ม.หอการค้า ชี้ส่งออกปี 69 โต 17.8% จับตาปีหน้าภาษีสหรัฐฯ กระทบขีดการแข่งขัน
22 ตุลาคม 2569 นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการประเมินการส่งออกยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าปี 2569 จะขยายตัวสูงถึง 17.8% มูลค่า 4 แสนล้านดอลลาร์ ส่วนปี 2570 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 7.4% มูลค่าราว 4.3 แสนล้านดอลลาร์ โดยยังมีปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับ AI
ทั้งนี้ อัตราภาษีที่เกี่ยวข้องกับสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งประเมินไว้ในช่วง 12.5-19% เป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่อต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันเมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่ง หากไทยสามารถรักษาความได้เปรียบด้านต้นทุนและบริหารจัดการผลกระทบจากมาตรการทางการค้าได้ ก็จะช่วยประคองการส่งออกให้ขยายตัวต่อเนื่อง และลดความเสี่ยงต่อการชะลอตัวของเศรษฐกิจในปีหน้า
ขณะเดียวกัน กระแสการลงทุน AI และดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกถือเป็นโอกาสสำคัญของไทย โดยไทยมีศักยภาพเป็นฐานการลงทุนด้านดาต้าเซ็นเตอร์ของอาเซียนร่วมกับมาเลเซีย จากความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน กฎหมาย ห่วงโซ่อุปทาน และแรงงาน
นอกจากนี้ ความท้าทายคือการสร้างมูลค่าเพิ่มภายในประเทศ เนื่องจากการลงทุนดังกล่าวต้องนำเข้าอุปกรณ์และสินค้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก จึงจำเป็นต้องส่งเสริมให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปมีส่วนร่วมในห่วงโซ่อุปทานมากขึ้น เพื่อให้การลงทุนส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในวงกว้าง
ทั้งนี้ การท่องเที่ยว คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติปีนี้จะอยู่ที่ 31.5-32 ล้านคน จากข้อมูลในช่วง 9 เดือนแรก ตัวเลขนักท่องเที่ยวยังหดตัว จึงต้องติดตามปัจจัยด้านความเชื่อมั่น สถานการณ์น้ำท่วม และบรรยากาศการเดินทางในช่วงปลายปีอย่างใกล้ชิด
อย่างไรก็ตาม ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะขยายตัวประมาณ 2.2-2.5% ขณะที่ปี 2570 ยังมีโอกาส GDP เติบโตได้ถึง 3% หากรัฐบาลสามารถบริหารจัดการเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ เร่งสร้างความเชื่อมั่น และผลักดันการลงทุนใหม่ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยเฉพาะการดึงดูดเงินลงทุนจากต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้เศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ด้านนายกวิน งามสุริยโรจน์ นักวิจัย สถาบันยุทศศาสตร์การค้า มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวถึง ผลสำรวจความเห็นต่อการประชุม IMF-World Bank 2026ที่มีต่อภาคการส่งออกไทย ว่า เอกชนมองว่าการประชุมดังกล่าวไม่ได้ดันให้ส่งออกดีขึ้นหรือแย่ลง โดย 29% มองว่าเหมือนเดิม และ23% มองว่าดีขึ้นในด้านการลงทุนเทคโนโลยีที่ต่อเนื่อง ขณะที่ 23%มองว่าแน่ลง เพราะฐานส่งออกปี69 สูงจากอานิสงส์AI และIMFเตือนว่า อุปสงค์ของAIอาจปรับฐานประกอบกับไทยโตช้ากว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนและถูกสินค้าจีนกดดันในกลถ่มที่ไม่ใช่AI
ทว่า ทั้งนี้ 40% มองว่าการลงทุนยังหนุนให้การส่งออกปี70 แม้ว่าจะชะลอตัวลง และ41% มองว่าการลงทุนAIยังกระจุกตัวในอุตสหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
นอกจากนี้ 51% มองว่า ภาษีสหรัฐฯ ส่งผลต่อการส่งออกมากที่สุด โดย 34% ประกอบการมองว่าการส่งออกไทยปรับตัวกับภาษีสหรัฐได้ และ 30% มองว่าปรับตัวไม่ได้