“กรณ์” จี้ “เอกนัฏ” หลังหนี้กองทุนน้ำมันพุ่งแสนล้าน ชี้ทางออกต้องลดภาษี
วานนี้ (22 ต.ค.69) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรียกร้องให้นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ตั้งสติในการแก้ปัญหาราคาน้ำมันแพง หลังจากที่มีการนำรายงานผลการดำเนินงานของ “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เข้าชี้แจงต่อรัฐสภา พร้อมตั้งคำถามสำคัญ 3 ประเด็นหลัก ถึงประสิทธิภาพและความถูกต้องในการบริหารจัดการพลังงานของรัฐบาล
สำหรับประเด็นแรก นายกรณ์ชี้ให้เห็นถึงวิกฤตหนี้สินของกองทุนน้ำมันฯ ที่ปัจจุบันทะลุเกินระดับแสนล้านบาท ซึ่งเข้าขั้นเสี่ยงต่อข้อกฎหมาย โดยระบุว่าในอดีตเคยมีการออกพระราชกฤษฎีกาเมื่อปี 2565 เพื่อขยายวงเงินกู้จาก 20,000 ล้านบาท เป็น 170,000 ล้านบาท ซึ่งมีอายุการบังคับใช้เพียง 1 ปี แต่ในปัจจุบันที่หนี้กองทุนฯ ทะลุกรอบกฎหมายหลักไปแล้ว กลับไม่พบการออกพระราชกฤษฎีการองรับเหมือนที่เคยทำ ที่สำคัญคือ หนี้สินมหาศาลเหล่านี้จะกลายเป็นภาระตกแก่ประชาชนที่ต้องแบกรับผ่านการซื้อน้ำมันแพงไปอีกยาวนาน
ประเด็นต่อมาคือการใช้เงินกองทุนน้ำมันฯ อุดหนุนพลังงานผิดประเภท โดยตามมาตรา 55 แห่ง พ.ร.บ.กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง กำหนดให้ยกเลิกการจ่ายเงินชดเชยแก่พลังงานชีวภาพภายใน 7 ปี ซึ่งครบกำหนดไปเมื่อวันที่ 24 ก.ย.ที่ผ่านมา แต่ปัจจุบันยังคงมีการจ่ายเงินชดเชยน้ำมันที่มีส่วนผสมของพลังงานชีวภาพอยู่ จึงเกิดคำถามว่ากระทรวงพลังงานใช้หลักเกณฑ์ใดในการดำเนินการ และเข้าข่ายขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมายการจัดตั้งกองทุนฯ หรือไม่
นายกรณ์ยังวิพากษ์วิจารณ์แนวทางการแก้ปัญหาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าไม่ตรงจุด โดยมองว่าข้อเสนอต่างๆ สุ่มเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายซ้ำซ้อน ทั้งการเตรียมโอนเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานมาโปะกองทุนน้ำมันฯ ซึ่งสุ่มเสี่ยงขัด พ.ร.บ.กองทุนอนุรักษ์ฯ และย้อนแย้งกับภารกิจลดการใช้เชื้อเพลิง รวมถึงการจะโอนเงินปันผลจากโรงกลั่นเอกชนที่อาจขัดต่อ พ.ร.บ.วินัยการคลัง และหลักการงบประมาณที่ต้องผ่านการพิจารณาของสภาฯ ขณะเดียวกัน การปรับสูตรคำนวณราคาน้ำมันที่เคยประกาศไว้กลับยังไม่มีความชัดเจน แต่กลับมองว่าการ “ลดภาษีสรรพสามิต” จะเป็นเพียงมาตรการสุดท้าย ทั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอทางออกเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่แรกว่า เป็นการแก้ปัญหาที่ต้นตอและไม่สร้างภาระให้กับประชาชน