โวยหักคออภิปราย! ปชน.ยันต้องได้5วัน/โพลฟันมท.อ่วมแต่เชื่อไร้ผล
นายกฯ ควงอธิบดีกรมศุลฯ กินข้าวต้มปลาเยาวราช สั่งชาเย็น-เก๊กฮวย นั่งกินสบายๆ แบบส่วนตัว แกนนำภูมิใจไทยภาคใต้ต้อนรับ “เนวิน” นำทัพบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เยือนสงขลา "โรม" ยืนกรานฝ่ายค้านขอซักฟอก 5 วัน ซัดรัฐบาลตั้งธงแค่ 3 วัน หักคอกันทำลายระบบการตรวจสอบของสภา แย้มมีขุนพลร่วมเชือด 18 รมต.ครอบคลุมทุกกระทงความผิด "นิด้าโพล" เผยแก้เศรษฐกิจทำให้ รบ.เครียด-มหาดไทยรับศึกหนัก เชื่อฝ่ายค้านมีหลักฐานแต่รัฐบาลไม่เปลี่ยน
เมื่อวันอาทิตย์ มีรายงานว่าเมื่อช่วงค่ำ เวลา 20.00 น. วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยนายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร แวะรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้มปลาเจ้าเก่า ถนนแปลงนาม ย่านเยาวราช เป็นการส่วนตัว
บรรยากาศเป็นไปอย่างเรียบง่าย นายอนุทินและนายพันธ์ทองนั่งรับประทานอาหารร่วมกันที่โต๊ะริมทาง มีการสั่งข้าวต้มปลาพร้อมเครื่องดื่มทั้งชาเย็น เมนูยอดนิยมของไทย และน้ำเก๊กฮวยมาดื่มระหว่างรับประทานอาหาร
ทั้งสองนั่งพูดคุยและรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเอง ท่ามกลางบรรยากาศร้านอาหารริมถนนโดยไม่มีพิธีการ
สำหรับนายพันธ์ทอง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมศุลกากร โดยเข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนตุลาคม 2568 หลังผ่านประสบการณ์ทำงานในกรมศุลกากรมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งตำแหน่งรองอธิบดีกรมศุลกากร ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี และผู้ตรวจราชการกระทรวงการคลัง ก่อนขยับขึ้นเป็นอธิบดีกรมศุลกากรในรัฐบาลนายอนุทิน มีประสบการณ์ทั้งงานด้านการจัดเก็บภาษี การตรวจสอบและปราบปราม การอำนวยความสะดวกทางการค้า ตลอดจนการพัฒนาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและระบบเชื่อมโยงข้อมูลนำเข้า-ส่งออก ซึ่งเป็นภารกิจสำคัญของกรมศุลกากรในการดูแลการค้าระหว่างประเทศและจัดเก็บรายได้ให้รัฐ
เมื่อเวลา 21.00 น. ของวันที่ 17 ต.ค. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม พร้อมนายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต รมช.มหาดไทย และอดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, นายสรรเพชญ บุญญามณี รมช.คมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย ในฐานะ สส.สตูล พรรคภูมิใจไทย และนายสมยศ พลายด้วง สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พร้อมด้วยคณะนักฟุตบอลและทีมงานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในโอกาสเดินทางมายังจังหวัดสงขลา เพื่อเตรียมลงสนามพบกับสโมสรฟุตบอลปัตตานี เอฟซี ในศึกไทยลีก 2026/27 นัดที่ 5 ในวันเดียวกันนี้ เวลา 19.00 น. ณ สนามกีฬาติณสูลานนท์ จ.สงขลา โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก
ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงการเตรียมความพร้อมการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า ในส่วนของจำนวนคนที่จะอภิปรายไม่ไว้วางใจ ขณะนี้ยังเปิดเผยไม่ได้ว่ามีจำนวนเท่าไหร่ แต่มีเยอะและมีหลายคน เพราะต้องครอบคลุมรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รัฐมนตรีบางคน สส.จองกฐินหลายคน ฉะนั้นรวมๆ ผู้อภิปรายมีค่อนข้างเยอะ ซึ่งรวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านพรรคอื่นๆ ด้วย ดังนั้นในแง่ของจำนวนมีเยอะแน่นอน
โดนหักคอซักฟอกแค่ 3วัน
"เรื่องของเวลาเรายังมองว่าขั้นต่ำขณะนี้คือ 5 วัน เพื่อให้เพียงพอต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจครอบคลุมทุกประเด็น ทุกกระทงของข้อหาความผิด และครอบคลุมรัฐมนตรีทั้ง 18 คน"
เมื่อถามว่า เบื้องต้นได้รับการประสานจากฝั่งรัฐบาลหรือประธานสภาผู้แทนราษฎรเรื่องการนัดประชุมร่วมกันระหว่างคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองในสภาผู้แทนราษฎร (วิป) 2 ฝ่าย และตัวแทนคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้วหรือไม่ นายรังสิมันต์กล่าวว่า ตนในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องนี้ยังไม่ได้มีการคุยกันกับวิปรัฐบาลหรือประธานสภาฯ เข้าใจว่าสัปดาห์หน้าคงจะมีการนัดพูดคุยกันเรื่องนี้
เมื่อถามว่า หากทางรัฐบาลยังยืนกรานที่จะให้อภิปรายแค่ 3 วัน จะมีการหารือเพื่อหาจุดร่วมตรงกลางอย่างไร นายรังสิมันต์กล่าวว่า แน่นอนว่าทางฝั่งรัฐบาลพยายามที่จะให้เวลาเรามีน้อยที่สุด แต่ตนก็ตั้งคำถามว่า เรื่องนี้หากเวลามีน้อยตกลงนี่เป็นญัตติของใคร แน่นอนเป็นญัตติของสภา แต่ถูกเสนอโดยฝ่ายค้าน แล้วฝ่ายค้านยื่นครอบคลุมรัฐมนตรีเช่นนั้น การที่อยู่ๆ จะมาลดเวลาเรา ให้เรามีเวลาน้อยที่สุด สำหรับตนไม่สมเหตุสมผล
นายรังสิมันต์กล่าวต่อว่า ดังนั้นคุณจะมาใช้วิธีการโดยเสียงข้างมากในการที่จะบีบให้เราในฐานะเป็นเสียงที่น้อยกว่า ที่กำลังทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล คิดว่ามันขาดความชอบธรรมและเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ เราในฐานะฝ่ายค้านคิดว่าอย่างไรเวลาในการอภิปรายอย่างไรก็ต้องครอบคลุมรัฐมนตรีทั้ง 18 คน ซึ่งเรายืนอยู่ที่ 5 วัน ดังนั้นเรื่องนี้อย่างไรก็ต้องมีการพูดกัน
"ยังไม่ได้พูดคุยกันเลย ก็โยนมาแล้ว 3 วัน นี่คือตกลงแล้วคนที่ถูกอภิปรายเป็นผู้กำหนดเวลา กำหนดทุกอย่างในการอธิบาย แบบนี้ผมไม่เรียกว่าเป็นการตรวจสอบแล้ว แบบนี้เป็นวิธีการที่อาจจะเรียกว่าหักคอกัน และทำลายระบบการตรวจสอบของสภา" นายรังสิมันต์กล่าว
วันเดียวกัน ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “อภิปรายไม่ไว้วางใจ ใครรับศึกหนัก” ระหว่างวันที่ 12-14 ตุลาคม 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค 1,310 หน่วยตัวอย่าง
เมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนต่อประเด็นในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ที่จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลต้องเครียดหนัก พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 34.27 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าขาดความสามารถในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ รองลงมา ร้อยละ 28.93 ระบุว่าทุกประเด็นต้องเครียดหมด, ร้อยละ 26.26 ระบุว่ากรณีคดีฮั้วการเลือกตั้ง สว., ร้อยละ 25.88 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าไร้ความสามารถ
'มหาดไทย' รับศึกหนัก
ในการแก้ไขวิกฤตค่าครองชีพ ร้อยละ 23.97 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่ามีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชัน, ร้อยละ 22.44 ระบุว่ากรณีคดีการทุจริตการสอบเข้ารับราชการส่วนท้องถิ่น, ร้อยละ 16.72 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าใช้อำนาจเพื่อเอื้อผลประโยชน์แก่ตนเองและพวกพ้อง, ร้อยละ 14.43 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าละเลยในการจัดการกับขบวนการทุนเทา, ร้อยละ 7.56 ระบุว่าการโดนกล่าวหาเรื่องระบอบสีน้ำเงิน, ร้อยละ 5.34 ระบุว่าไม่มีประเด็นอะไรที่ต้องเครียด, ร้อยละ 3.59 ระบุว่ากรณีโครงการ TH-AI Passport, ร้อยละ 3.44 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าขาดธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน และร้อยละ 1.60 ระบุว่าการโดนกล่าวหาว่าทำลายองค์กรอิสระและกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล
ด้านความคิดเห็นต่อกระทรวงที่จะต้องรับศึกหนักในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล พบว่า ตัวอย่างร้อยละ 38.78 ระบุว่ากระทรวงมหาดไทย รองลงมา ร้อยละ 23.05 ระบุว่าทุกกระทรวงต้องรับศึกหนัก, ร้อยละ 21.37 ระบุว่าสำนักนายกรัฐมนตรี (รองนายกรัฐมนตรีและ/หรือรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี), ร้อยละ 18.63 ระบุว่ากระทรวงพาณิชย์, ร้อยละ 16.26 ระบุว่ากระทรวงการคลัง, ร้อยละ 10.46 ระบุว่ากระทรวงยุติธรรรม, ร้อยละ 9.08 ระบุว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม, ร้อยละ 4.73 ระบุว่าไม่มีกระทรวงใดที่ต้องรับศึกหนัก, ร้อยละ 4.43 ระบุว่ากระทรวงกลาโหม, ร้อยละ 3.97 ระบุว่า กระทรวงคมนาคม, ร้อยละ 3.82 ระบุว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, ร้อยละ 0.92 ระบุว่ากระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา
ด้านความคิดเห็นต่อความชัดเจนและความเป็นรูปธรรมของหลักฐานที่ฝ่ายค้านนำมาใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 45.65 ระบุว่าฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รองลงมา ร้อยละ 41.22 ระบุว่าฝ่ายค้านจะมีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน, ร้อยละ 11.76 ระบุว่าฝ่ายค้านจะไม่มีหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ชัดเจน ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน
สำหรับความคิดเห็นต่อการตัดสินใจลงมติของ สส.พรรคกล้าธรรม ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 30.38 ระบุว่ายกมือไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน รองลงมา ร้อยละ 22.75 ระบุว่างดออกเสียง, ร้อยละ 18.32 ระบุว่ายกมือไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน, ร้อยละ 9.93 ระบุว่าไม่เข้าร่วมการลงมติ, ร้อยละ 8.24 ระบุว่ายกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีทั้ง 18 คน, ร้อยละ 6.11 ระบุว่ายกมือไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีบางคน
เมื่อถามความคิดเห็นต่อสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นกับรัฐบาลภายหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พบว่า ร้อยละ 40.84 ระบุว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง รองลงมา ร้อยละ 26.34 ระบุว่าการปรับคณะรัฐมนตรี, ร้อยละ 19.39 ระบุว่าการยุบสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกตั้งใหม่, ร้อยละ 9.69 ระบุว่าการเปลี่ยนขั้วรัฐบาล, ร้อยละ 3.28 ระบุว่ารัฐมนตรีบางคนจะลาออกจากตำแหน่ง.