เทรนด์ความงามยุคใหม่ ไม่ต้องหน้าใหม่ แต่ให้ดูดีในแบบตัวเอง
การมีผิวพรรณที่ดี ใบหน้าอ่อนเยาว์ และการลดเลือนริ้วรอย ยังคงเป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสำคัญในการดูแลความงาม แต่ปัจจุบันผู้คนเริ่มมองความงามในมุมที่กว้างขึ้น เพราะนอกจากการดูดีจากภายนอกแล้ว ยังต้องการมีสุขภาพแข็งแรง มีพลังในการใช้ชีวิต และรักษาคุณภาพชีวิตที่ดีไปให้นานที่สุด
แนวคิดเรื่อง Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ จึงเริ่มเข้ามามีบทบาทในอุตสาหกรรมความงามมากขึ้น โดยเฉพาะในเอเชียที่การดูแลผิวพรรณ โภชนาการ สุขภาพจิต และเทคโนโลยีทางการแพทย์กำลังเชื่อมโยงเข้าด้วยกัน
ภายในงาน Nikkei & Financial Times Live Business of Luxury Summit - Asia edition ณ โรงแรม Capella Bangkok มีการเสวนาหัวข้อ “Longevity, High-Tech and Health - The New Frontiers in Asian Beauty” ซึ่งรวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากแวดวงสุขภาพและความงามมาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของอุตสาหกรรมความงาม รวมถึงบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับนานาชาติ
กรุงเทพธุรกิจ ชวนผู้อ่านสำรวจมุมมองจากผู้เชี่ยวชาญว่าทำไม Longevity จึงกำลังกลายเป็นแนวคิดสำคัญของอุตสาหกรรมความงาม และทำไมการดูแลสุขภาพจากภายในจึงอาจเป็นกุญแจสำคัญของความงามในอนาคต
Longevity ไม่ใช่แค่อายุยืน แต่ต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี
Simone Gibertoni (ซิโมน จิเบอร์โทนี) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Clinique La Prairie สถาบันด้านสุขภาพและเวชศาสตร์อายุยืนจากสวิตเซอร์แลนด์ มองว่า Longevity กำลังได้รับความสนใจอย่างรวดเร็วทั่วโลก และมีแนวโน้มเติบโตเป็นตลาดมูลค่าหลายล้านล้านดอลลาร์
Simone Gibertoni (ซิโมน จิเบอร์โทนี) ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม Clinique La Prairie
เหตุผลสำคัญคือผู้คนเริ่มเปลี่ยนมุมมองจากการรอให้เจ็บป่วยแล้วจึงรักษา มาเป็นการลงทุนดูแลสุขภาพตั้งแต่ยังแข็งแรง หัวใจของ Longevity จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่ม Lifespan หรืออายุขัย แต่เป็นการยืด Healthspan หรือช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี เพื่อลดระยะเวลาที่ต้องเผชิญกับโรคเรื้อรังหรือข้อจำกัดในการใช้ชีวิตเมื่ออายุมากขึ้น
“Longevity ไม่ใช่แค่การเพิ่มจำนวนปีให้ชีวิต แต่เป็นการเพิ่มคุณภาพชีวิตให้กับปีที่เรามีอยู่” จิเบอร์โทนีอธิบาย
เขายังมองว่าผู้บริโภคในเอเชียเปิดรับแนวคิดนี้มากขึ้น โดยการมีสุขภาพดีไม่ได้หมายถึงความแข็งแรงทางร่างกายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสุขภาพจิตและอารมณ์ (Mental & Emotional Well-being) ด้วย
อย่างไรก็ตาม ไม่มีอาหารเสริม ยาวิเศษ หรือเทคโนโลยีใดที่สามารถทำให้คนเรามีสุขภาพดีได้โดยไม่ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เพราะสิ่งสำคัญคือความพร้อมที่จะลงมือดูแลตัวเองอย่างจริงจัง
ความงามจากภายในสู่ภายนอก เทรนด์ใหม่ของเวชศาสตร์ชะลอวัย
Dr. Christopher Asandra (นพ.คริสโตเฟอร์ อาซานดรา) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Asandra MD International ซึ่งเพิ่งเปิดคลินิกแห่งใหม่ในกรุงเทพฯ มองว่าพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจนหลังการระบาดของโควิด-19
โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา ผู้คนเริ่มให้ความสำคัญกับการลงทุนด้านสุขภาพมากกว่าการซื้อสินค้าฟุ่มเฟือยอย่างรถยนต์คันใหม่ เพราะผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องการมีสุขภาพแข็งแรง รู้สึกสดชื่น มีพลัง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
Dr. Christopher Asandra (นพ.คริสโตเฟอร์ อาซานดรา) ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Asandra MD International
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การดูแลสุขภาพแบบ Inside-Out Approach หรือการดูแลจากภายในสู่ภายนอก ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะผิวพรรณ แต่ให้ความสำคัญกับการทำงานของระบบต่าง ๆ ในร่างกายด้วย
หนึ่งในแนวทางที่เขาสนใจคือ การดูแลสุขภาพฮอร์โมน เนื่องจากเมื่ออายุมากขึ้น ระดับฮอร์โมนบางชนิดอาจเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อพลังงาน มวลกล้ามเนื้อ อารมณ์ รวมถึงความสัมพันธ์กับคนรอบตัว
เขามองว่าอนาคตของการดูแลสุขภาพจะมุ่งไปสู่ Precision Medicine หรือการแพทย์แม่นยำ ที่ใช้ข้อมูลสุขภาพเฉพาะบุคคลมาประกอบการวางแผนดูแล รวมถึงการพิจารณาฮอร์โมนบำบัดและเปปไทด์ (Peptide) ในบางกรณี
อย่างไรก็ตาม การรักษาเหล่านี้ไม่ได้เหมาะสำหรับทุกคน โดยเฉพาะการใช้เปปไทด์เพื่อชะลอวัยที่หลายรูปแบบยังมีหลักฐานด้านประสิทธิผลและความปลอดภัยจำกัด จึงควรได้รับการประเมินจากแพทย์ก่อนเสมอ
ความงามยุคใหม่ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนหน้า แต่ต้องดูดีในแบบตัวเอง
นพ.ดิษพงศ์ “โจ” พานิชพร ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผิวหนังหลักของ The Demis Clinic มองว่า ความต้องการของผู้บริโภคด้านความงามกำลังเปลี่ยนไป แทนที่จะต้องการเปลี่ยนแปลงใบหน้าอย่างชัดเจน ผู้คนกลับให้ความสำคัญกับการดูสดใส พักผ่อนเพียงพอ มีสุขภาพดี และยังคงความเป็นตัวเอง
แนวโน้มนี้ทำให้การดูแลคุณภาพผิว (Skin Quality) และผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติได้รับความสนใจมากขึ้น
เขาอธิบายว่า ปัจจุบันคลินิกความงามทั่วโลกสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกันได้ สิ่งที่สร้างความแตกต่างจึงไม่ใช่การมีเครื่องมือที่ทันสมัยที่สุด แต่เป็นความสามารถของแพทย์ในการตัดสินใจว่าอะไรเหมาะสมกับผู้รับบริการแต่ละคน รวมถึงการรู้ว่าเมื่อไรควรรักษา และเมื่อไรควรหยุด
นพ.ดิษพงศ์ “โจ” พานิชพร ผู้ร่วมก่อตั้งและแพทย์ผิวหนังหลักของ The Demis Clinic
ประเทศไทยกับโอกาสเป็นศูนย์กลางสุขภาพและความงามระดับโลก
ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมสุขภาพและความงามในเอเชีย ประเทศไทยถือเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพในการเติบโต
นพ.ดิษพงศ์มองว่า จุดแข็งของประเทศไทยไม่ได้มีเพียงบุคลากรทางการแพทย์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย แต่ยังรวมถึง วัฒนธรรมการบริการ (Hospitality) และการดูแลแบบเฉพาะบุคคล (Personalization) เพราะแม้เทคโนโลยีจะสามารถซื้อหาได้จากทั่วโลก แต่ประสบการณ์การดูแลที่ใส่ใจ รับฟัง และปรับให้เหมาะกับผู้รับบริการแต่ละคน เป็นสิ่งที่สร้างความแตกต่างได้
ขณะที่ นพ.อาซานดรา ซึ่งเพิ่งขยายธุรกิจเข้ามาในกรุงเทพฯ มองว่าเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เป็นตลาดที่เปิดกว้างสำหรับบริการด้านสุขภาพรูปแบบใหม่ โดยเฉพาะบริการที่สะดวก รวดเร็ว และตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภค
การผสมผสานความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ เทคโนโลยี และวัฒนธรรมการบริการ จึงเป็นโอกาสสำคัญที่อาจช่วยผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางด้านสุขภาพและ Longevity ระดับนานาชาติ
3 คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อความสวยและสุขภาพดีในระยะยาว
แม้เทคโนโลยีด้านความงามจะพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว แต่เมื่อถามถึงคำแนะนำในการดูแลตัวเอง ผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คนกลับให้ความสำคัญกับเรื่องพื้นฐานที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้
1. ดูแลสุขภาพจากภายใน ไม่ใช่แค่ผิวภายนอก
นพ.อาซานดราแนะนำว่า การดูแลผิวกับผู้เชี่ยวชาญเป็นเรื่องสำคัญ แต่ไม่ควรมองข้ามสุขภาพภายใน ทั้งการนอนหลับ โภชนาการ การออกกำลังกาย และการประเมินปัญหาสุขภาพที่อาจส่งผลต่อร่างกายโดยรวม
2. ความสม่ำเสมอสำคัญกว่าการทำอย่างหนักเป็นครั้งคราว
จิเบอร์โทนีย้ำว่า Consistency is better than intensity หรือความสม่ำเสมอสำคัญกว่าความเข้มข้น เพราะการดูแลสุขภาพให้เห็นผลในระยะยาวไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่เกิดจากพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่องทุกวัน
3. ป้องกันความเสียหาย ดีกว่ารอให้เกิดแล้วค่อยแก้ไข
นพ.ดิษพงศ์ให้ความสำคัญกับการปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะยูวีเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย จุดด่างดำ และความเสียหายสะสมของผิวหนัง
การใช้ครีมกันแดดอย่างเหมาะสมเป็นประจำจึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการดูแลผิว เพราะการป้องกันความเสียหายตั้งแต่แรกย่อมดีกว่าการพยายามย้อนกลับไปแก้ไขในภายหลัง
อนาคตความงาม คือการมีสุขภาพดีและใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่
มุมมองของผู้เชี่ยวชาญทั้ง 3 คนสะท้อนให้เห็นว่า อุตสาหกรรมความงามกำลังเปลี่ยนจากการให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอกเพียงอย่างเดียว ไปสู่การดูแลสุขภาพแบบองค์รวมมากขึ้น
ผู้บริโภคเริ่มสนใจการป้องกันปัญหาสุขภาพตั้งแต่เนิ่น ๆ การดูแลจากภายใน และการรักษาที่เหมาะสมกับตัวเอง ขณะที่เทคโนโลยีทางการแพทย์เข้ามาเพิ่มทางเลือกในการดูแลสุขภาพและความงาม
แต่ไม่ว่าเทคโนโลยีจะพัฒนาไปไกลแค่ไหน พื้นฐานสำคัญยังคงเป็นการกินอาหารที่มีประโยชน์ นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพจิต และสร้างพฤติกรรมที่ดีอย่างสม่ำเสมอ
สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่แค่การดูอ่อนกว่าวัย แต่เป็นการมีสุขภาพแข็งแรง ดูดีในแบบของตัวเอง และมีคุณภาพชีวิตที่ดีในทุกช่วงวัย