โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ถอดรหัสเวที GTEF มาเก๊า 2026 “จีน” พลิกเกมท่องเที่ยวโลก สร้างโอกาสเศรษฐกิจเชื่อม 9 เมืองสำคัญ

Thairath Money

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

การประชุมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวระดับโลก Global Tourism Economy Forum (GTEF) ครั้งที่ 12 ณ เขตบริหารพิเศษมาเก๊า ภายใต้ธีม “Crisis-Resilience-Evolution” ไม่ใช่แค่การจัดฟอรัมพบปะประจำปี แต่คือหมุดหมายเชิงยุทธศาสตร์ที่ส่งสัญญาณว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวโลกกำลังเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากยุคที่เคยวัดความสำเร็จด้วย “จำนวนนักท่องเที่ยว” ไปสู่การวัดผลด้วย “มูลค่าทางเศรษฐกิจและการเติบโต” อย่างมีคุณภาพ

แกนนำสำคัญของการขับเคลื่อนครั้งนี้ยังคงหนีไม่พ้นประเทศยักษ์ใหญ่แห่งเอเชีย คือ สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีมาเก๊าเป็นสปริงบอร์ดเชื่อมโยงเศรษฐกิจระดับโลก ขณะที่ รัฐบาลปักกิ่งเดินหน้าใช้นโยบายเชิงรุกอย่างเข้มข้น ทั้งการขยายมาตรการยกเว้นวีซ่า ครอบคลุมถึง 50 ประเทศ และฟรีวีซ่าต่อเครื่อง 240 ชั่วโมง (240-hour Visa-Free Transit)

เพื่ออนุญาตให้พลเมืองจากประเทศที่กำหนด สามารถเปลี่ยนเครื่องและพำนักอยู่ในประเทศจีนได้นานสูงสุด 240 ชั่วโมง (หรือ 10 วัน) โดยไม่ต้องขอวีซ่า ก่อนเดินทางต่อไปยังประเทศหรือภูมิภาคที่สาม ควบคู่ไปกับการปลดล็อกอุปสรรคเชิงโครงสร้างอย่างระบบชำระเงินดิจิทัลสำหรับชาวต่างชาติ

ทว่าหัวใจของมิติทางเศรษฐกิจที่น่าสนใจกว่านั้น คือการปรับนิยามของการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในภาคการท่องเที่ยว โดยจีนไม่ได้มองเพียงการระดมทุนเพื่อสร้างโรงแรมหรือสถานบันเทิง แต่กำลังวางนักลงทุนต่างชาติเป็นผู้ร่วมทำการตลาดตั้งแต่ต้นทาง เพื่อผูกผลประโยชน์ของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน

กลยุทธ์ดังกล่าวยังผสานเข้ากับพลังของโครงข่าย Greater Bay Area (GBA) ที่เชื่อม 9 เมืองเศรษฐกิจในมณฑลกวางตุ้งเข้ากับฮ่องกงและมาเก๊า

โฮ เห่าหว่า (HO Hau Wah) รองประธานคณะกรรมการแห่งชาติสภาที่ปรึกษาทางการเมืองประชาชนจีน และประธานการประชุม Global Tourism Economy Forum เน้นย้ำถึงพัฒนาการครั้งสำคัญของการประชุมในปีนี้ว่า ปีนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการพัฒนาการประชุม GTEF

หลังจากที่การประชุม Global Tourism Economy Forum (GTEF) ครั้งที่ 11 จัดขึ้นที่เมืองฮาร์บิน มณฑลเฮยหลงเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน 15 – 17 ธันวาคม 2568 ประสบความสำเร็จอย่างมาก

และเพื่อเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จดังกล่าว การประชุมในปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “วิกฤต- ความยืดหยุ่น-วิวัฒนาการ ร่วมสร้างเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเพื่ออนาคตที่ทุกคนมีส่วนร่วม” ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่สอดคล้องกับสถานการณ์โลกในปัจจุบัน ในฐานะเวทีระดับนานาชาติที่มีรากฐานสำคัญอยู่ในมาเก๊า GTEF มุ่งประสานการดำเนินงานให้สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาโดยรวมของเขตบริหารพิเศษมาเก๊าอย่างต่อเนื่อง พร้อมเสริมสร้างแรงขับเคลื่อนใหม่ให้แก่การกระจายความหลากหลายทางเศรษฐกิจของมาเก๊า

แพนซี โฮ รองประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมและการพาณิชย์แห่งประเทศจีนและรองประธานและเลขาธิการฟอรัมเศรษฐกิจการท่องเที่ยวโลก (Global Tourism Economy Forum: GTEF) กล่าวว่า การท่องเที่ยวในยุคใหม่ต้องก้าวข้ามการขายบริการแบบแยกส่วน ไปสู่การส่งมอบ "การท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์" ที่มีมูลค่าสูง โดยใช้เทคโนโลยีและ AI มาเป็นโครงสร้างพื้นฐานในการอำนวยความสะดวก แต่คงเสน่ห์และเรื่องราวทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ไว้ เพื่อสร้างแรงดึงดูดที่ยั่งยืนและสร้างการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การปรับตัวของผู้ให้บริการในภาคอุตสาหกรรมท่องเที่ยวยุคใหม่จำเป็นต้องอาศัยทักษะที่สูงขึ้น ผู้ประกอบการไม่สามารถทำหน้าที่เพียงแค่การเปิดให้เช่าห้องพักหรือขับรถรับส่งแบบเดี่ยวๆ ได้อีกต่อไป แต่ต้องยกระดับตนเองสู่การเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวแบบครบวงจร เช่น คนขับรถที่สามารถเล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์ของท้องถิ่น และมิติทางวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่ข้อมูลพื้นฐานของ AI ไม่สามารถทดแทนได้

เช่นเดียวกับภาคธุรกิจค้าปลีกเชิงประสบการณ์ที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาคุณค่าที่แท้จริง งานศิลปะ และเรื่องราวเบื้องหลังงานออกแบบ มากกว่าแค่การซื้อสินค้าตามกระแส หรือ สินค้า Limited Edition ซึ่งแนวคิดเหล่านี้จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจในอนาคต

จีนเตรียมขยายมาตรการยกเว้นวีซ่าเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้น

นโยบายวีซ่าของจีนกลายเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ได้รับความสนใจในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก โดยจีนเริ่มทดลองใช้นโยบายยกเว้นวีซ่าฝ่ายเดียวในปี 2566 และขยายมาตรการดังกล่าวให้ครอบคลุมผู้เดินทางจาก 50 ประเทศแล้ว โดยผู้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไขสามารถพำนักในจีนได้นานสูงสุด 30 วัน เพื่อการท่องเที่ยว การติดต่อธุรกิจ การเยี่ยมเยียนครอบครัว การแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศ หรือการเดินทางผ่าน

นอกจากนี้ จีนยังขยายมาตรการยกเว้นวีซ่าสำหรับการเดินทางผ่านประเทศเป็นเวลา 240 ชั่วโมง เพื่อเพิ่มความสะดวกและความยืดหยุ่นให้แก่นักเดินทางต่างชาติ โดยมีประเทศที่ได้รับสิทธิเพิ่มเติมจากหลายภูมิภาค ทั้งยุโรป เอเชีย ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ซึ่งมาตรการเหล่านี้สะท้อนถึงความตั้งใจของจีนในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกมากขึ้น ขณะเดียวกันยังช่วยส่งเสริมบทบาทของมาเก๊าในฐานะประตูเชื่อมโยงจีนกับตลาดต่างประเทศอีกด้วย

ก้าวต่อไปของมาเก๊าคืออะไร?

แพนซี โฮ ไม่ได้มองว่าความสำเร็จของมาเก๊าเป็นสิ่งที่จะคงอยู่ตลอดไปโดยไม่ต้องพยายาม เธอเชื่อว่ามาเก๊าต้องเดินหน้าพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาตำแหน่งในตลาดการท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งหมายถึงการลงทุนในด้านวัฒนธรรม การบริการ เทคโนโลยี และการสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศ

ขณะเดียวกันสิ่งสำคัญคือการไม่ลืมว่านักเดินทางไม่ได้มองหาเพียงความสะดวกสบายเท่านั้น แต่ยังต้องการประสบการณ์ที่สร้างความรู้สึกและความประทับใจอีกด้วย

สำหรับประเทศไทย ในฐานะคู่ค้ายุทธศาสตร์สำคัญของจีน ความเคลื่อนไหวจากเวที GTEF กำลังเปิดหน้าต่างแห่งโอกาสทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ โมเดลการผนึกกำลังระดับภูมิภาคของจีน สะท้อนให้เห็นว่าไทยไม่ควรมองการท่องเที่ยวเป็นเกมที่ต้องแข่งขันชิงนักท่องเที่ยวเพียงอย่างเดียว แต่สามารถยกระดับเป็น “พันธมิตร” ที่มีจุดหมายปลายทางร่วม

โดยต่อยอดจากข้อตกลงฟรีวีซ่า และการเชื่อมโยงระบบรางผ่านเส้นทางรถไฟ Belt and Road Initiative (BRI) หรือโครงการหนึ่งแถบหนึ่งเส้นทางของจีน มีเป้าหมายหลักในการเชื่อมโยงโครงข่ายคมนาคมทางบกและทางรถไฟจากประเทศจีนไปสู่ภูมิภาคต่างๆ ตั้งแต่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียกลาง ไปจนถึงทวีปยุโรป

เพื่อออกแบบแพ็กเกจการเดินทางระยะยาวแบบข้ามพรมแดน ดึงดูดนักเดินทางกลุ่มกำลังซื้อสูงจากยุโรป ตะวันออกกลาง และอเมริกา ให้เดินทางเยือนกลุ่มเมือง GBA ต่อเนื่องมายังประเทศไทย

นอกจากนี้ การที่จีนเปิดกว้างรับการลงทุนร่วมเชิงทวิภาคี ยังเป็นโอกาสทองของกลุ่มทุนโรงแรม การบริการ และ Wellness ชั้นนำของไทย ที่จะเข้าไปร่วมลงทุนหรือขยายแบรนด์ในตลาดจีน เพื่อรองรับความต้องการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและสุขภาพที่กำลังเติบโต

ขณะเดียวกัน ภาคการท่องเที่ยวไทยต้องเร่งปรับตัวตามทิศทางโลก ด้วยการเปลี่ยนผ่านจากการพึ่งพานักท่องเที่ยวกลุ่ม Mass มาสู่การสร้าง Value-driven Tourism ยกระดับทักษะแรงงานภาคบริการให้กลายเป็นผู้ถ่ายทอดประสบการณ์ทางวัฒนธรรมที่ AI ไม่อาจเลียนแบบได้ ซึ่งจะช่วยเปลี่ยนตัวเลขการเดินทางให้กลายเป็นรายได้ที่หมุนเวียนลงสู่ระบบเศรษฐกิจฐานรากของประเทศได้อย่างแท้จริงและยั่งยืน

อ่านข่าวเทคโนโลยี โลกนวัตกรรม Digital Transformation กับ ThairathMoney เพื่อให้คุณ “การเงินดีชีวิตดี” ได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/tech_innovation

ติดตามเพจ Facebook: Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ - https://www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ถอดรหัสเวที GTEF มาเก๊า 2026 “จีน” พลิกเกมท่องเที่ยวโลก สร้างโอกาสเศรษฐกิจเชื่อม 9 เมืองสำคัญ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...