Thai PBS สะเทือน คลังเล็งดูดเงิน 2,500 ล้าน คืนกระเป๋าเงินรัฐ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวถึงกรณี สส.พรรคภูมิใจไทย ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) แก้ไขเพิ่มเติม พ.ร.บ.องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทยฯ พ.ศ. 2551 หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพื่อเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร โดยมีสาระสำคัญคือการเปลี่ยนแหล่งรายได้ของไทยพีบีเอส จากเงินบำรุงที่จัดเก็บจากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสุราและยาสูบ มาเป็นเงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความคิดเห็นระหว่างวันที่ 30 ก.ย. – 14 ต.ค. 2569
สำหรับสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม คือ มาตรา 11 (1) เพื่อแก้ไขที่มาของรายได้ จากเดิม รายได้หลักมาจากเงินบำรุงองค์การที่จัดเก็บจากภาษีสุราและยาสูบตามมาตรา 12 แก้ไขเป็นการใช้เงินที่ได้รับจากงบประมาณรายจ่ายประจำปี พร้อมทั้งยกเลิก มาตรา 12, 13, 14, 15 และ 16 ซึ่งเกี่ยวกับกลไกการจัดเก็บเงินบำรุงจากภาษีสุราและยาสูบ ดังนี้
ยกเลิกมาตรา 12 คือ ยกเลิกอำนาจการจัดเก็บเงินบำรุงองค์การในอัตราร้อยละ 1.5 จากภาษีสุราและยาสูบ (เพดานเดิมไม่เกิน 2,000 ล้านบาทต่อปี)
ยกเลิกมาตรา 13 คือ ยกเลิกหน้าที่ของกรมสรรพสามิตและกรมศุลกากรในการเรียกเก็บและนำส่งเงินบำรุง รวมถึงการหักค่าใช้จ่ายจัดเก็บ
ยกเลิกมาตรา 14 และ 15 คือ ยกเลิกหน้าที่ของผู้เสียภาษีสุรา/ยาสูบในการส่งเงินบำรุง ตลอดจนหลักเกณฑ์การงดเว้น ยกเว้น ลดหย่อน หรือคืนเงินบำรุง
ยกเลิกมาตรา 16 คือ ยกเลิกบทลงโทษและเงินเพิ่มอัตราร้อยละ 1.5 ต่อเดือน กรณีส่งเงินบำรุงล่าช้าหรือส่งไม่ครบ
แหล่งข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันมี 4 กองทุนที่ขอรับเงินอุดหนุนจากการจัดเก็บภาษีสุราและยาสูบหรือภาษีบาป ประกอบด้วย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.), กองทุนผู้สูงอายุ, กองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ซึ่งในส่วนของสามกองทุนแรกได้รับเงินอุดหนุนจากภาษีบาปในสัดส่วน 2% ส่วน Thai PBS ได้รับการอุดหนุนในสัดส่วน 1.5% โดยกฎหมายกำหนดให้รับเงินอุดหนุนสูงสุดได้ไม่เกิน 2,500 ล้านบาท/ปี
ทั้งนี้หลังพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 มีผลบังคับใช้ ทำให้หน่วยงานของรัฐขอรับการสนับสนุนเพื่อนำไปใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ของหน่วยงานของรัฐนั้นหรือเพื่อการหนึ่งการใดเป็นการเฉพาะได้ยากขึ้น ยกเว้นแต่กรณีการจัดเก็บภาษีอากรหรือค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้นเพื่อเป็นรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับเพิ่มจากเดิมที่จำนวนเงินบางส่วนเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติตามฐานภาษีมาใช้งบประมาณประจำปี ช่วยให้รัฐบาลต้องอธิบายวัตถุประสงค์ของการใช้งบประมาณ และเกิดผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชนได้