โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ศุภจี ลุยดัน Soft Power ต่อยอดหลังจบประชุม IMF-World Bank

Nation Online

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

23 ตุลาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้โพสต์แสดงมุมมองผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังเสร็จสิ้นงาน ประชุมการเงินโลก หรือ IMF-World Bank 2026 โดยได้สั่งการเร่งด่วนให้บูรณาการ การทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อสร้างปรากฏการณ์ Ripple Effect ต่อยอดความประทับใจของผู้ร่วมงานกว่า 20,000 คน สู่การขับเคลื่อน Soft Power ไทย เพิ่มโอกาสทางการค้า การท่องเที่ยว และสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งมีกระแสข่าวเกี่ยวกับการปรับ ครม. โพสต์ผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงพาณิชย์ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ที่ผ่านมา เกี่ยวกับการพัฒนาเศรษฐกิจไทยจาก Soft Power โดยระบุว่า

หลายคนอาจได้ยินคำว่า Soft Power กันบ่อย และสงสัยว่า แล้วเราจะใช้สิ่งนี้สร้างโอกาสให้คนไทยได้อย่างไร?

การเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ของประเทศไทย เป็นตัวอย่างหนึ่งที่อยากเล่าให้ฟังค่ะ

ขอชื่นชมกระทรวงการคลังในฐานะหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ซึ่งสามารถจัดการประชุมระดับโลกได้อย่างน่าประทับใจ และยังใช้โอกาสนี้นำเสนอศักยภาพของประเทศไทยให้ผู้ร่วมประชุมกว่า 20,000 คนจากทั่วโลกได้รู้จัก โดยหลายคนเดินทางมาเมืองไทยเป็นครั้งแรกค่ะ

นอกจากการประชุมด้านเศรษฐกิจและการเงินแล้ว ผู้ร่วมประชุมยังได้สัมผัสความเป็นไทยในหลากหลายมิติ ทั้งผ้าไทยและงานหัตถกรรมที่นำมาตกแต่งสถานที่และจัดแสดง การแสดงศิลปวัฒนธรรมไทย อาหารท้องถิ่นและวัตถุดิบ GI ที่นำมาเสิร์ฟในมื้ออาหารจริง ผลงานศิลปะที่สะท้อนความคิดสร้างสรรค์และความยั่งยืน ตลอดจนการนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมสนับสนุนการจัดงานในมิติต่าง ๆ ค่ะ

สิ่งสำคัญคือเราจะทำอย่างไรให้โอกาสเหล่านี้ไม่จบลงพร้อมกับการประชุม?

เพราะเมื่อผู้ร่วมประชุมได้ลองชิมอาหารไทย ก็อาจเกิดความสนใจซื้อวัตถุดิบหรือสั่งสินค้าไทยไปใช้ในต่างประเทศ เมื่อได้เห็นผ้าไทยและงานหัตถกรรม ก็อาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมแฟชั่นและการออกแบบ และเมื่อประทับใจประเทศไทย ก็อาจกลับมาท่องเที่ยวพร้อมครอบครัว บอกต่อคนรู้จัก หรือเลือกประเทศไทยเป็นสถานที่จัดประชุมและทำธุรกิจในอนาคต

ความประทับใจเหล่านี้จึงมีโอกาสต่อยอดเป็นยอดขาย การจ้างงาน และรายได้ให้กับคนไทยได้อีกมาก หากเรามีกลไกเชื่อมต่อความสนใจของผู้มาเยือนเข้ากับสินค้า บริการ และผู้ประกอบการไทยอย่างจริงจังค่ะ

ในบทบาทรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลกระทรวงวัฒนธรรมและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ควบคู่กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จึงได้มอบหมายให้ทั้ง 3 กระทรวงบูรณาการการทำงานร่วมกันหลังจบการประชุม เพื่อต่อยอดโอกาสที่เกิดขึ้นให้เป็นผลทางเศรษฐกิจอย่างเป็นรูปธรรม โดย

⭐️ กระทรวงพาณิชย์ เร่งพัฒนาสินค้าและบริการไทย สร้างแบรนด์ เชื่อมช่องทางตลาดและเครือข่ายผู้ซื้อในต่างประเทศ ควบคู่กับการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาเพิ่มมูลค่า และต่อยอดแนวคิด IP Finance เพื่อเพิ่มโอกาสเข้าถึงแหล่งทุนให้ผู้ประกอบการ

⭐️ กระทรวงวัฒนธรรม ส่งเสริมศิลปิน งานหัตถกรรม ผ้าไทย และอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ให้เป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ พร้อมต่อยอดทุนทางวัฒนธรรมให้กลายเป็นสินค้า บริการ และโอกาสทางธุรกิจที่สร้างรายได้ให้ชุมชน

⭐️ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นำความประทับใจและความสนใจของผู้ร่วมประชุมมาต่อยอดเป็นโอกาสทางการท่องเที่ยว โดยเฉพาะการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางกลับมาเยือนประเทศไทย รวมถึงการใช้จ่ายที่กระจายไปสู่เมืองและชุมชนต่าง ๆ

เป้าหมายของเราคือการสร้าง Ripple Effect หรือผลต่อเนื่องทางเศรษฐกิจจากการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ ให้โอกาสที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงช่วงเวลาของการประชุม แต่ขยายต่อไปสู่การค้า การท่องเที่ยว การลงทุน และการสร้างรายได้ให้เกษตรกร ช่างฝีมือ ศิลปิน ผู้ประกอบการ และชุมชนอย่างต่อเนื่องค่ะ

“ททท.” รับนโยบาย “ศุภจี” ต่อยอดเวที IMF–World Bank รุก 5 ตลาดศักยภาพ ดัน Wellness–Soft Power สร้างมูลค่าเพิ่มเศรษฐกิจไทย

ขณะที่เพจข่าวจริงประเทศไทย รายงานว่า การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ได้ขานรับนโยบายดังกล่าวของนางศุภจี โดย ททท. เตรียมนำเสนอจุดแข็งของประเทศไทยผ่านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพและการพักผ่อน (Wellness Tourism) ภายใต้แนวคิด Healing is the New Luxury ควบคู่กับการนำเสนอเสน่ห์ความเป็นไทย (Thainess) และเศรษฐกิจจากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว (Visitor Economy) พร้อมใช้ศิลปวัฒนธรรม ผ้าไทย อาหารไทย และอาหารท้องถิ่นเป็นเครื่องมือสร้างประสบการณ์ที่แตกต่างให้แก่นักท่องเที่ยวจากนานาชาติ

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอศิลปะการแสดงไทย อาทิ โนรา หนังใหญ่ หุ่นละครเล็ก และโขน ตลอดจนจัดแสดงประติมากรรม “เต่าตนุ” ผลงาน TAT X WISHULADA จากวัสดุเหลือใช้ และจัดกิจกรรม Amazing Thailand Global Thai Silk Exhibition & The Amazing Thailand Grand Fashion Show ซึ่งมีดีไซเนอร์จากกว่า 100 ประเทศร่วมออกแบบและนำเสนอผ้าไหมไทย เพื่อเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมสู่ตลาดสากล เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวเข้ากับสินค้าและบริการที่มีเอกลักษณ์ เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงแหล่งผลิตและชุมชน ตลอดจนเพิ่มช่องทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย สอดคล้องกับแนวทางการบูรณาการระหว่างการท่องเที่ยว วัฒนธรรม และการค้า เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทย

สำหรับการส่งเสริมตลาดในระยะต่อไป ททท. วางกลยุทธ์เจาะนักท่องเที่ยว 5 ตลาดศักยภาพ ได้แก่ เวียดนาม มุ่งกลุ่มครอบครัวและชอปปิง มาเลเซีย เน้นอาหาร การชอปปิง และขยายการเดินทางสู่เมืองรอง อินโดนีเซีย ชู Wellness และการท่องเที่ยวที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมุสลิม สิงคโปร์ เจาะกลุ่มกำลังซื้อสูงและการท่องเที่ยวคุณภาพ ส่วนไต้หวัน เน้นอาหารไทยและการท่องเที่ยวเชิงอาหาร ควบคู่กับแคมเปญ Go Thai Be Free เพื่อสื่อสารภาพลักษณ์ประเทศไทยที่เปิดกว้างและเป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยว LGBTQ+

ทั้งนี้ ททท. ตั้งเป้าในปีงบประมาณ 2570 ให้จำนวนนักท่องเที่ยวจากประเทศในภูมิภาคอาเซียนเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.3 และมีรายได้เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 โดยมุ่งใช้โอกาสจากการเป็นเจ้าภาพการประชุมระดับโลกเป็นแรงส่งในการขยายตลาด เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับสินค้าและวัฒนธรรมไทย และผลักดันให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อเนื่องหลังสิ้นสุดการประชุม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...