“บูทีค ซีรีส์” ที่ไปไกลกว่าเส้นชัย
ไม่เคยคิดว่าเส้นทางที่เคยเดินวนชมงานรอบ ๆ สวน จะประกอบไปด้วยเน้นเล็กบ้างใหญ่บ้าง จนกระทั่งได้มีโอกาสมาร่วมวิ่งในรายการ “บางกอกแอร์เวย์ส เชียงใหม่ ฮาล์ฟ มาราธอน 2026” สนามปิดท้ายปีของการแข่งขันวิ่งรายการใหญ่แห่งปี“บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์ 2026”
สนามสุดท้ายที่มีนักวิ่งทั้งไทยและเทศเข้าร่วมมากที่สุดกว่า 3,000 คน มีแบรนด์แอมบาสเดอร์คนเดิมของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ญาญ่า-อุรัสยา เสปอร์บันด์ มาร่วมปล่อยตัวและให้กำลังใจนักวิ่ง การแข่งขันแบ่งออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ฮาล์ฟมาราธอน 21 กิโลเมตร มินิมาราธอน 10 กิโลเมตร และฟันรัน 5 กิโลเมตร
ระยะทาง 5 กิโลเมตรที่ว่าคือเส้นทางที่วนไปรอบ ๆ อุทยานหลวงราชพฤกษ์ เป็นระยะทางที่ดูเหมือนเบา ๆ กำลังดีสำหรับมือสมัครเล่น แต่เมื่อรวมกับเนินทั้งน้อยใหญ่แล้ว บอกเลยว่าเป็นเส้นทางที่ไม่หมูอย่างที่คิด ขณะที่ระยะทาง 10 กิโลเมตรนั้นขยับวงออกไปผ่านทั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรโครงการหลวง และวัดพระธาตุดอยคำ ส่วนตัวจริง 21 กิโลเมตรนั้นมีเชียงใหม่ ไนท์ซาฟารีแถมมาให้ด้วย บอกเลยว่าแต่ละเส้นทางประกอบไปด้วยเนินเขาน้อยใหญ่มากมาย ที่สำคัญนักวิ่งที่พิชิตระยะฮาล์ฟมาราธอน จะต้องเข้าเส้นชัยภายในเวลาคัตออฟ 4 ชั่วโมงให้ได้อีกต่างหาก ถึงจะได้รับเสื้อ Finisher by PUMA รุ่นลิมิเต็ดเอดิชัน เป็นที่ระลึกแห่งความสำเร็จจากสนามส่งท้ายปี
นายคมกริช งามวงศ์วิโรจน์ ผู้อำนวยการแผนกลูกค้ารายใหญ่และผลิตภัณฑ์รายได้เสริม บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การแข่งขัน ‘บางกอกแอร์เวย์ส เชียงใหม่ ฮาล์ฟ มาราธอน 2026’ ในปีนี้ ได้รับการตอบรับจากนักวิ่งชาวไทยและชาวต่างชาติกว่า 3,000 คน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความนิยมของกิจกรรมวิ่งและศักยภาพของจังหวัดเชียงใหม่ในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬา ตลอดการแข่งขันเราได้เห็นทั้งความมุ่งมั่น ความสนุก และรอยยิ้มของนักวิ่งที่มาร่วมพิชิตเป้าหมายของตนเอง ขณะเดียวกันการจัดงานยังมีส่วนช่วยสร้างความคึกคักให้กับการท่องเที่ยว กระตุ้นการใช้จ่าย และกระจายโอกาสทางเศรษฐกิจไปยังผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น
ย้อนกลับไปก่อนหน้านั้นในเดือนสิงหาคม สนามที่ 3 ของรายการวิ่งนี้เกิดขึ้นที่จังหวัดสุโขทัย “บางกอกแอร์เวย์ส สุโขทัย ฮาล์ฟ มาราธอน 2026” มีนักวิ่งกว่า 2,000 คน เข้าร่วม ท่ามกลางบรรยากาศเมืองมรดกโลกที่ผสานเสน่ห์ของประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตท้องถิ่น
ไฮไลต์ของการแข่งขันอยู่ที่เส้นทางวิ่งท่ามกลางบรรยากาศเมืองเก่าสุโขทัยในช่วงรุ่งอรุณ เปิดโอกาสให้นักวิ่งได้สัมผัสความงดงามของโบราณสถานและสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า ซึ่งสะท้อนเรื่องราวความรุ่งเรืองของอาณาจักรสุโขทัยในอดีต ควบคู่ไปกับบรรยากาศของชุมชนและวิถีชีวิตท้องถิ่นตลอดเส้นทาง สร้างประสบการณ์การวิ่งที่เชื่อมโยงกีฬาเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมได้อย่างลงตัว โดยมี พระเอกหนุ่มนักวิ่งตัวยง ภณ-ณวัสน์ ภู่พันธัชสีห์ ร่วมพิชิตฮาล์ฟมาราธอน ระยะ 21 กิโลเมตร
ขณะที่สนามที่ 2 “บางกอกแอร์เวย์ส สมุย ฮาล์ฟ มาราธอน 2026” มีนักวิ่งทั้งชาวไทยและต่างชาติกว่า 2,400 คน เข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์วิ่งบนเส้นทางอันเป็นเอกลักษณ์ของเกาะสมุย โดยมีคู่รักดารา ไมค์-ภัทรเดช สงวนความดี และ ปุ๊กลุก-ฝนทิพย์ วัชรตระกูล ที่มาร่วมสร้างความสนุก โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่สวนสาธารณะพรุเฉวง เกาะสมุย กับความท้าทายของเส้นทางที่มีเนินชัน รายล้อมด้วยทัศนียภาพของทะเลสีครามและธรรมชาติที่โอบล้อม
เริ่มต้นสนามแรกของปีด้วย “บางกอกแอร์เวย์ส ตราด ฮาล์ฟ มาราธอน 2026” กับเส้นทางวิ่งในบรรยากาศอันเป็นเอกลักษณ์และร่วมสัมผัสวิถีชุมชนท้องถิ่นของจังหวัดตราด มี กรีน-อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ที่มาร่วมวิ่งสร้างสีสัน โดยทุกสนามการแข่งขันจะมีการจัดกิจกรรม “Kids Series” ระยะ 800 เมตร สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปีรวมอยู่ด้วย เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกายและปลูกฝังการดูแลสุขภาพให้กับน้อง ๆ
รายการแข่งวิ่งฮาล์ฟมาราธอน“บางกอกแอร์เวย์ส บูทีค ซีรีส์” จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 8 โดยยกระดับแนวคิดการจัดงานสู่ “การท่องเที่ยวเชิงกีฬาอย่างยั่งยืน” เต็มรูปแบบ ด้วยแนวคิดที่ว่า การแข่งขัน “วิ่งมาราธอน” ไม่ได้จบลงแค่เพียงการวิ่งเข้าเส้นชัย แต่ทุกก้าวของนักวิ่งยังกลายเป็นพลังเล็ก ๆ ที่ช่วยดูแลโลกไปพร้อมกัน ความหมายของ “ความยั่งยืน” ไม่ได้หยุดอยู่เพียงเรื่องสิ่งแวดล้อม แต่คือการออกแบบทุกประสบการณ์ให้สามารถสร้างคุณค่ากลับคืนสู่ผู้คน ชุมชน และธรรมชาติได้ในระยะยาว
ไฮไลต์สำคัญของปีนี้อีกอย่างคือ การนำแนวคิด Circular Economy มาปรับใช้กับทุกองค์ประกอบของงาน ตั้งแต่ “เสื้อวิ่ง” ที่ผลิตจากเส้นใยรีไซเคิลจากขวดพลาสติก PET 100% โดยเสื้อ 1 ตัว ผลิตจากขวดพลาสติกประมาณ 20 ขวด ออกแบบโดย จักรกฤษณ์ อนันตกุล ศิลปินและกราฟิกดีไซเนอร์ชาวไทยชื่อดังระดับสากล ที่นำเอกลักษณ์เฉพาะของแต่ละจังหวัด ทั้งลวดลายพื้นถิ่น ผลไม้ เครื่องประดับ และสัญลักษณ์สำคัญ มาตีความใหม่ผ่านงานกราฟิกสมัยใหม่ สะท้อนตัวตนของแต่ละเมืองได้อย่างชัดเจน
ทั้งยังต่อยอดแนวคิดความยั่งยืนผ่าน “Travel Tag Medal” เหรียญรางวัลรูปแบบใหม่ที่ออกแบบให้ใช้งานต่อได้จริง โดยตัวเหรียญผลิตจากวัสดุยางคุณภาพสูง พร้อมพื้นที่สำหรับเขียนชื่อและที่อยู่ด้านหลัง เพื่อให้นักวิ่งสามารถนำไปใช้เป็นป้ายห้อยกระเป๋าเดินทางได้ต่อไป รวมถึงสายคล้องเหรียญที่สามารถถอดไปใช้งานในรูปแบบอื่นได้เช่นกัน ภายในงานยังมีการติดตั้งจุดคัดแยกขยะอย่างชัดเจน พร้อมนำเทคโนโลยีย่อยเศษอาหารมาใช้เปลี่ยนขยะอินทรีย์ให้กลายเป็นปุ๋ยสำหรับชุมชนและเกษตรกรในพื้นที่ รวมถึงป้ายไวนิลประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่จะถูกนำไปแปรรูปหรือประยุกต์ใช้ใหม่ เพื่อให้ทุกทรัพยากรเกิดประโยชน์สูงสุดตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน ติดตามรายการวิ่งปีต่อไปได้ทางเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/BangkokAirways.Run/