โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สธ.แก้ รพ.วิกฤตเหลือ 1 แห่ง สั่งสอบวินัยร้ายแรง อดีต ผอ.มหาสารคาม

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

29 ตุลาคม 2569 นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเตรียมพร้อมงบประมาณกองทุน ปี 2570 โดยประกาศความสำเร็จแก้ปัญหาวิกฤตการเงินโรงพยาบาลระดับ 7 เหลือเพียงแห่งเดียวคือ โรงพยาบาลมหาสารคาม ขณะที่ปลัด สธ. เผยสั่งสอบวินัยร้ายแรงอดีต ผอ.รพ.มหาสารคาม หลังพบภาระหนี้สูงผิดปกติ พร้อมเดินหน้ารุกนโยบาย MOPH PLUS+ และ Medical Investment Hub ดึงเม็ดเงินลงทุน 68,000 ล้านบาทเพื่อดัน GDP ประเทศไทยให้เติบโตขึ้นร้อยละ 0.5 อย่างยั่งยืน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อเตรียมความพร้อมการบริหารงบประมาณกองทุน ปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมี นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหาร สธ. สปสช. และผู้แทนหน่วยบริการสาธารณสุขทั่วประเทศเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นายพัฒนาเปิดเผยว่า สธ. ร่วมกับภาคีเครือข่ายขับเคลื่อนนโยบาย 7 เสาหลักสาธารณสุขไทย (MOPH PLUS+) จนเห็นผลเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะความสำเร็จในการแก้ปัญหาวิกฤตการเงินโรงพยาบาล ผ่านการปรับระบบบริหารจัดการงบประมาณร่วมกันระหว่าง สธ. และ สปสช. ในระดับจังหวัด เขตสุขภาพ และระดับประเทศ ส่งผลให้ปีงบประมาณ 2569 โรงพยาบาลสังกัดสำนักงานปลัด สธ. มีรายรับรวม 70,788.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 7,413.14 ล้านบาท สามารถปลดล็อกโรงพยาบาลวิกฤตการเงินระดับ 7 จาก 136 แห่งในปี 2568 เหลือเพียง 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาสารคาม ซึ่งอยู่ระหว่างฟื้นฟู

สำหรับปีงบประมาณ 2570 สธ. วางแผนเพิ่มวงเงินบริหารอีก 18,682 ล้านบาท โดยตั้งเป้าอัตราจ่ายผู้ป่วยในไม่ต่ำกว่า 10,000 บาทต่อ AdjRW ลดโรงพยาบาลวิกฤตการเงินระดับ 6 และ 7 ให้เหลือ 0 แห่ง พร้อมจัดตั้งงบสำรองรองรับภัยพิบัติฉุกเฉิน

นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

นอกจากนี้ ยังมุ่งเปลี่ยนระบบสาธารณสุขให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจใหม่เพื่อเพิ่ม GDP ประเทศขึ้นร้อยละ 0.5 ผ่านนโยบาย Medical Investment Hub รวมกว่า 68,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 3 ด้าน ได้แก่ 1. Service Hub ดึงการลงทุนบริการสุขภาพกว่า 2,500 ล้านบาท (ตั้งเป้าระยะยาวกว่า 25,000 ล้านบาท) และเปิดศูนย์บริการทางการแพทย์พรีเมียม (PMC) 2. R&D Hub ดึงเงินลงทุนวิจัยทางคลินิกกว่า 5,000 ล้านบาท 3. Product Hub ยกระดับการผลิตยา วัคซีน และเครื่องมือแพทย์ในประเทศ ดึงเงินลงทุนกว่า 37,000 ล้านบาท โดยปรับบทบาท อย. เป็น Business Mentor สนับสนุนผู้ประกอบการ

พร้อมกันนี้ สธ. ได้ผนึกกำลังกับภาคเอกชนระดับโลก อาทิ ร่วมมือกับ MSD ดึงเงินลงทุนวิจัยทางคลินิก 2,500 ล้านบาท สร้างงานทักษะสูง 1,370 ตำแหน่ง ช่วยผู้ป่วยเข้าถึงยานวัตกรรมกว่า 4,800 คน ผลักดันการใช้สิทธิ Voluntary Licensing ผลิตยา HIV PrEP ในประเทศ รวมถึงร่วมมือกับ Sandoz และองค์การเภสัชกรรม เพิ่มการเข้าถึงยาชีววัตถุคล้ายคลึง คาดสร้างมูลค่าเศรษฐกิจ 1,200 ล้านบาท และลดค่ายาภาครัฐได้ถึง 2,200 ล้านบาท อีกทั้งเตรียมลงนาม MOU ร่วมกับ Roche, GSK และ Bayer มูลค่ารวมไม่น้อยกว่า 5,650 ล้านบาท

ขณะเดียวกัน ยังเดินหน้านโยบาย MOPH PLUS+ ด้านอื่น ๆ ทั้งการปฏิรูประบบสุขภาพฐานรากด้วยงบ Primary Care Fund 500 บาท/คน/ปี นำร่องปี 2570 ใน 76 จังหวัด 108 อำเภอ จ้าง “อาสาพยาบาลชุมชน (อสพ.)” แบบ Full-time 1 คน/ตำบล บูรณาการงบ สสส. 800 ล้านบาท ป้องกันโรค NCDs เชิงรุก ยกระดับศักยภาพ รพศ./รพท. ให้เท่าโรงเรียนแพทย์ ขยายโครงข่ายหุ่นยนต์ผ่าตัด และยกระดับขวัญกำลังใจบุคลากร ตลอดจนผลักดันการติดตั้ง Solar Rooftop ในโรงพยาบาลเพื่อลดค่าไฟ 50% ภายในปี 2573 และเร่งรัดขั้นตอนการเข้าเป็นสมาชิก OECD เต็มรูปแบบภายในปี 2571 เพื่อปักหมุดสาธารณสุขไทยบนเวทีโลกอย่างยั่งยืน

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่เหลือโรงพยาบาลวิกฤตการเงินระดับ 7 หรือระดับสีแดง 1 แห่ง คือ โรงพยาบาลมหาสารคาม ว่าเป็นเพราะอะไร นายพัฒนากล่าวว่า ก็อย่างที่นักข่าวทราบ ขณะนี้เรากำลังตรวจสอบการบริหารจัดการภายในโรงพยาบาลมหาสารคามว่าการใช้งบประมาณเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องเรียบร้อยหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีภาระหนี้ที่ค่อนข้างสูงผิดปกติ จึงต้องเข้าไปดูกัน

เมื่อถามว่าเกี่ยวข้องกับ ผอ. รพ. หรือไม่ อย่างไร นายพัฒนากล่าวว่า ใช่ และปลัด สธ. ได้สั่งย้ายไปแล้ว

ด้าน นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้มีการสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงมองว่าเป็นวินัยร้ายแรง ซึ่งจะมีการสอบสวนวินัยร้ายแรงต่อไป อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เจ้าตัวเกษียณไปแล้ว แต่ขั้นตอนการสอบวินัยยังดำเนินต่อไปได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...