โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

คลังเปิดสินเชื่อโซลาร์ประชาชน 3 แบงก์รัฐปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำ 2.5% ผ่อน 7 ปี

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติโครงการโซลาร์เซลล์ภาคประชาชนอย่างเป็นทางการ โดยตั้งเป้าหมายสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาเรือน บนพื้นดิน และลอยน้ำ จำนวน 1 ล้านหลังคาเรือนทั่วประเทศ ภายใต้การช่วยเหลือจากภาครัฐที่อุดหนุนเงินจำนวน 50,000 บาทต่อหลังคาเรือน ผ่านการจัดชุดแพ็กเกจมาตรฐานราคา 140,000 บาท ซึ่งใช้อุปกรณ์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานจากการไฟฟ้า

ทั้งนี้ จะมีสถาบันการเงินของรัฐ เข้าร่วมปล่อยสินเชื่อภายใต้เงื่อนไขเดียวกันทั้ง 3 ธนาคาร ได้แก่ ธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ในอัตราดอกเบี้ย 2.5% ต่อปี ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี

รัฐช่วยลดหนี้เหลือ 9 หมื่นบาท ไม่ต้องจ่ายเงินก้อนวันติดตั้ง

นายลวรณ กล่าวว่า ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้เงินสดของตนเองในวันแรกของการติดตั้ง โดยเมื่อระบบเริ่มดำเนินการ ธนาคารจะเบิกเงินอุดหนุนจากรัฐบาล 50,000 บาทเป็นรอบเดือนเพื่อนำไปลดยอดหนี้คงค้าง ทำให้ภาระหนี้กู้จริงของประชาชนลดลงเหลือเพียง 90,000 บาทเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม กรณีผู้ที่มีกำลังทรัพย์และเลือกชำระเงินสดเอง จะจ่ายเงินให้แก่ผู้ติดตั้งตามราคาแพ็กเกจ และสามารถขอรับเงินอุดหนุน 50,000 บาทคืนตรงจากภาครัฐผ่านระบบพร้อมเพย์

ขายไฟคืนรัฐ 2.20 บาท/หน่วย มีรายได้เสริมเดือนละ 700

ส่วนในเชิงความคุ้มค่าของประชาชนนั้น ประเมินว่าโครงการนี้ เหมาะสำหรับบ้านเรือนที่มีภาระค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตั้งแต่ 3,500-4,000 บาทต่อเดือนขึ้นไป ซึ่งหากมีค่าไฟฟ้าต่ำกว่าระดับนี้อาจไม่คุ้มค่าต่อการลงทุน ตัวอย่างการคำนวณกรณีบ้านที่จ่ายค่าไฟฟ้าปกติเดือนละ 4,000 บาท เมื่อติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ จะสามารถผลิตไฟฟ้าใช้เองในช่วงกลางวันคิดเป็นสัดส่วน 40% ช่วยประหยัดค่าไฟได้ประมาณ 1,100-1,200 บาทต่อเดือน

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง

ขณะที่พลังงานไฟฟ้าส่วนเกินอีก 60% สามารถขายคืนเข้าสู่ระบบของการไฟฟ้าได้ในอัตรารับซื้อ 2.20 บาทต่อหน่วย คิดเป็นรายได้เสริมอีกกว่า 700 บาทต่อเดือน รวมประโยชน์จากการประหยัดค่าไฟและการขายไฟคืนอยู่ที่ประมาณ 1,800 บาทต่อเดือน เมื่อนำไปหักลบกับค่างวดผ่อนชำระสินเชื่อธนาคารซึ่งอยู่ที่ประมาณ 1,100 บาทต่อเดือน จะทำให้ค่าไฟฟ้าสุทธิที่ประชาชนต้องจ่ายจริงลดลงเหลือเพียง 3,200-3,300 บาทต่อเดือน หรือประหยัดทันทีประมาณ 700 บาทต่อเดือนตลอดช่วงระยะเวลาการผ่อน

ทั้งนี้ หลังจากผ่อนชำระครบกำหนด 7 ปีแล้ว ภาระผ่อนสินเชื่อจะหมดไป ทำให้เงินที่ประหยัดได้ทั้งหมดประมาณ 1,100 บาทต่อเดือน ตกเป็นประโยชน์ของครัวเรือนโดยตรงไปตลอดอายุการใช้งานของแผงโซลาร์เซลล์ที่เหลืออีกราว 13 ปี จากอายุการใช้งานเฉลี่ยรวม 20 ปี

ไม่เช็กเครดิตบูโร ใช้ระบบโซลาร์เซลล์เป็นหลักประกัน

ด้านการพิจารณาสินเชื่อของสถาบันการเงินนั้น ผ่อนผันเงื่อนไขโดยไม่มีการตรวจสอบเครดิตบูโร เนื่องจากตัวระบบโซลาร์เซลล์ทำหน้าที่เป็นหลักประกันในตัวเอง และมีความเสี่ยงต่ำจากการที่การไฟฟ้าเป็นผู้จัดเก็บค่างวดผ่อนผ่านบิลค่าไฟฟ้า

นอกจากนี้ ในระหว่างช่วงระยะเวลาการผ่อนชำระ 7 ปี ระบบยังได้รับการรับประกันจากธนาคาร พร้อมบริการดูแลทำความสะอาดแผงโซลาร์เซลล์เพื่อให้รักษาระดับประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม ปริมาณการผลิตไฟฟ้าไม่สามารถการันตีตัวเลขที่แน่นอนได้ เนื่องจากขึ้นอยู่กับสภาพอากาศและแสงแดดในแต่ละวัน

1 มิเตอร์ต่อ 1 สิทธิ์ เปิดลงทะเบียน 27 ต.ค. ถึง 31 ม.ค.70

ขณะที่เกณฑ์สิทธิ์เข้าร่วมโครงการกำหนดไว้ที่ 1 สิทธิ์ต่อ 1 มิเตอร์ไฟฟ้า โดยพิจารณาจากชื่อผู้เป็นคู่สัญญาหรือเจ้าของมิเตอร์ของการไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งกรณีการซื้อขายบ้านมือสองจะต้องดำเนินการเปลี่ยนชื่อเจ้าของมิเตอร์ให้ถูกต้องก่อน หากบุคคลหนึ่งเป็นเจ้าของมิเตอร์หลายแห่งสามารถลงทะเบียนได้หลายหลัง แต่จะได้รับสิทธิ์อุดหนุน 50,000 บาทจำกัดเพียง 1 มิเตอร์ต่อ 1 สิทธิ์เท่านั้น โดยมีระบบข้อมูลกลางคอยตรวจสอบการซ้ำซ้อน

ส่วนกรอบเวลาการดำเนินงาน รัฐบาลได้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจเริ่มลงทะเบียนแสดงความประสงค์เข้าร่วมโครงการได้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคมนี้ จนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570 โดยสามารถลงทะเบียนผ่านระบบออนไลน์ของเว็บไซต์การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือเดินทางไปติดต่อ ณ จุดบริการแบบ One Stop Service ที่การไฟฟ้า ซึ่งจะมีสถาบันการเงินร่วมให้บริการในจุดเดียว

ขั้นตอนหลังจากนั้น ทีมผู้ประกอบการ (Vendor) ที่ผ่านการรับรองจากการไฟฟ้าประมาณ 400 ราย จะลงพื้นที่สำรวจความพร้อมเชิงเทคนิคของหน้างาน เช่น ความแข็งแรงของโครงสร้างหลังคา และทิศทางการรับแสงแดด โดยกำหนดระยะเวลาสำรวจเสร็จสิ้นภายในวันที่ 30 มิถุนายน 2570 ก่อนจะสรุปยอดครัวเรือนที่ผ่านเกณฑ์เพื่อจัดทำวงเงินกู้จริงตามจำนวนบ้านที่ติดตั้งได้จริง

ใช้เงินกู้กว่า 7 หมื่นล้านบาท รวมสมาร์ทมิเตอร์-ฝึกช่างติดตั้ง

สำหรับการเดินหน้าโครงการดังกล่าว ใช้ประมาณการงบประมาณจากพ.ร.ก.กู้เงิน รวมในแพ็กเกจนี้ไว้กว่า 70,000 ล้านบาท ประกอบด้วย เงินอุดหนุนโซลาร์เซลล์ 50,000 ล้านบาท งบยกระดับระบบสมาร์ทมิเตอร์ของการไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอีกแห่งละกว่า 10,000 ล้านบาท รวมทั้งงบประมาณกู้ยืมอีก 1,000 ล้านบาท สำหรับกรมพัฒนาฝีมือแรงงานในการจัดฝึกอบรมแรงงานผู้ว่างงานเพื่อผลิตช่างติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ป้อนสู่ตลาด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...