โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โซลาร์ภาคประชาชน รัฐช่วย 5 หมื่นบาท ติดตั้งคุ้มไหม ใครได้ประโยชน์?

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 18 ชั่วโมงที่ผ่านมา
โซลาร์ภาคประชาชน รัฐบาลสนับสนุน 50,000 บาทต่อครัวเรือน ตั้งเป้า 1 ล้านครัวเรือน เปิดต้นทุนติดตั้งจริง เงื่อนไขบริษัทรับงาน และคำนวณความคุ้มค่าหลังหักเงินผ่อน

โซลาร์ภาคประชาชน รัฐช่วย 5 หมื่นบาท คุ้มค่าจริงหรือไม่

ค่าไฟเดือนละ 4,000 บาท หากติดตั้งโซลาร์เซลล์แล้วลดภาระค่าใช้จ่ายได้เดือนละ 600 บาท จะคุ้มค่ากับเงินลงทุนหรือไม่ โดยเฉพาะเมื่อรัฐบาลเตรียมสนับสนุนค่าติดตั้งให้ครัวเรือนละ 50,000 บาท คำถามนี้กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนที่ต้องการลดค่าไฟฟ้าในระยะยาว แต่ยังลังเลกับต้นทุนที่ต้องจ่ายเอง

ประเด็นดังกล่าวถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงในรายการ Business Watch ทาง TNN ช่อง 16 หลังคณะรัฐมนตรีอนุมัติโครงการเปลี่ยนผ่านพลังงานวงเงินรวม 72,568 ล้านบาท โดยมีโครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นหนึ่งในมาตรการสำคัญ ตั้งเป้าสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จำนวน 1 ล้านครัวเรือน

ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศที่ยังมีความไม่แน่นอน การส่งเสริมให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าใช้เองถือเป็นแนวทางหนึ่งในการลดการพึ่งพาพลังงานจากภายนอกประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยที่มีศักยภาพด้านพลังงานแสงอาทิตย์และสามารถนำมาใช้ผลิตไฟฟ้าในระดับครัวเรือนได้

รัฐบาลจึงเดินหน้ามาตรการสนับสนุนพลังงานสะอาดควบคู่กับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้า ทั้งโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ ระบบ Smart Meter และการพัฒนาทักษะแรงงาน เพื่อรองรับความต้องการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต

ตามการประเมินของรัฐบาล มาตรการทั้งหมดจะช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้ประชาชนได้ประมาณ 24,000 ล้านบาท และลดการรับซื้อไฟฟ้าจากระบบเดิมในปีแรกประมาณ 6,322 ล้านหน่วย

รัฐสนับสนุน 50,000 บาท ตั้งเป้าติดตั้ง 1 ล้านครัวเรือน

จากวงเงินทั้งหมด 72,568 ล้านบาท รัฐบาลจัดสรรงบประมาณ 50,000 ล้านบาท สำหรับโครงการโซลาร์ภาคประชาชนโดยเฉพาะ เพื่อช่วยเหลือค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ครัวเรือนละ 50,000 บาท

เป้าหมายอยู่ที่ 1 ล้านครัวเรือน โดยกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนตั้งแต่ภายหลังคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบจนถึงวันที่ 31 มกราคม 2570

เงินสนับสนุนดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนเริ่มต้นของประชาชนที่สนใจติดตั้งโซลาร์เซลล์ ซึ่งที่ผ่านมาอุปสรรคสำคัญคือเงินลงทุนก้อนแรก แม้หลายครัวเรือนจะทราบว่าการผลิตไฟฟ้าใช้เองสามารถลดค่าไฟได้ แต่การต้องจ่ายเงินหลักแสนบาทก็ทำให้ต้องพิจารณาความคุ้มค่าอย่างรอบคอบ

เมื่อรัฐบาลเข้ามาช่วยแบ่งเบาต้นทุน 50,000 บาท ภาระเงินลงทุนของเจ้าของบ้านจะลดลงทันที และอาจช่วยให้ครัวเรือนที่มีความพร้อมสามารถตัดสินใจติดตั้งได้ง่ายขึ้น

ขณะเดียวกัน การขยายโครงการไปยังประชาชนจำนวนมากยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพลังงานสะอาดเติบโตตามไปด้วย ตั้งแต่ผู้จำหน่ายแผงโซลาร์เซลล์ เครื่องแปลงกระแสไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้ง ไปจนถึงธุรกิจบริการบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า

อย่างไรก็ตาม การตั้งเป้าหมายถึง 1 ล้านครัวเรือน ทำให้เกิดอีกประเด็นที่ต้องพิจารณา นั่นคือ จำนวนผู้ประกอบการที่มีอยู่จะสามารถรองรับความต้องการติดตั้งได้มากน้อยเพียงใด

เปิดชื่อบริษัทติดตั้งโซลาร์ 665 ราย รายเล็กมีสิทธิรับงานหรือไม่

ข้อมูลจากการไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA ที่นำเสนอในรายการ Business Watch ระบุว่า มีผู้ประกอบการติดตั้งโซลาร์เซลล์ขึ้นทะเบียนในระบบจำนวน 665 ราย โดยแบ่งขนาดตามทุนจดทะเบียนขั้นต่ำออกเป็น 4 กลุ่ม

กลุ่ม S ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 500,000 บาท กลุ่ม M ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 1 ล้านบาท กลุ่ม L ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 3 ล้านบาท และกลุ่ม XL ทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ 5 ล้านบาท

การแบ่งกลุ่มดังกล่าวทำให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กมีช่องทางเข้าสู่ระบบทะเบียน ไม่จำเป็นต้องเป็นบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทุนจดทะเบียนหลายล้านบาทเท่านั้น

แต่การมีทุนจดทะเบียนตามเกณฑ์ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถรับงานติดตั้งได้ทันที เพราะยังมีข้อกำหนดด้านมาตรฐานวิชาชีพและความปลอดภัยที่ต้องปฏิบัติตาม

ผู้ประกอบการต้องมีบุคลากรที่มีความรู้ด้านระบบไฟฟ้า วิศวกรต้องมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ช่างติดตั้งต้องผ่านการฝึกอบรม และอุปกรณ์ที่นำมาใช้งานต้องผ่านมาตรฐานที่กำหนด เช่น มาตรฐาน IEC และมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม หรือ มอก.

การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ PEA ยังให้ความสำคัญกับประสบการณ์ทำงาน ผลงานที่ผ่านมา และความพร้อมของบุคลากรที่รับผิดชอบการติดตั้งด้วย

เงื่อนไขเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากระบบโซลาร์เซลล์ต้องเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าภายในบ้าน หากติดตั้งไม่ได้มาตรฐานอาจเกิดปัญหาทั้งด้านประสิทธิภาพและความปลอดภัยระหว่างใช้งาน

สำหรับบริษัทขนาดเล็กที่มีความเชี่ยวชาญในพื้นที่ การเริ่มรับงานจำนวนไม่มากอาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสม ก่อนขยายกำลังติดตั้งตามความพร้อมของเงินทุนและบุคลากร

ทำไมผู้รับติดตั้งต้องวางหลักประกัน 60,000 บาท

แม้หลักเกณฑ์ทุนจดทะเบียนจะเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการหลายขนาดเข้าร่วม แต่สิ่งที่ทำให้ภาคเอกชนบางส่วนต้องกลับมาคำนวณต้นทุนอีกครั้ง คือ เงื่อนไขการวางหลักประกันทางการเงิน

ตามรายละเอียดที่ TNN นำเสนอ ผู้ประกอบการต้องมีหนังสือค้ำประกันจากธนาคาร หรือ Bank Guarantee วงเงิน 50,000 บาทต่องาน เพื่อรับประกันการส่งมอบงานเป็นระยะเวลา 6 เดือน

นอกจากนี้ ยังต้องมีหลักประกันอีก 10,000 บาท สำหรับการดูแลและบำรุงรักษาระบบเป็นระยะเวลา 7 ปี

เท่ากับว่าการรับงานติดตั้งหนึ่งหลัง มีวงเงินหลักประกันที่เกี่ยวข้องรวม 60,000 บาท

สำหรับบริษัทที่มีเงินทุนหมุนเวียนจำนวนมาก เงื่อนไขดังกล่าวอาจสามารถบริหารจัดการได้ผ่านวงเงินธนาคารหรือหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่สำหรับผู้ประกอบการขนาดเล็ก การรับงานหลายหลังพร้อมกันอาจทำให้ต้องใช้วงเงินค้ำประกันเพิ่มขึ้นตามจำนวนงาน

ตัวอย่างเช่น หากบริษัทรับงาน 10 หลัง และต้องจัดเตรียมหลักประกันตามวงเงินดังกล่าวทั้งหมด จะมีวงเงินที่เกี่ยวข้องรวม 600,000 บาท ส่วนการรับงาน 20 หลัง จะเพิ่มเป็น 1.2 ล้านบาท

ทั้งนี้ เงินค้ำประกันไม่ได้หมายความว่าผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินสดทั้งหมดเป็นค่าใช้จ่ายที่สูญเสียไป แต่การออกหนังสือค้ำประกันอาจต้องใช้วงเงินสินเชื่อ หลักทรัพย์รองรับ และมีค่าธรรมเนียมตามเงื่อนไขของธนาคาร

ประเด็นนี้ทำให้ผู้ประกอบการบางรายตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ ขณะที่บางรายเลือกจำกัดจำนวนงานติดตั้งไว้ไม่เกิน 20 หลัง เพื่อให้สอดคล้องกับความสามารถทางการเงินของบริษัท

มหาดไทยย้ำหลักประกัน 7 ปี ป้องกันทิ้งงานและคุ้มครองเจ้าของบ้าน

เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2569 กระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจงถึงเหตุผลของการกำหนดหลักประกันดังกล่าว โดยให้ความสำคัญกับการคุ้มครองประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ

เนื่องจากการติดตั้งโซลาร์เซลล์เป็นการลงทุนที่มีอายุใช้งานยาวนาน ความรับผิดชอบของผู้ประกอบการจึงไม่ได้สิ้นสุดลงทันทีหลังส่งมอบงาน แต่ยังครอบคลุมการดูแลอุปกรณ์ การทำความสะอาดแผง และการตรวจสอบระบบเชื่อมต่อไฟฟ้าตามระยะเวลาที่กำหนด

หากเกิดกรณีผู้รับเหมาติดตั้งไม่แล้วเสร็จ ทิ้งงาน หรือเลิกกิจการภายหลังส่งมอบ หลักประกันจะเป็นกลไกส่วนหนึ่งในการรองรับความเสียหาย เพื่อไม่ให้เจ้าของบ้านต้องรับภาระทั้งหมดเพียงฝ่ายเดียว

ขณะเดียวกัน ประชาชนสามารถเลือกผู้ประกอบการจากบัญชีบริษัทที่ขึ้นทะเบียนได้ด้วยตนเอง โดยพิจารณาความน่าเชื่อถือ ประสบการณ์ และผลงานที่ผ่านมา

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า โครงการไม่มีการล็อกสเปกบริษัทติดตั้ง และต้องกำหนดคุณสมบัติอย่างเป็นธรรม หากผู้ประกอบการรายใดเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถร้องเรียนหรืออุทธรณ์ได้

รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายเล็กเข้าร่วมตามศักยภาพ โดยบริษัทที่สามารถติดตั้งได้เพียง 5 ครัวเรือน ก็สามารถเริ่มรับงานในจำนวนดังกล่าว ก่อนขยายกิจการเมื่อมีความพร้อม

แนวทางนี้มีเป้าหมายให้ประชาชนมีทางเลือกในการใช้บริการ ขณะเดียวกันก็รักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและการดูแลระบบในระยะยาว

ติดโซลาร์ 140,000 บาท รัฐช่วย 50,000 บาท ต้องจ่ายเองเท่าไร

กลับมาที่ประเด็นสำคัญสำหรับประชาชน หากต้องการติดตั้งโซลาร์เซลล์หนึ่งชุด จะต้องใช้เงินเท่าไร และใช้เวลากี่ปีจึงจะคุ้มทุน

รายการ Business Watch ยกตัวอย่างการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ขนาด 5 กิโลวัตต์ หรือ 5 kW ซึ่งมีราคาประมาณ 140,000 บาท

เมื่อหักเงินสนับสนุนจากรัฐบาล 50,000 บาท เจ้าของบ้านจะเหลือเงินที่ต้องรับผิดชอบเอง 90,000 บาท

หากไม่มีเงินสดเพียงพอ ก็สามารถพิจารณาสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยตัวอย่างที่นำเสนอในรายการใช้ระยะเวลาผ่อนชำระ 7 ปี และค่างวดประมาณ 1,200 บาทต่อเดือน

ส่วนผลประโยชน์จากการติดตั้ง กระทรวงการคลังประเมินว่าระบบขนาด 5 กิโลวัตต์ จะช่วยลดค่าไฟฟ้าและสร้างรายรับจากการขายไฟฟ้าส่วนเกินได้รวมประมาณ 1,800 บาทต่อเดือน

เมื่อนำผลประโยชน์ 1,800 บาท หักค่างวด 1,200 บาท จะเหลือเงินประหยัดสุทธิประมาณ 600 บาทต่อเดือน

หากเดิมครัวเรือนมีค่าไฟฟ้าเดือนละ 4,000 บาท หลังติดตั้งโซลาร์เซลล์และหักภาระเงินผ่อนตามตัวอย่าง จะมีภาระค่าใช้จ่ายสุทธิประมาณ 3,400 บาทต่อเดือน

กล่าวอีกอย่างคือ แม้ยังอยู่ระหว่างผ่อนชำระค่าติดตั้ง แต่เจ้าของบ้านก็มีโอกาสลดค่าใช้จ่ายรายเดือนได้ หากระบบสามารถผลิตไฟฟ้าและสร้างผลประโยชน์ตามที่ประเมินไว้

อย่างไรก็ตาม ตัวเลข 600 บาทต่อเดือนเป็นเพียงตัวอย่างประกอบการคำนวณ เพราะค่างวดจริงขึ้นอยู่กับอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขสินเชื่อ ขณะที่ผลประหยัดไฟฟ้าขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการใช้ไฟของแต่ละครัวเรือน

บ้านแบบไหนติดโซลาร์เซลล์แล้วคุ้มค่ากว่า

แม้รัฐบาลจะสนับสนุนเงินจำนวนเท่ากัน แต่ไม่ได้หมายความว่าทุกบ้านจะได้รับผลประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์เซลล์เท่ากัน

บ้านที่มีการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวันเป็นจำนวนมาก เช่น บ้านที่มีคนทำงานจากที่พักอาศัย หรือมีการใช้เครื่องปรับอากาศและเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงที่มีแสงแดด อาจสามารถนำไฟฟ้าที่ผลิตได้มาใช้โดยตรงมากกว่าบ้านที่ใช้ไฟฟ้าส่วนใหญ่ในช่วงกลางคืน

นอกจากนี้ ยังต้องพิจารณาลักษณะหลังคา ทิศทางการติดตั้ง ปริมาณแสงแดด และเงาจากอาคารหรือต้นไม้ที่อาจบดบังแผงโซลาร์เซลล์

สำหรับผู้ที่ต้องขอสินเชื่อ การคำนวณความคุ้มค่าควรนำทั้งค่าไฟฟ้าเดิม เงินลงทุนหลังหักเงินสนับสนุน ค่างวดรายเดือน และค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษามาพิจารณาร่วมกัน

หากระบบสามารถสร้างผลประโยชน์ได้เดือนละ 1,800 บาทอย่างต่อเนื่อง จะคิดเป็นมูลค่าปีละ 21,600 บาท หรือประมาณ 151,200 บาทตลอด 7 ปี โดยเป็นการคำนวณเบื้องต้นที่ยังไม่หักต้นทุนดอกเบี้ย ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายอื่น

ส่วนครัวเรือนที่ใช้เงินสดติดตั้งทั้งหมด หลังหักเงินสนับสนุนจากรัฐบาลแล้วเหลือต้นทุน 90,000 บาท หากได้รับผลประโยชน์เดือนละ 1,800 บาทอย่างสม่ำเสมอ จะมีระยะเวลาคืนทุนอย่างง่ายประมาณ 4 ปี 2 เดือน โดยยังไม่รวมต้นทุนอื่นเช่นเดียวกัน

ดังนั้น ก่อนตัดสินใจติดตั้ง ประชาชนควรนำบิลค่าไฟฟ้าย้อนหลังมาประเมินปริมาณการใช้ไฟฟ้า และให้ผู้ประกอบการคำนวณกำลังผลิตที่เหมาะสมกับบ้านของตนเอง แทนการพิจารณาจากราคาติดตั้งหรือเงินสนับสนุนเพียงอย่างเดียว

ธุรกิจโซลาร์โตตามนโยบายรัฐ แต่บริการหลังการขายสำคัญไม่แพ้ราคา

การเดินหน้าโครงการโซลาร์ภาคประชาชนยังเปิดโอกาสให้ธุรกิจพลังงานหมุนเวียนขยายตัว โดยเฉพาะผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการจำหน่ายอุปกรณ์ ติดตั้งระบบไฟฟ้า และบริการหลังการขาย

แต่การแข่งขันในตลาดนี้อาจไม่ได้ขึ้นอยู่กับราคาติดตั้งเพียงอย่างเดียว เพราะประชาชนกำลังลงทุนกับระบบที่ต้องใช้งานต่อเนื่องหลายปี

บริษัทที่สามารถอธิบายต้นทุน ผลประหยัด ระยะเวลาคืนทุน และเงื่อนไขการดูแลรักษาได้อย่างชัดเจน ย่อมช่วยให้เจ้าของบ้านมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจมากขึ้น

ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการยังต้องบริหารต้นทุนการติดตั้ง วงเงินค้ำประกัน และจำนวนบุคลากรให้เหมาะสมกับงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะภาระการดูแลระบบตลอด 7 ปีตามเงื่อนไขโครงการ

สำหรับรัฐบาล การกำหนดมาตรฐานผู้ติดตั้งควบคู่กับการเปิดโอกาสให้บริษัทหลายขนาดเข้าร่วม เป็นแนวทางที่มุ่งสร้างทั้งความปลอดภัยและทางเลือกให้ประชาชน

ส่วนผลการดำเนินงานในระยะต่อไป ต้องติดตามจำนวนผู้ประกอบการที่เข้าร่วมจริง ความสามารถในการส่งมอบงาน และจำนวนครัวเรือนที่ได้รับการติดตั้งตามเป้าหมาย

เพราะสำหรับประชาชนแล้ว สิ่งที่ต้องการจากโครงการนี้ไม่ใช่แค่เงินสนับสนุน 50,000 บาท แต่คือระบบผลิตไฟฟ้าที่ใช้งานได้อย่างปลอดภัย ช่วยลดค่าไฟฟ้าได้จริง และมีผู้รับผิดชอบดูแลเมื่อเกิดปัญหาในอนาคต

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...