตลอด ทั้งการถวายเสาจำนวน 60 ต้น รวมถึงร่วมสร้างศูนย์ปฏิบัติธรรม เนื่องจากหลวงพ่อหวลเคยฝากฝังไว้ว่า อย่าทิ้งวัด

ต่อมา เมื่อมีเจ้าอาวาสรูปใหม่เข้ามาดำรงตำแหน่งและแจ้งว่าต้องใช้งบประมาณหลักร้อยล้านบาทเพื่อบูรณะวัด ป๋อง สุพรรณจึงได้ร่วมถวายปัจจัยเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน

สำหรับพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาสนั้น ป๋อง สุพรรณ กล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยระแคะระคายหรือสงสัยมาก่อน โดยแม้แต่ลูกศิษย์ซึ่งทำหน้าที่ขับรถและรับใช้อดีตเจ้าอาวาสมานานกว่า 20 ปี ยังรู้สึกตกใจและพูดในทำนองว่าถูกหลอกเช่นกัน

เจ้าตัวยอมรับว่าเดินทางไปวัดอยู่บ่อยครั้ง แต่ส่วนใหญ่ไปกราบไหว้ องค์หลวงพ่อใหญ่จตุคามรามเทพ ซึ่งเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวทางจิตใจ ไม่ได้เข้าไปคลุกคลีใกล้ชิดหรือพักค้างคืนภายในวัด จึงไม่ทราบถึงพฤติกรรมในส่วนที่อยู่เบื้องลึก

ส่วนกรณี สีกาเอ๋ ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า เคยเห็นอีกฝ่ายอยู่ภายในวัดเท่านั้น แต่ไม่เคยพูดคุยกัน และหากต้องการทราบรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวในเชิงลึก ควรสอบถามจากลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดอดีตเจ้าอาวาสมากกว่า เนื่องจากตนถือเป็นคนนอก

หลังเกิดเหตุการณ์ที่เป็นข่าว ป๋อง สุพรรณ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้เดินทางกลับเข้าไปที่วัด เนื่องจากอยู่ระหว่างสภาวะสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ยังมีความตั้งใจว่าจะกลับไปกราบไหว้องค์จตุคามรามเทพอีกครั้ง

พร้อมฝากถึงเจ้าอาวาสรูปใหม่ว่า ขอให้องค์จตุคามรามเทพยังคงอยู่ภายในวัด และไม่ถูกทุบทำลาย เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เดินทางมากราบไหว้สักการะต่อไป

ป๋อง สุพรรณ ระบุว่า องค์จตุคามรามเทพดังกล่าวมีการบุด้วยทองคำ น้ำหนักรวมประมาณ 9 กิโลกรัม ซึ่งมาจากแรงศรัทธาและการร่วมบริจาคของประชาชน รวมถึงตัวเขาเองที่ร่วมบริจาคทองคำจำนวน 1 กิโลกรัม

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การก่อสร้างองค์จตุคามรามเทพยังไม่แล้วเสร็จ และทองคำดังกล่าวยังอยู่กับผู้รับเหมาชุดใหม่ โดยยังไม่ทราบกำหนดการก่อสร้างแล้วเสร็จที่แน่ชัด จึงต้องติดตามความคืบหน้าจากทางวัดต่อไป

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...