โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ: โรงพยาบาลกรุงเทพกับ Creative Marketing ที่ชวนคนมาหาก่อนป่วย

THE STANDARD

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
‘เก่ง’ อย่างเดียวอาจไม่พอ: โรงพยาบาลกรุงเทพกับ Creative Marketing ที่ชวนคนมาหาก่อนป่วย

ในวันที่โรงพยาบาลเอกชนแทบทุกแห่งพูดถึง ‘ความเป็นเลิศ’ ด้วยประโยคเดียวกัน โรงพยาบาลกรุงเทพเลือกเปลี่ยนคำถามตั้งต้นของการตลาด จาก ‘จะพิสูจน์ว่าเราเก่งได้อย่างไร’ เป็น ‘จะทำให้คนเปิดใจตั้งแต่ก้าวแรกได้อย่างไร’ และคำตอบนั้นพาให้ผลงานของทีมคว้ารางวัลจาก The Work และ Marketing Excellence Awards ติดต่อกันสองปีซ้อน

หมอเก่ง เครื่องมือทันสมัย มาตรฐานระดับสากล

ลองไล่ดูการสื่อสารของโรงพยาบาลเอกชนแทบทุกแห่ง เราจะเจอสามวลีนี้วนซ้ำไปมา จนมันกลายเป็นสิ่งที่คน ‘คาดหวังอยู่แล้ว’ มากกว่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครสักคนเลือกโรงพยาบาลหนึ่งเหนืออีกแห่ง โจทย์ที่ใหญ่กว่านั้นคือ ในสายตาคนส่วนใหญ่ โรงพยาบาลยังเป็นสถานที่ที่ไปเฉพาะตอนป่วย รักษาเสร็จก็กลับบ้าน สิ่งที่ทำให้คนยังไม่เริ่มดูแลสุขภาพจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ฝีมือแพทย์ แต่อยู่ที่เรื่องสุขภาพดูไกลตัว ยุ่งยาก และน่าเบื่อ จนกลายเป็นเรื่องที่ ‘ไว้ค่อยทำ’ อยู่เสมอ

เมื่อเป็นแบบนี้ การตลาดที่เอาแต่ตอกย้ำว่า ‘เราเก่ง’ จึงแก้โจทย์นี้ไม่ได้

จาก ‘เราเก่ง’ สู่ ‘เข้าหาง่าย’

ทีมการตลาดของโรงพยาบาลกรุงเทพจึงตั้งต้นใหม่จากความเชื่อว่า ความรู้สึก ‘เข้าหาง่าย’ คือจุดเริ่มต้นของความไว้ใจ ไม่ว่าจะกับคนไข้ชาวไทยหรือชาวต่างชาติ ทุกจุดที่คนจะได้สัมผัสกับโรงพยาบาล ตั้งแต่คอนเทนต์บนโซเชียล ฟีเจอร์บนเว็บไซต์ ไปจนถึงกิจกรรมที่โรงพยาบาลจัดขึ้น ต่างถูกออกแบบจากโจทย์เดียวกันนี้

“ความเป็นเลิศทางการแพทย์คือพื้นฐานที่ต้องมี แต่มันเป็นแค่จุดสตาร์ท ไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เราแตกต่าง เพราะใคร ๆ ก็พูดแบบนี้” คุณเจียระไน บุญประสาทสุข ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ กล่าว “เราอยากให้การตลาดเชิงสร้างสรรค์เป็นเครื่องมือเชิงกลยุทธ์จริง ๆ ที่ทำให้คนอยากใส่ใจสุขภาพทุกวัน ไม่ใช่แค่ตอนป่วย”

แนวคิดนี้ถูกแปลงออกมาเป็นผลงานหลากหลายรูปแบบ โจทย์ของแต่ละชิ้นไม่เหมือนกัน แต่วิธีคิดเหมือนกันทุกครั้ง คือไม่รอให้คนเดินเข้ามา แต่ไปหาเขาในที่ที่เขาอยู่ ด้วยภาษาที่เขาคุ้นเคย

คู่แข่งของคอนเทนต์สุขภาพ ไม่ใช่โรงพยาบาลอื่น แต่คือซีรีส์

ข้อสังเกตแรกของทีมเรียบง่าย คนไม่ได้ปฏิเสธความรู้เรื่องสุขภาพ แค่ไม่อยากดูอะไรที่ยากและไกลตัว ในโลกที่คนเลื่อนฟีดผ่านทุกอย่างที่ไม่สนุก คอนเทนต์ของโรงพยาบาลจึงต้องแย่งความสนใจกับความบันเทิง ไม่ใช่กับโรงพยาบาลด้วยกันเอง

คำตอบคือ ‘ยัยสมองวุ่นวายกับเจ้าชายกระดูก’ ซีรีส์โรแมนติกคอมเมดี้ความยาว 4 ตอน ว่าด้วยเรื่องสมองและกระดูก ถ่ายในรูปแบบแนวตั้งแบบเดียวกับที่คนดูกันอยู่แล้วบนโซเชียล ข้อมูลเรื่องอาการและวิธีรักษาถูกสอดแทรกไว้ในเนื้อเรื่องโดยไม่ยัดเยียด

ผลลัพธ์คือยอดชมทะลุ 10 ล้านวิว และรางวัลเงิน สาขา Excellence in Content Marketing จาก MEA 2026 แต่ตัวเลขที่น่าสนใจกว่ายอดวิว คือกลุ่มคนดู ซีรีส์นี้เข้าถึงคนที่ปกติไม่เคยเปิดดูคอนเทนต์โรงพยาบาลมาก่อน โดยเฉพาะ Gen Z ที่ติดตามดูทีละตอน

เมื่อพูดตรง ๆ ไม่ได้ ก็เปลี่ยนวิธีพูด

ต่อมลูกหมากโตเป็นภาวะที่พบได้บ่อยในผู้ชายวัย 50 ปีขึ้นไป และอาการปัสสาวะไม่พุ่งคือหนึ่งในสัญญาณสำคัญ แต่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่อยากเอ่ยถึง ทั้งกับคนรอบตัวและกับแพทย์

สำหรับการสื่อสารแพ็กเกจที่ครอบคลุมตั้งแต่การตรวจคัดกรอง การรักษา จนถึงการดูแลหลังรักษา ทีมจึงเลือกทิ้งศัพท์แพทย์ทั้งหมด แล้วหยิบหนังแอ็กชันที่ผู้ชายรุ่นนี้โตมาด้วยอย่างเจมส์ บอนด์ และ Mission: Impossible มาเล่าแทน ฉากในตำนานถูกตีความใหม่ให้กลายเป็นภาพเปรียบเปรยของอาการ ดูแล้วเข้าใจทันที จำได้ และหยิบไปคุยต่อได้โดยไม่ต้องเขิน

ผลงาน ‘Mission Possible’ คว้า 2 รางวัลจาก The Work 2026 (Asia+Australia) ในสาขา Entertainment Branded Content และ Health & Pharma

โจทย์ยากอีกชิ้นหนึ่งคือการโปรโมตศูนย์รักษาภาวะมีบุตรยากในตลาดจีน เพราะแพลตฟอร์มโซเชียลและระบบโฆษณาของจีนหลายเจ้าจำกัดหรือห้ามโฆษณาในหมวดนี้

แทนที่จะพยายามหาช่องโหว่ของกฎ ทีมเลือกเปลี่ยน ‘คำ’ แทน ออกมาเป็นแคมเปญ ‘Mangu Mango’’ (曼谷芒果 หรือ ‘มะม่วงกรุงเทพ’) ที่เล่นกับเสียงพ้องกันระหว่าง 曼谷 (Màngǔ) ชื่อกรุงเทพฯ ในภาษาจีน กับ 芒果 (mángguǒ) ที่แปลว่ามะม่วง ผลไม้ไทยที่คนจีนชื่นชอบเป็นพิเศษ

งานภาพสไตล์จีนเป็นรูปคู่รักอุ้มมะม่วงที่ห่อผ้าแบบเด็กอ่อน มองแวบแรกเห็นได้ทั้งเด็กและมะม่วงในภาพเดียว สื่อสารเรื่องการมีบุตรได้ชัดโดยไม่ต้องเอ่ยถึงตรง ๆ

แคมเปญยังออกมาอยู่บนท้องถนน ด้วยรถตุ๊กตุ๊กกว่า 10 คันที่ห่อด้วยสีเหลืองมะม่วงสด ให้บริการรับส่งฟรีตลอด 24 ชั่วโมงจากย่านห้วยขวาง ซึ่งเป็นย่านที่มีคนจีนอาศัยและท่องเที่ยวหนาแน่น มายังโรงพยาบาลกรุงเทพ กลายเป็นภาพที่ใครเห็นก็อยากหยิบมือถือขึ้นมาถ่าย และช่วยกระจายแคมเปญต่อโดยไม่ต้องพึ่งพื้นที่โฆษณา แคมเปญนี้เพิ่งเริ่มเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2569

เปลี่ยน ‘ป่วยค่อยไปหาหมอ’ สู่การดูแลตัวเองทีละนิดทุกวัน

หากคอนเทนต์คือประตูบานแรก สิ่งที่ทีมต้องตอบต่อคือ ทำอย่างไรให้คนกลับมาหาโรงพยาบาลอีก โดยไม่ต้องรอให้ป่วย

Better Club คือคำตอบในรูปแบบโปรแกรมสมาชิก ที่ทำให้การดูแลสุขภาพกลายเป็นกิจวัตรที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่นาที ทั้งตอบควิซประจำวัน อ่านบทความสุขภาพ หรือเช็กอินบนเว็บไซต์ง่าย ๆ ทุกกิจกรรมได้คะแนนสะสม ซึ่งนำไปแลกเป็นการปรึกษาแพทย์ออนไลน์ฟรี 15 นาที หรือส่วนลดแพ็กเกจสุขภาพได้

Better AI เข้ามาเติมช่วงเวลาที่คนเพิ่งเริ่มสงสัยว่าตัวเองเป็นอะไร ผู้ใช้เพียงเล่าอาการ ก็จะได้สรุปข้อมูลสุขภาพ รายชื่อแพทย์เฉพาะทางที่ตรงกับอาการ และจองคิวได้ทันที ผลสรุปยังแชร์ต่อเป็นลิงก์ได้ เพราะทีมพบว่าคนที่หาข้อมูลสุขภาพจำนวนไม่น้อยคือลูก ๆ ที่หาให้พ่อแม่

ส่วนแคมเปญเปิดตัว ‘Better AI – Prompting Healthcare’ เลือกเล่าด้วยอารมณ์ขัน ล้อคำตอบเกินจริงที่ AI ทั่วไปมักให้เมื่อถูกถามเรื่องอาการป่วย โดย Better AI คว้ารางวัลทองแดง สาขา Excellence in AI-Powered Storytelling จาก MEA 2025 มาได้

ล่าสุด ทั้ง Better AI และ Better Club ยังผ่านเข้ารอบสุดท้ายของ NEXT Awards Thailand 2026 ในหมวด AI, Gamification และ Loyalty Marketing ซึ่งจะประกาศผลในเดือนพฤศจิกายนนี้

นอกโลกออนไลน์ ก็ครีเอทีฟได้

ความคิดสร้างสรรค์ของโรงพยาบาลกรุงเทพไม่ได้หยุดอยู่แค่บนหน้าจอ ‘Run with the Flow 2024’ ชวนคนทั่วประเทศออกมาวิ่งเพื่อสุขภาพหัวใจและสมอง พร้อมนำรายได้มอบให้มูลนิธิเวชดุสิต งานนี้คว้ารางวัลเงิน สาขา Excellence in Event Marketing จาก MEA 2025

ความต่างที่ไม่ได้อยู่ที่คำว่า ‘เก่ง’

เมื่อมองภาพรวม ผลงานทั้งหมดนี้ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อบอกว่าโรงพยาบาลเก่งแค่ไหน แต่เพื่อลดระยะห่างระหว่างคนกับโรงพยาบาลในทุกจังหวะ ตั้งแต่ตอนที่ยังไม่รู้สึกว่าต้องสนใจสุขภาพ ตอนที่อายจะพูดถึงอาการ ตอนที่เพิ่งเริ่มสงสัย ไปจนถึงตอนที่อยากดูแลตัวเองให้ต่อเนื่อง

ความเป็นเลิศทางการแพทย์ยังคงเป็นรากฐานที่ไม่เปลี่ยน แต่ในตลาดที่ทุกแบรนด์พูดเหมือนกันหมด สิ่งที่ทำให้คนเลือกอาจไม่ใช่ว่าใครเก่งกว่า แต่เป็นว่าที่ไหนเข้าหาง่าย และคุยด้วยแล้วสบายใจกว่า

“เป้าหมายของเราไม่ซับซ้อน คืออยากให้คนนึกถึงโรงพยาบาลกรุงเทพไม่ใช่แค่ตอนป่วย แต่เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพทุกวัน” คุณเจียระไน กล่าวทิ้งท้าย “และความคิดสร้างสรรค์คือทางที่จะพาเราไปถึงตรงนั้น”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...