“ตลาดหุ้นเอเชีย” เปิดลบยกแผง เซ่นแรงขายหุ้นชิป กังวลลงทุน AI มหาศาลไม่คุ้มค่า
"ตลาดหุ้นเอเชีย" เปิดลบ หลังหุ้นกลุ่มชิปถูกเทขายหนัก กดดัน KOSPI ร่วง 2.31% ท่ามกลางความกังวลเม็ดเงินลงทุน AI ที่พุ่งสูงและต้นทุนกู้ยืมเพิ่มขึ้น
วันที่ 20 ตุลาคม 2569 เวลา 09.25 น.ตลาดหุ้นเอเชียเปิดปรับตัวลดลงในวันนี้ (20 ต.ค. 2569) โดยได้รับแรงกดดันจากการเทขายหุ้นกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ ท่ามกลางความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับการทุ่มเม็ดเงินลงทุนมหาศาลในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงแนวโน้มต้นทุนการกู้ยืมที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดที่ 64,755.49 จุด ลดลง 161.21 จุด หรือ 0.25% ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดที่ 23,990.05 จุด ลดลง 196.78 จุด หรือ 0.81% และดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดที่ 3,718.44 จุด ลดลง 12.48 จุด หรือ 0.33% ขณะที่ดัชนี KOSPI ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ร่วงลง 2.31% และดัชนี S&P/ASX 200 ตลาดหุ้นออสเตรเลียปรับตัวลดลง 0.84%
หุ้นกลุ่มชิปเผชิญแรงเทขายอย่างหนัก โดยหุ้น SK Hynix ผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ ดิ่งลง 4.07% และหุ้น Samsung Electronics ร่วงลง 1.03% ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น หุ้น SoftBank Group ปรับตัวลดลง 4.46% หุ้น Tokyo Electron ลดลง 1.45% และหุ้น Renesas Electronics ลดลง 1.49%
แรงเทขายดังกล่าวสะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อแนวโน้มการลงทุนในธุรกิจ AI หลังบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่เร่งทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและเทคโนโลยี AI ขณะที่ตลาดเริ่มตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าและความสามารถในการสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน นอกจากนี้ แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นยังอาจเพิ่มภาระต้นทุนทางการเงินให้กับบริษัทในกลุ่มดังกล่าว
ทั้งนี้ นักลงทุนจับตาการเปิดเผยผลประกอบการของ Meta Platforms และ Tesla ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจและความสามารถในการสร้างรายได้จากการลงทุนด้าน AI ซึ่งอาจเป็นปัจจัยสำคัญกำหนดทิศทางหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในระยะถัดไป
ขณะเดียวกัน ตลาดยังรอติดตามการประกาศอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (Loan Prime Rate: LPR) ประเภท 1 ปี และ 5 ปีของจีนในช่วงเช้าวันนี้ โดยอัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 1 ปีใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อระยะสั้น ขณะที่อัตราดอกเบี้ย LPR ประเภท 5 ปีใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงสำหรับสินเชื่อระยะยาว รวมถึงสินเชื่อที่อยู่อาศัย ซึ่งผลการประกาศจะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่นักลงทุนใช้ประเมินทิศทางนโยบายการเงินและแนวโน้มเศรษฐกิจจีน