โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” ถกทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ย้ำยังลงทุนไทย ชู EV-พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์

สยามรัฐ

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“อนุทิน” ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิตมั่นใจยังลงทุนไทยต่อ ชู EV–พลังงานสะอาด จับมือปราบสแกมเมอร์–ย้ำระบบการเงินไทยได้มาตรฐาน

วันที่ 21 ก.ย.69 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมหารือเพื่อมอบนโยบายและแนวทางการขับเคลื่อนด้านการต่างประเทศ รวมถึงทิศทางการส่งเสริมความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่น และการบูรณาการทำงานร่วมกันของทีมประเทศไทย ที่โรงแรมอิมพีเรียล กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วยผู้แทนกระทรวงการต่างประเทศ เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว กงสุลใหญ่ไทย ณ นครโอซาก้า และนครฟุกุโอกะ รวมถึงผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความยินดีที่ได้พบกับทีมไทยแลนด์ประเทศไทย ก่อนเดินทางต่อไปเข้าร่วมการประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 81 ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา พร้อมระบุว่า ข้อมูลเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในด้านต่าง ๆ ที่เอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว นำเสนอ จะนำไปพิจารณาประกอบการดำเนินนโยบายต่อไป

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นถือเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์อันดีต่อกัน แม้การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยอาจไม่ได้มีมูลค่ามหาศาลเหมือนในอดีต หรืออาจชะลอตัวลงบ้าง แต่ควรมองภาพรวมของการเปลี่ยนแปลง ทางเศรษฐกิจไทย ซึ่งในอดีตประเทศไทยต้องพึ่งพาญี่ปุ่นในหลายด้าน ขณะที่ปัจจุบันไทยมีการพัฒนาศักยภาพของตัวเองมากขึ้น และสามารถลดการพึ่งพาวัตถุดิบจากต่างประเทศหลายรายการ เนื่องจากสามารถผลิตได้ภายในประเทศ

นายกรัฐมนตรี ยกตัวอย่างอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากรถยนต์สันดาปไปสู่รถยนต์ไฟฟ้า หรือ EV ขณะเดียวกันตลาดรถยนต์ไฟฟ้าก็มีการแข่งขันเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากผู้ผลิตจีน

ส่วนกระแสข่าวว่าญี่ปุ่นอาจย้ายฐานการผลิตออกจากประเทศไทยทั้งหมดนั้น นายกรัฐมนตรีระบุว่า จากการพบปะหารือกับเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยก่อนหน้านี้ ได้รับการปฏิเสธข่าวดังกล่าว พร้อมมองว่า การลงทุนของญี่ปุ่นในไทยในปัจจุบันอาจไม่เหมือนกับในอดีต โดยในอดีตไทยเคยขาดดุลการค้ากับญี่ปุ่นนับหมื่นล้านบาท แต่ปัจจุบันตัวเลขดังกล่าวลดลงเหลือประมาณ 6,000 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของประเทศไทยที่กำลังส่งเสริมการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานเช่นเดียวกัน โดยรัฐบาลได้ประกาศใช้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาผลกระทบจากสถานการณ์วิกฤตด้านพลังงาน และสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ. 2569

นายกรัฐมนตรี ยังระบุว่า ประเทศไทยมีความมั่นคงด้านพลังงาน แม้ขณะนี้สิ่งที่น่ากังวลคือสถานการณ์ราคาน้ำมัน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

อีกหนึ่งประเด็นที่รัฐบาลให้ความสำคัญ คือการปราบปรามสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ญี่ปุ่นให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน โดยนายกรัฐมนตรีระบุว่า ปัจจุบันการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดปกติในประเทศไทยทำได้ยากขึ้น และมาตรฐานการตรวจสอบธุรกรรมผิดปกติของไทยถือว่าอยู่ในระดับที่ได้มาตรฐานและน่าเชื่อถือ

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมองว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งด้านภูมิศาสตร์ ซึ่งเมื่อประกอบกับความคุ้นเคยและความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น จะเป็นปัจจัยสนับสนุนให้ญี่ปุ่นยังคงร่วมมือและลงทุนในประเทศไทยต่อไป

#อนุทิน #ทีมไทยแลนด์ #ไทยญี่ปุ่น #ลงทุนญี่ปุ่น #ย้ายฐานผลิต #EV #รถยนต์ไฟฟ้า #พลังงานสะอาด #สแกมเมอร์ #เศรษฐกิจไทย #การลงทุน #ข่าวการเมือง #ข่าวเศรษฐกิจ #ข่าววันนี้ #สยามรัฐออนไลน์ #siamrathonline

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...