“พลพีร์” เผยข้อมูลบ่อนทั่วประเทศพุ่งเกิน 50 แห่ง! ยันปมเขื่อนขุนด่านฯ แค่หารือชะลอน้ำ 2 ชม.
“พลพีร์” เผยข้อมูลบ่อนทั่วประเทศพุ่งเกิน 50 แห่ง! ยันปมเขื่อนขุนด่านฯ แค่หารือชะลอน้ำ 2 ชม. ไม่เคยสั่งปิดถาวร แจงพาดหัวข่าวทำเข้าใจคลาดเคลื่อน
วันที่ 29 ก.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รมช.มหาดไทย กล่าวถึงเรื่องการขยายผลการจับกุมบ่อนที่ จ.เชียงใหม่ ว่าดำเนินการจับกุมไปแล้ว 4 คน ซึ่งศาลมีคำสั่งให้จำคุกไม่รอลงอาญา และคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่เป็นคนไทยก็ถูกจำคุก 3 เดือน รอลงอาญา 1 ปี ขณะที่ชาวต่างชาติที่เจอจำนวน 20 คน เราก็ส่งตม.เพื่อให้ส่งกลับประเทศไปแล้ว สำหรับเส้นเงินที่เราพบเจอจาก QR Code ในสถานที่แรก 4 บัญชี และที่สองอยู่ 2 บัญชี ได้ส่งไปที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ให้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมต่อ ภารกิจที่เราดำเนินการเราจะทำให้ครบทั้งหมด โดยคนที่ทำผิดก็จะต้องถูกลงโทษ และดำเนินคดีต่อไป ซึ่งหากมีความคืบหน้าเราก็จะมีการอัพเดทอีกครั้ง เมื่อถามว่าที่จังหวัดเชียงใหม่ มีการจับได้แค่ 2 บ่อนใช่หรือไม่ นายพลพีร์ กล่าวว่า ณ วันนี้จับได้เพียงแค่ 2 แห่ง ซึ่งหลังจากเราไปทำภารกิจที่เชียงใหม่แล้วก็มีข้อมูลเข้ามาต่อเนื่อง ขณะนี้เกิน50ที่แล้ว เราขอตรวจสอบก่อน ที่นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ไปจับบ่อนที่ดินแดงก็เป็นข้อมูลที่เราได้มาจากสส. เมื่อถามว่ามีบ่อน 50 แห่ง กระจายอยู่ในตัวเมืองใหญ่หรือกระจายไปทั่วประเทศ นายพลพีร์ กล่าวว่า อยู่ในแหล่งที่เป็นจังหวัดสำคัญของประเทศ
นายพลพีร์ กล่าวถึงการวิพากษ์วิจารณ์จากนักวิชาการ หลังสั่งการให้ปิดประตูระบายน้ำของเขื่อนขุนด่านปราการชล จ.นครนายก ว่าวันที่ 27 ก.ย. ที่ตนลงพื้นที่ไปที่เขื่อนได้รับรายงานว่า น้ำในเขื่อนไม่ถึง 100% มีประมาณ 97% น้ำที่เติมมาจากเขาใหญ่อยู่ในอัตราส่วนประมาณ 20% ของน้ำฝนที่ลงจากเขาใหญ่เมื่อวันที่ 26 ก.ย. ได้สอบถามผอ.เขื่อนขุนด่านปราการชลว่าสามารถชะลอการปล่อยน้ำได้หรือไม่ ได้รับตำตอบว่าได้ ถามกลับไปว่าปิดได้นานเท่าไหร่ เขาตอบว่าปิดได้ 2 ชม ตนยังกลับไม่ถึงกทม.เขาก็เปิดประตูระบายน้ำแล้ว ไม่ได้มีคำสั่งการใดใดทั้งสิ้นที่จะไปปิดเขื่อน และด้วยสติปัญญาทุกคนก็รู้ ถ้าน้ำมามาก แรงดันน้ำเยอะ ก็จะทำให้เขื่อนแตก ความเสียหายมันก็มากกว่านี้เยอะ ในวันนั้นหากน้ำในบ้านเรือประชาชนสูงราวประมาณ 30 ซม. ก็จะชะลอได้ เจตนารมณ์มีเพียงแค่นั้นเลย ไม่เคยไปบอกว่าให้ปิดถาวร หรือให้ปิดจนน้ำแห้ง แม้ความรู้ความสามารถตนไม่ได้จบวิศวะหรือการบริหารน้ำแต่ก็ไม่มีใครโง่พอให้เขื่อนแตก น้ำเกิน 100% แล้วทำให้เเขื่อนแตก วันนั้นเป็นเพียงการหารือ และพูดคุยกัน ได้ข้อตกลงร่วมกันสำหรับทุกๆหน่วยงาน ที่อยู่หน้างานจริง แต่เมื่อตนกลับมาแล้วการพาดหัวข่าวก็อาจจะดูรุนแรงไป ว่า “มท.2 สั่งให้ปิดเขื่อน” ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ได้ว่ากัน เข้าใจในการสื่อสารในมิติของการแจ้งข้อมูลให้กับประชาชน และในวันที่เราไปลงพื้นที่ก็เห็นว่ ระดับน้ำเริ่มลด ประชาชนก็เริ่มกลับเข้าบ้าน ซึ่งขอขอบคุณนักวิชาการ ที่ออกมาวิเคราะห์และสอนตนอ้อมๆ ซึ่งหวังว่าลูกศิษย์ของอาจารย์ที่ออกมาวิเคราะห์ก็จะมาวิเคราะห์ในเชิงของประชาชน