โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

รวบ 2 หญิงแสบหลอกเงิน "หลวงปู่สมบุญ" 105 ปี คุมตัวขอขมา

Amarin TV

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ตร.คุมตัว 2 หญิงแสบก้มกราบขอขมา

ตร.คุมตัว 2 หญิงแสบก้มกราบขอขมา "หลวงปู่สมบุญ" วัย 105 ปี หลังกุเรื่องโรคร้ายหลอกเงิน 3 ครั้งรวมหมื่นกว่า-เมตตาไม่ติดใจเอาความ

วันที่ 2 พ.ย.2569 ความคืบหน้ากรณีมีหญิง อายุ ประมาณ 40-50 ปี มาหลอกเอาเงิน หลวงปู่ สมบุญ อายุ 105 ปี เจ้าอาวาสวัดลำพันบอง ตำบลหนองโพธิ์ อำเภอหนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้เงินไป 15,000 บาท เหตุเกิดในกุฏิหลวงปู่สมบุญ เมื่อวันที่ 29 ต.ค.69 ที่ผ่านมา มีกล้องวงจรปิดจับภาพขณะที่ทั้ง 2 คน ก่อเหตุเอาไว้อย่างชัดเจน

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.ชัยชาญพัฒน์ ยติรัตนกัญญา ผกก.สภ.หนองหญ้าไซ จังหวัดสุพรรณบุรี พร้อมด้วย พ.ต.ท.พุทธิชาติ บรรสุทธี รอง ผกก.สืบสวน สภ.หนองหญ้าไซ พ.ต.ท.เฉลิมศักดิ์ ประเมนาโพธิ์ สว.สส.ฯ และกำลังชุดสืบสวน เร่งสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งคนมาสอบสวน จากแนวทางการสืบสวนทราบว่าผู้ก่อเหตุทั้ง 2 คน บ้านอยู่ตำบลสระแก้ว อำเภอเมืองสุพรรณบุรี นายสัก อายุ 65 ปี คนขับรถพาทั้ง 2 คนมาหลอกเอาเงินหลวงปู่

เวลา 10.00 น.วันที่ 2 พ.ย.69 พ.ต.อ.ชัยชาญพัฒน์ ยติรัตนกัญญา ผกก.สภ.หนองหญ้าไซ พร้อมด้วย พ.ต.ท.พุทธิชาติ บรรสุทธี รอง ผกก.สืบสวน สภ.หนองหญ้าไซ นำกำลังชุดสืบสวน ไปตรวจสอบ กระทั่งพบหญิงทั้ง 2 คน ที่มาก่อเหตุหลอกเอาเงินหลวงปู่สมบุญ แล้วหลบหนีไป ทราบชื่อนางส้ม (คนรูปร่างท้วม) อายุ 40ปี และนางเล็ก (รูปร่างผอมถือไม้เท้า)อายุ 64 ปี และนายสัก อายุ 65 ปี คนขับรถพาทั้ง 2 คนมาหลอกเอาเงินหลวงปู่

เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวมาขอขมาหลวงปู่สมบุญ ที่วัดลำพันบอง โดยนางเล็ก ให้การว่าตัวเองป่วยหลายโรคทั้งเบาหวานความดัน สายตาไม่ดี จึงมาขอเงินหลวงปู่ เพื่อจะไปรักษาตัว วันนี้ได้มาขอโทษหลวงปู่สมบุญแล้ว และขอโทษพระอีกหลายวัดที่ได้ไปก่อเหตุในลักษณะเดียวกันนี้ จากนี้ไปจะไม่ไปก่อเหตุแบบนี้อีกแล้ว ขณะตำรวจพูดคุยกับนางเล็ก นางเล็ก มีอาการมือสั่น ตำรวจถามเป็นอะไร นางเล็กบอกอาการโรคเบาหวานขึ้น ตำรวจถามไปโรงพยาบาลไหม นางเล็ก บอกไปเป็นไรไม่ไป เดี๋ยวมันหายเอง

ด้านนางส้ม เล่าว่าเพิ่งมาก่อเหตุกับนางเล็ก เป็นครั้งแรก นางเล็กให้เงินมาซื้อกับข้าวแค่ 300 บาทเท่านั้น และให้คนขับรถที่พามาที่วัด 300 บาท จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวทั้ง 2 คน ไปลงบันทึกประจำวันทำประวัติ ที่ สถ.หนองหญ้าไซ ไว้เป็นหลักฐาน แล้วปล่อยตัวไป

ส่วนที่ไม่ได้ดำเนินคดีกับทั้ง 2 คน นี้ เนื่องจากทางหลวงปู่สมบุญมีเมตตา ไม่ติดใจเอาความ จึงดำเนินการว่ากล่าวตักเตือนและทำประวัติเอาไว้ เพราะว่าหลวงปู่สมบุญ มีเมตตาไม่ได้แจ้งความ ไม่ประสงค์ให้ดำเนินคดีกับทั้ง 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงต้องปล่อยตัวไป

จากการสืบสวนทราบว่าทั้ง 2 คน ตระเวนไปก่อเหตุหลอกเอาเงินพระตามวัดต่างๆอีกหลายวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจฝากถึงผู้เสียหายไม่ว่าจะเป็นพระหรือประชาชนทั่วไป ที่ถูกหญิง 2 คนนี้หลอกเอาเงินไป ให้มาแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ เพื่อที่จะได้ควบคุมตัวหญิงทั้ง 2 คน มาดำเนินคดีตามขั้นตอบของกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ชัยชาญพัฒน์ ยติรัตนกัญญา ผกก.สภ.หนองหญ้าไซ เปิดเผยว่าหลังรับแจ้ง ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบไล่กล้องวงจรปิด จนกระทั่งทรายบว่าผู้ก่อเหตุทั่ง 2 คน บ้านอยู่ บ้านท่าเสด็จ ตำบลสนามคลี อำเภอเมืองสุพรรณบุรี จึงให้ชุดสืบสวนควบคุมตัวงมาสอบปากคำ ทั้ง 2 ให้การรับสารภาพ จึงได้พาตัวมาขอขมากับหลวงปู่สมบุญ แล้วนำตัวไปทำประวัติที่ สภ.หนองหญ้าไซ ก่อนปล่อยตัวทั้ง 2 คน ฝากไปถึงผู้เสียหายที่เคยถูกหญิงทั้ง 2 คน หลอก สามารถไปแจ้งความได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ได้ตลอด

ด้านนายตะวัน ธัญญเจริญ ไวยาวัจกรวัดลำพันบอง เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองหญ้าไซ ได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด จนกระทั่งสามารถติดตามตัว ผู้ก่อเหตุทั้ง 2 มาขอขมา หลวงปู่สมบุญ โดยหญิงทั้ง 2 คนรับสารภาพว่ามาก่อเหตุกับหลวงปู่จริงตามภาพจากกล้องวงจรปิดที่บันทึกเอาไว้ได้ชัดเจน ส่วนในเรื่องของคดีความทางหลวงปู่ไม่ได้เอาความอะไร เนื่องจากหลวงปู่มีเมตตา แต่ขอให้ทั้ง 2 คน อย่าไปหลอกลวงพระที่วัดอื่นอีก ส่วนในเรื่องความผิดของกฎหมายก็เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะว่าทั้ง 2 คนไม่ได้มาก่อเหตุที่วัดลำพันบองที่เดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...