โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ข้อจำกัด-ล้านกรอบ?

ไทยโพสต์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“กะเพรา กระเพาะ กระเพื่อม”

นี่คือ..หัวข้อบทกลอนของ “น้าหมู” คุณพงษ์เทพ กระโดนชำนาญ ศิลปินเพื่อชีวิตรุ่นใหญ่ ก่อนที่จะร่ายต่อว่า..

“จะกอบกำ โกยกิน สิ้นรากเหง้าผัดกะเพรา มีแต่หมู ดูแล้วชั่วกินผักหญ้า ร่ำรวย เหมือนควายวัวต้องกราบตีน เจ้าสัว ขอกะเพรา”

ซึ่งก็เป็นการสะท้อนความรู้สึกผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับประเด็นดรามา “จดลิขสิทธิ์กะเพรา 4 สายพันธุ์” ที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันอยู่ในสังคมขณะนี้

หลายคน โดยเฉพาะ “สาวก” น้าหมูอ่านแล้วคงจะชื่นชม เป็น “กลอนสุภาพ” ที่แต่งได้ถูกต้องตามฉันทลักษณ์ มีสัมผัสนอก-ในที่ไพเราะคมคาย!

แต่..ที่น่าชื่นชมและคมคายยิ่งกว่าสำหรับผม ก็ข้อความของ “คุณพีระชาติ อินตา” ที่ได้โพสต์ว่า..

“พี่หมูครับ เพลงที่พี่แต่ง พี่ก็ใช้ภาษาไทยที่คนทั้งชาติใช้ร่วมกัน ไม่ใช่ภาษาที่พี่คิดค้นขึ้นมาเอง

แต่พอเอามาเรียบเรียงเป็นเพลง พี่กลับสร้างผลงานที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายได้

แล้วคนที่นำพืชที่มีอยู่ตามธรรมชาติมาวิจัย ทดลอง คัดเลือก และพัฒนาจนได้พันธุ์ใหม่ ทำไมเขาถึงไม่ควรได้รับความคุ้มครองบ้าง?

ภาษาไทยไม่ได้เป็นของพี่คนเดียว แต่ผลงานเพลงของพี่ยังได้รับความคุ้มครอง แล้วทำไมพอเป็นกะเพราที่คนอื่นลงทุนพัฒนา พี่ถึงออกมาต่อต้านการคุ้มครองเสียเอง?

ตกลงหลักการที่พี่ยึดถือคืออะไรครับ?”

เห็นไหม..คมบาดลึก จนบัดป่านนี้ไม่รู้ “น้าหมู” จะคิดหาคำตอบได้หรือยัง?

ครับ..วันก่อนเห็นข่าวคุณนก-จริยา แอนโฟเน่ นักแสดงและผู้จัดละครรุ่นใหญ่ เปิดใจผ่านรายการช่อง “ไทยพีบีเอส”

พูดถึงสาเหตุที่ “ละครไทย” ยังวนเวียนอยู่แต่เรื่องผัวเมียตบตี ว่าเป็นเพราะทางช่อง-สถานีมี “ข้อจำกัด” มี “ล้านกรอบ”..

ทั้งจากหน่วยงานรัฐ กองเซนเซอร์ และกระแสความอ่อนไหวของสังคม จนทำให้ไม่สามารถทำพล็อตตีแผ่สังคมหรือเจาะลึกอาชีพแบบซีรีส์เกาหลีได้!

ซึ่งฟังดูก็เป็นความจริงที่รับรู้มาตลอด ด้วยช่อง-สถานีเลี่ยงไม่ต้องการให้เกิดความเสี่ยงหรือปัญหากับธุรกิจ

กระนั้น..ก็ทำให้คิดต่อว่า “ข้อจำกัด-ล้านกรอบ” เหล่านั้น เป็น “กำแพง” ที่ข้ามไม่ได้จริงๆ หรือแท้จริงแล้วมันคือผ้าคลุมที่ซ่อนปัญหารากลึก..

อย่าง “ศักยภาพของคนคิดพล็อตและคนเขียนบท” เอาไว้กันแน่..หือ?

ผมนั้นดูเหมือนจะพูดประเด็นนี้มาหลายครั้ง-หลายวาระ ก็ขอยืนยันเหมือนเดิมว่าปัญหาละครไทย (อาจ) ไม่ได้อยู่ที่ “ข้อจำกัด” แต่น่าจะอยู่ที่ “สมอง” และ “ฝีมือ” ต่างหาก!

การทำละครแบบ “ตีแผ่” หรือสะท้อนปัญหาในทุกๆ วงการ-วิชาชีพ มันเป็นเรื่องยาก ไม่เหมือนการใช้เสียงกรี๊ด การด่าทอ และดรามาความหึงหวง..

ที่เป็นอารมณ์ขั้นพื้นฐานที่เขียนพล็อต-เขียนบทง่ายที่สุด และกระตุ้นความรู้สึกคนดูได้เร็ว เรียก “เรตติง” ได้ดีกว่า!

เชื่อว่าหลายท่านคงเคยได้ดูซีรีส์เกาหลีใต้ อย่าง Stranger หรือ Signal และน่าจะเห็นตรงกับผมว่าการเขียนบทของเขายอดเยี่ยมมาก

คนเขียนบทต้องมีการทำรีเซิร์ชข้อมูลอย่างหนักหน่วง ทำการบ้านจนเข้าใจช่องโหว่ของกฎหมายและมิติของมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

จึงสามารถเขียนบทวิพากษ์วิจารณ์ “โครงสร้างสังคม” ได้อย่างมีชั้นเชิง โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ตัวละครขาวจัด-ดำจัด หรือยัดเยียดความเลว-ด้านมืดจนสุดโต่ง!

พูดก็พูด..จะเกาหลีใต้ ญี่ปุ่น หรือแม้แต่ฝั่งตะวันตก ก็มีหน่วยงานรัฐ องค์กรวิชาชีพ หรือเซนเซอร์ที่เข้มงวดทั้งนั้นแหละ เพียงแต่พวกเขามีวิธี “ตีแผ่-สะท้อน” ด้วยการค้นคว้าข้อมูลจริง

และกล้าแตะประเด็นเปราะบางให้กลายเป็นพล็อตสืบสวน การเมือง หรือสะท้อนมนุษย์สีเทาได้โดยไม่จำเป็นต้องทำให้ทุกอาชีพ “ขาวสะอาดสมบูรณ์แบบ”!

จะว่าไปซีรีส์ไทยบนสตรีมมิงก็มีหลายเรื่องที่พิสูจน์แล้วว่า ถ้าคนเขียนบท “มือถึง”-“ทุนถึง” ก็สามารถพูดเรื่องโครงสร้างอำนาจ อาชีพ หรือประเด็นสีเทาได้อย่างเข้มข้น!

ผมมองว่า ถึงเวลาแล้วที่ “คนเบื้องหลัง” จะต้องหันมามองความจริงอย่างตรงไปตรงมา ยอมรับว่าเรายังขาดแคลน “คนเขียนบท” ที่มีคุณภาพ..

และขาดการลงทุนกับการพัฒนาคนเขียนบทอย่างจริงจัง!

เพราะท้ายที่สุด กำแพงของละครไทย อาจไม่ใช่ “ข้อจำกัด-ล้านกรอบ” หากแต่เป็น “วิสัยทัศน์” และ “ฝีมือ” ของคนเขียนบท..

ที่ยังก้าวไม่พ้นกรอบความสะดวก-สบายของตัวเอง!.

สันต์ สะตอแมน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...