โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

18,200 ล้านบาท ความเสียหายจากน้ำท่วม 69

Reporter Journey

อัพเดต 21 ตุลาคม 2569 เวลา 4.55 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Reporter Journey

เปิดตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมปี 69

#NEWS 18,200 ล้านบาท คือตัวเลขความเสียหายจากน้ำท่วมที่ ก.อุตสาหกรรมรายงาน ชลบุรีหนักสุดแค่จังหวัดเดียวเสียหาย 17,000 ล้าน เกือบทั้งหมดอยู่ในนิคม ด้านปราจีนฯ ก็อ่วมสุดระดับหมื่นล้าน ขณะที่ตัวเลขหอการค้าปราจีนฯ เผย รวมทุกภาคเศรษฐกิจตีกลมๆ 10,000 ล้าน

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยถึงสถานการณ์ผลกระทบจากอุทกภัย ว่า ข้อมูลศูนย์บริหารสถานการณ์วิกฤต กระทรวงอุตสาหกรรม (Crisis Management Center : CMC) ณ วันที่ 13 ตุลาคม 2569 เวลา 15.00 น. พบสถานประกอบการได้รับผลกระทบ 4,635 ราย ใน 59 จังหวัด ประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น 18,205.63 ล้านบาท แบ่งเป็นสถานประกอบการในนิคมอุตสาหกรรม 17,845.69 ล้านบาท และนอกนิคมอุตสาหกรรม 359.94 ล้านบาท โดยจังหวัดชลบุรีมีมูลค่าความเสียหายสูงสุด 17,896.67 ล้านบาท

จังหวัดที่มีสถานประกอบการได้รับผลกระทบมากที่สุด ได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ ระยอง ปราจีนบุรี และชลบุรี ในจำนวนนี้เป็นเอสเอ็มอี โรงงานอุตสาหกรรม และวิสาหกิจชุมชน สะท้อนแรงกดดันต่อภาคธุรกิจทั้งในพื้นที่อุตสาหกรรมและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งต้องเร่งฟื้นฟูทั้งการผลิตและสภาพคล่องเพื่อให้กลับมาดำเนินกิจการได้ ทั้งนี้ CMC ทำการประเมินความเร่งด่วนไปแล้ว พบผู้ประกอบการ 77.6% ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน โดยความต้องการอันดับแรกคือ เงินทุนฟื้นฟูกิจการ รองลงมา เป็นการแก้ไขความเสียหายของธุรกิจโดยรวมและการซ่อมแซมเครื่องจักร

นายวราวุธกล่าวว่า ด้านมาตรการทางการเงิน SME D Bank ดำเนินมาตรการพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 12 เดือน มีผู้เข้าร่วม 539 ราย วงเงินรวม 1,807.32 ล้านบาท ควบคู่กับสินเชื่อ DIPROM Pay วงเงิน 50 ล้านบาท และมาตรการพักชำระหนี้ของกองทุนเอสเอ็มอีตามแนวประชารัฐเป็นเวลา 3 เดือน พร้อมเร่งประสานการซ่อมแซมเครื่องจักร ระบบไฟฟ้า และอาคาร ตลอดจนตรวจสอบความปลอดภัยของโรงงานหลังน้ำลด โดยเฉพาะสถานประกอบการที่จัดเก็บหรือใช้สารเคมีอันตรายในพื้นที่เสี่ยง

ด้าน นายยอดชาย เมทนีกรชัย ประธานหอการค้าจังหวัดปราจีนบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า น้ำท่วมครั้งนี้รุนแรงในรอบหลายปีมวลน้ำทะลักเข้าเขตเศรษฐกิจและพื้นที่ชุมชน สร้างความเสียหายทั้งภาคธุรกิจ การค้า เกษตรกรรม ปศุสัตว์ และประมง เบื้องต้นประเมินความเสียหายของจังหวัดไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท

สำหรับพื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบทั้ง 7 อำเภอ โดยปราจีนบุรีเป็นแหล่งผลิตสำคัญของภาคตะวันออก ภาคปศุสัตว์ของจังหวัดมีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของประเทศ โดยเฉพาะฟาร์มไก่ไข่ ไก่เนื้อ และสุกร ซึ่งมีสัตว์ตายเป็นจำนวนมาก

พื้นที่เกษตรกรรม เกษตรกรได้รับผลกระทบ 9,632 ราย พืชได้รับผลกระทบ 109,685 ไร่ ด้านประมง เกษตรกรได้รับผลกระทบ 4,397 ราย พื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ 58,732 ไร่ และด้านปศุสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบ 1,982 ราย มีสัตว์ในพื้นที่ประสบภัย 447,419 ตัว (ข้อมูล ณ วันที่ 15 ต.ค. 69)

ด้านภาคอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบในช่วงแรกจากปัญหาการเดินทางของแรงงานและการขนส่งสินค้า แต่โรงงานส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเสียหายโดยตรงต่อเครื่องจักรและกระบวนการผลิต เนื่องจากโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรมหลายแห่งตั้งอยู่บนพื้นที่สูง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...