โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟังหัวเรือใหญ่แห่ง UOB เล่าถึงบทบาทของภาคการเงินที่สนับสนุนคนทำธุรกิจสู่ความยั่งยืน

Capital

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Insight

เมื่อทิศทางการแข่งขันของธุรกิจทั่วโลกล้วนมุ่งหน้าสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ประเทศไทยจึงขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างจริงจัง โดยกำหนดเป็นเป้าหมายระดับประเทศ มีตัวชี้วัดความสำเร็จที่ชัดเจน รวมถึงภาคธุรกิจที่พร้อมเดินหน้าปรับตัว และมีเทคโนโลยีช่วยลดการใช้พลังงาน ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และลดต้นทุนการดำเนินงานได้จริง

ทว่าประเด็นสำคัญที่ ริชาร์ด มาโลนี่ย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย นำเสนอในงาน GCNT EXPO 2026 คือ ทำยังไงธุรกิจจึงจะเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนและเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ พร้อมชี้ให้เห็นถึงบทบาทของภาคการเงินในการสนับสนุนผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ตลอดจนธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำใน value chain เพื่อให้ทุกภาคส่วนเติบโตบนเส้นทางสู่ความยั่งยืนได้อย่างมั่นคง

สิ่งที่ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารยูโอบี ประเทศไทยจะทำได้ด้วยแนวคิดแบบไหน เครื่องมือใดบ้าง และลงมือปฏิบัติยังไงนั้น เราชวนมาหาคำตอบพร้อมกันได้ที่ด้านล่างนี้

The New Reality

ช่วงต้นของเซสชั่นริชาร์ดชวนเปิดประเด็นให้เราเห็นภาพว่า ปัจจุบัน ‘การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน’ ไม่ได้ถูกพูดถึงในฐานะเป้าหมายระยะยาวอีกต่อไป โดยเฉพาะจากแรงกดดันและกติกาใหม่ๆ รอบโลก ส่งผลให้ธุรกิจไทยจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีบริหารจัดการ การวางแผนและลงทุน นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

“ภายใต้แผน NDC 3.0 ประเทศไทยตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิลง 47% ภายในปี 2035 ซึ่งฟังดูเหมือนอีกนาน แต่ในโลกธุรกิจ ปี 2035 เป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องวางแผน และตัดสินใจลงทุนแล้วในวันนี้”

ขณะเดียวกัน กติกาการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นมาตรการปรับราคาคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดนของสหภาพยุโรป (EU CBAM) กฎระเบียบด้านการตัดไม้ทำลายป่า และข้อกำหนดใหม่ด้านการตรวจสอบการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนตลอดห่วงโซ่อุปทาน (supply chain)

ริชาร์ดมองว่า ตัวอย่างกฎเกณฑ์เหล่านี้ ไม่เพียงกระทบต่อผู้ส่งออกรายใหญ่โดยตรง แต่ถ้าคุณเป็นผู้ผลิตหรือซัพพลายเออร์ให้กับลูกค้าที่สินค้าหรือบริการปลายทางถูกจัดส่งไปยังยุโรป แน่นอนว่าข้อบังคับต่างๆ เหล่านี้จะกลายมาเป็น ‘เงื่อนไขใหม่ในการอยู่รอด’ สำหรับธุรกิจของคุณทันที

Return on Sustainability

ธุรกิจไม่ได้เปลี่ยนแค่วิธีคิด วางแผน และลงทุนเท่านั้น แต่ยังต้องปรับมุมมองจากเดิมที่ ‘ความยั่งยืน’ ถูกจัดเป็นกิจกรรมเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR)

เพราะในปัจจุบัน ‘ความยั่งยืน’ เปรียบเสมือนความสามารถในการแข่งขัน (competitiveness) และโจทย์ทางธุรกิจ (commercial) ที่มี ‘การเงินและเงินทุน’ เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ เพื่อก้าวสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้

สะท้อนได้จากการที่ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ได้อนุมัติสินเชื่อเพื่อความยั่งยืน (sustainable financing) สะสมสูงถึง 7.46 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2025 โดยเกือบครึ่งหนึ่ง (50%) ของสินเชื่อใหม่ที่อนุมัติในปีเดียวกัน เป็นสินเชื่อเพื่อสิ่งแวดล้อมและสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับการดำเนินการด้านความยั่งยืน (Green & Sustainability-Linked Financing)

ตัวเลขดังกล่าวทำให้เห็นว่า การเงินเพื่อความยั่งยืน (sustainable finance) จะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง ก็ต่อเมื่อ ‘ตัวเลขทางเศรษฐศาสตร์สมเหตุสมผล’ (make commercial sense) หมายความว่า โครงการที่ธุรกิจนำมาเสนอธนาคาร ควรตอบโจทย์ทั้งในมิติด้านสิ่งแวดล้อม และความคุ้มค่าเชิงพาณิชย์ไปพร้อมกัน

Connecting the Ecosystem

ความน่าสนใจคือ UOB ไม่ได้วางบทบาทของธนาคารเป็นเพียงผู้ให้บริการ ‘ผลิตภัณฑ์ทางการเงิน’ แต่ต้องการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผ่านระบบนิเวศ (ecosystem) ตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน

อย่างเช่น โครงการ U-Solar ที่ UOB เข้าไปสนับสนุนตั้งแต่ผู้พัฒนาโครงการ ผู้รับเหมาติดตั้ง (contractors) จนถึงภาคธุรกิจและครัวเรือนที่ต้องการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ โดย ณ ปี 2024 โครงการ U-Solar ในประเทศไทยสามารถผลิตพลังงานหมุนเวียนได้แล้วกว่า 359 กิกะวัตต์-ชั่วโมง (GWh) และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 167,000 ตัน

อย่างไรก็ตาม ริชาร์ดย้ำว่า สิ่งที่สำคัญกว่าตัวเลขคือการทำให้ทุกคนในห่วงโซ่มองเห็นคุณค่าของการเปลี่ยนผ่านร่วมกัน ตั้งแต่เจ้าของโรงงานที่เห็นว่าการติดตั้งโซลาร์ช่วยลดค่าไฟและคุ้มค่ากับการลงทุน ผู้รับเหมาที่พัฒนาความสามารถในการติดตั้งเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ รวมถึงธนาคารที่สามารถประเมินโครงการได้ว่ามีความน่าเชื่อถือ และคุ้มค่าในเชิงพาณิชย์

“หัวใจของการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืน ไม่ได้เกิดจากการตัดสินใจครั้งใหญ่เพียงครั้งเดียว แต่เกิดจากการตัดสินใจเล็กๆ นับพันครั้งที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกันทั้งระบบ”

Beyond Renewable Energy

แนวคิดเรื่องการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่ได้จำกัดอยู่แค่โครงการขนาดเล็ก แต่ยังขยายผลไปถึงโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่

ตัวอย่างเช่น UOB ได้ร่วมกับสถาบันการเงินชั้นนำ 6 แห่ง ในการสนับสนุนสินเชื่อสีเขียว (Green Financing) มูลค่า 7.3 พันล้านบาท ให้แก่ GSA Data Center โครงการร่วมทุนระหว่าง GULF, Singtel และ AIS เพื่อพัฒนา Data Center ประหยัดพลังงานขนาด 25.6 เมกะวัตต์

“การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนของไทย ไม่ควรหยุดอยู่แค่เรื่องพลังงานหมุนเวียน แต่เป็นการวางโครงสร้างพื้นฐานสำหรับเศรษฐกิจยุคใหม่ ทั้ง AI, cloud computing และ digital economy โดยคิดไว้เลยว่าจะวางรากฐานอย่างไรให้มีประสิทธิภาพและรับผิดชอบตั้งแต่แรก”

Financing the Transition

นอกจากความคิดเห็นของริชาร์ดแล้ว อีกหนึ่งตัวแทนบนเวทีอย่าง ธมลวรรณ พฤกษ์สถาพร ผู้อำนวยการอาวุโส ESG Solutions ธนาคารยูโอบี ประเทศไทย ยังกล่าวเสริมโดยชี้ให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่าง green finance และ transition finance เพราะธุรกิจจำนวนมากอาจยังไม่ใช่ธุรกิจสีเขียวในวันนี้ แต่สามารถเดินหน้าสู่การเปลี่ยนผ่านได้ โดยเฉพาะธุรกิจในอุตสาหกรรมที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ยาก (hard-to-abate sectors)

“green finance มักสนับสนุนกิจกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอยู่แล้ว ขณะที่ transition finance จะเข้ามาสนับสนุนธุรกิจที่มีแผนการเปลี่ยนผ่าน (transition plan) หรือเส้นทางลดการปล่อยคาร์บอน (decarbonization journey) ที่ชัดเจน” ธมลวรรณกล่าว

สำหรับประเทศไทยเอง กำลังพัฒนาแนวทางนี้ผ่าน Thailand Taxonomy เพื่อจำแนกกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามระดับการเปลี่ยนผ่าน ดังนั้น คำถามสำคัญสำหรับภาคการเงินจึงไม่ใช่แค่ ‘ธุรกิจเป็นสีเขียวแล้วหรือยัง’ แต่คือ ‘ธุรกิจมีแผนงานที่น่าเชื่อถือพอสำหรับการเปลี่ยนผ่านหรือไม่’

UOB จึงพัฒนากรอบการเงินที่มีเกณฑ์ชัดเจนสำหรับ green finance และ transition finance พร้อมการประเมินจากผู้ประเมินภายนอก (second-party opinion) เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าถึงเงินทุนได้อย่างเหมาะสม และลดข้อกังวลเรื่องการฟอกเขียว (greenwashing)

เพราะการที่ธุรกิจยังไม่ได้เป็นสีเขียวในวันนี้ ไม่ได้หมายความว่าจะหมดโอกาสเข้าถึงเงินทุน หากมีแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน โปร่งใส และลงมือทำได้จริง

From Shift to Sustainability

ริชาร์ดทิ้งท้ายสำหรับ SME และภาคธุรกิจ โดยกล่าวถึงความท้าทายแรกของการเปลี่ยนผ่าน ซึ่งอาจไม่ใช่เรื่องเงินทุน แต่คือการไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี

“คุณไม่จำเป็นต้องแก้ทุกอย่างให้เสร็จในวันนี้ แต่เลือกให้ได้ว่า อะไรคือสิ่งที่ควรเปลี่ยน เข้าใจความคุ้มค่าทางธุรกิจ วัดผลลัพธ์ให้ชัดเจน เปลี่ยนให้เป็นโครงการ แล้วลงมือทำ”

เครื่องมืออย่าง UOB Sustainability Compass ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการและตัวแทนธุรกิจกว่า 1,800 ราย ได้ประเมินจุดที่ตัวเองอยู่บนเส้นทางความยั่งยืน และมองเห็นขั้นตอนที่สามารถลงมือทำได้จริง เพื่อเปลี่ยนเป้าหมายด้านความยั่งยืนให้กลายเป็นโครงการที่ลงทุนได้ (investable proposition)

ในโลกที่หมุนเวียนเปลี่ยนไว บทบาทของธนาคารจึงไม่ควรหยุดอยู่แค่การจัดหาเงินทุน แต่ต้องช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่า อะไรคือสิ่งที่สามารถลงทุนและจัดหาเงินทุนได้จริง ขณะเดียวกัน การเปลี่ยนผ่านก็ไม่สามารถเกิดขึ้นได้จากธุรกิจหรือธนาคารเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ ข้อมูล และพันธมิตรตลอดทั้ง value chain

เพราะท้ายที่สุดแล้ว การเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนไม่ใช่เรื่องที่ใครคนหนึ่งทำได้เพียงลำพัง แต่เกิดขึ้นได้เมื่อทุกภาคส่วนเชื่อมต่อและลงมือทำไปด้วยกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...