การศึกษาเป็นเลิศของฟินแลนด์ สรุปด้วยคำพูดโอบามา “เด็กยากจนที่สุด ยังได้เข้าโรงเรียนดีที่สุดของโลก”
รายงานโดย ปรีดี บุญซื่อ
เมื่อครั้งที่นักเรียนของฟินแลนด์สอบ“โครงการประเมินผลนักเรียนนานาชาติ” หรือ PISA ได้คะแนนสูงสุด คนในวงการศึกษาทั่วโลกประหลาดใจมากว่า ทำไมนักเรียนจากประเทศเล็กๆ สามารถได้คะแนนสูงสุด และเมื่อนักเรียนฟินแลนด์สอบ PISA ได้คะแนนสูงต่อเนื่องหลายปี นักการศึกษาและผู้นำทั่วโลกจึงหันมาศึกษาว่า ฟินแลนด์สามารถสร้างระบบการศึกษาที่มีประสิทธิผลได้อย่างไรไม่เพียงแค่ผลการสอบนักเรียนที่มีคะแนนสูง แต่การศึกษาฟินแลนด์ยังมีช่องว่างน้อยที่สุดในเรื่องผลสำเร็จระหว่างนักเรียนและระหว่างท้องถิ่นต่างๆ
ความสำเร็จของการศึกษาฟินแลนด์ทำให้เกิดกระแส “การท่องเที่ยว PISA” ที่นักการศึกษาทั่วโลกเดินทางไปฟินแลนด์ เพื่อไปเยี่ยมชมโรงเรียน สนทนากับครู นักเรียน และเจ้าหน้าที่การศึกษา ทำให้เห็นถึงลักษณะระบบการศึกษาของฟินแลนด์ เช่น มีการสอบมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศในระดับมัธยมปลายเท่านั้น เวลาเรียนที่สั้น การบ้านมีไม่มาก หลักสูตรมีความยืดหยุ่น ครูมีอิสระในการสอน และการสอนยังเน้นที่ศิลปะกับกีฬา
บทเรียนการศึกษาของฟินแลนด์ไม่เพียงแสดงให้เห็นว่าฟินแลนด์มีระบบการศึกษาอย่างไร แต่มีเส้นทางการพัฒนาความเป็นมาอย่างไร จากเมื่อ 50 ปีที่แล้วในทศวรรษ 1970 ฟินแลนด์ที่เคยมีมาตรฐานการศึกษาอยู่ในระดับเฉลี่ยทั่วไป กลายมาเป็นดาวเด่นในระบบการศึกษาของโลก
การศึกษาคือหัวใจความสำเร็จ
หนังสือ Braver New World ของ John Kampfner นักหนังสือพิมพ์อังกฤษ เขียนถึงการศึกษาของฟินแลนด์ว่า การศึกษาเป็นเครื่องหมายการค้าที่เป็นความสำเร็จของฟินแลนด์ คนฟินแลนด์สามารถอ้างคำพูดของบารัก โอบามา ที่ไปเยือนเมื่อปี 2018 ว่า“เด็กยากจนที่สุดในฟินแลนด์ สามารถเข้าเรียนหนึ่งในโรงเรียนดีที่สุดในโลก”
ในช่วง 50 ปีที่ผ่านมา ฟินแลนด์เปลี่ยนโฉมหน้าตัวเอง กลายเป็นประเทศที่เป็นโมเดล “ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางสังคม” ที่นักการศึกษาทั่วโลกเดินทางมาดูงานบทเรียนด้านความสำเร็จ ครูใหญ่โรงเรียนคนหนึ่งบอกกับผู้เขียนว่า “เราไม่มีน้ำมันหรือเพชร เรามีป่าไม้และหิมะ หนทางเดียวที่เราจะประสบความสำเร็จ คือการศึกษา”
โรงเรียนของฟินแลนด์ดำเนินงานบนพื้นฐานหลักการที่เรียกว่า “คุณภาพ ความเท่าเทียม และความสนุก” หลักสูตรหลักของการเรียนคือ ภาษาฟินแลนด์หรือสวีเดน คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ แต่นักเรียนยังเรียนด้านสุขภาพ สิ่งแวดล้อม จริยธรรม ธุรกิจ และความเข้าใจด้านสื่อ (media literacy) การเรียนจะส่งเสริมให้นักเรียนมีทักษะการคิด มากกว่าการดูดซับช่องไซโลแคบๆ ของข้อมูลข่าวสาร
นักการศึกษาฟินแลนด์กล่าวว่า ความสำเร็จในระยะยาวของการศึกษาฟินแลนด์ ไม่ได้อยู่ที่ว่าเป็นรูปแบบการศึกษาลักษณะดั้งเดิมหรือลักษณะก้าวหน้า (traditional-progressive) แต่เป็นการตอบคำถามง่ายๆ ที่ว่า ระบบการศึกษาแบบไหน ที่จะสามารถรับมือกับปัญหาท้าทายของโลกในปัจจุบันและในอนาคต
อย่างเช่นผลกระทบจาก “ปัญญาประดิษฐ์” (AI) ต่อโรงเรียน การจ้างงาน และสังคมในวงกว้าง ที่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่ก็มีการตั้งข้อสงสัยถึงผลกระทบของ AI ที่มีต่อการศึกษาและการทำงานในอนาคต เนื่องจากการศึกษาฟินแลนด์เน้นสร้างทักษะการแก้ปัญหาและความคิดเชิงวิเคราะห์ ทำให้ฟินแลนด์อยู่ในฐานะดีกว่าประเทศอื่น ที่จะรับมือกับปัญหาท้าทายเหล่านี้
เส้นทางสู่ความเป็นเลิศ
ฟินแลนด์สร้างระบบการศึกษาของประเทศขึ้นมาครั้งแรกเมื่อ 160 ปีมาแล้ว ในปี 1921 ได้ออกกฎหมายการศึกษาภาคบังคับสำหรับเด็กอายุ 7-12 ปี เทศบาลทุกแห่งต้องมีโรงเรียนแก่เด็กทุกคน ในทศวรรษ 1970 ฟินแลนด์สร้างโรงเรียนด้วยระบบการรับนักเรียนแบบครอบคลุมทุกคน (comprehensive school) ไม่ใช่แบบการสอบคัดเลือกเด็กจากความสามารถ
หนังสือ Braver New World กล่าวว่าระบบโรงเรียนฟินแลนด์มีเวลาเรียนสั้นที่สุด ปีหนึ่ง 190 วัน ทุกอย่างไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน การรับส่งนักเรียนที่อยู่ไกลกว่า 5 กม. ตั้งแต่ปี 1948 ฟินแลนด์เป็นประเทศแรก ที่ให้อาหารกลางวันฟรีแก่นักเรียน นักเรียนมีส่วนร่วมในการวางแผนเรื่องอาหารโรงเรียน ที่เน้นเรื่องอนามัยและโภชนาการ
ระบบการศึกษาที่เป็นเลิศของฟินแลนด์ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ ฟินแลนด์ยังมีชื่อเสียงในเรื่องบริการสาธารณะด้านต่างๆ รายงานของมหาวิทยาลัย Oxford เรื่อง World Happiness Report ฟินแลนด์ได้รับการยกย่องเรื่องการพัฒนาทักษะแรงงาน เสรีภาพของสื่อ การต่อต้านคอร์รัปชัน การเลื่อนชั้นฐานะทางสังคม และการมีมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม
แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือฐานะทางสังคมของบุคลากรทางการศึกษา นักการศึกษาคนหนึ่งกล่าวว่า คนที่เป็นครูในฟินแลนด์ ไม่ใช่เพราะไม่สามารถเป็นนักกฎหมายหรือนายแพทย์ ครูทุกคนนับจากโรงเรียนชั้นประถมศึกษาขึ้นไปต้องมีวุฒิปริญญาโท ส่วนครูวิทยาลัยอาชีวศึกษาต้องมีประสบการณ์วิชาชีพอย่างน้อย 3 ปี ครูโรงเรียนอนุบาลมีเงินเดือน 2,300-2,700 ยูโร ระดับประถมศึกษา 4,000 ยูโร และระดับมัธยม 5,000 ยูโร
นอกจากการได้รับการยอมรับทางสังคม คนทำงานอาชีพครูยังมีความพึงพอใจในอาชีพสูงมาก ที่สำคัญคือความเป็นอิสระทางวิชาอาชีพและการได้รับความไว้วางใจ รัฐบาลกลางเป็นฝ่ายกำหยดแนวทางการศึกษาทั่วไป เทศบาลดูแลการดำเนินงานแต่ละวันของโรงเรียน โรงเรียนเป็นฝ่ายกำหนดหลักสูตรและกิจกรรมการศึกษา ครูทำหน้าที่สอนในวิชาที่ตัวเองถนัด ไม่มีการจัดลำดับเปรียบเทียบระหว่างโรงเรียน ครูรับผิดชอบกับตัวเอง นักเรียนมีการสอบระดับทั่วประเทศครั้งเดียว คือปีสุดท้ายของโรงเรียน
แต่ไม่ว่าฟินแลนด์จะมีระบบการศึกษาที่แข็งแกร่งขนาดไหน นักวางแผนการศึกษาของฟินแลนด์ก็กล่าวว่า ฟินแลนด์ไม่มีคำตอบกับปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะการท้าทายจาก AI ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พวกเขากำลังศึกษาโมเดลเรื่องนี้จากหลายประเทศ ต่อไปอาจมีระบบการประเมินผลโรงเรียนขึ้นมา
การศึกษาถือเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อเตรียมตัวคนรุ่นต่อไป สำหรับชีวิตการทำงานในอนาคตที่จะแตกต่างออกไป เตรียมตัวให้กับนักเรียนพร้อมที่จะเผชิญกับอนาคตที่มีความไม่แน่นนอน เช่น การแบ่งขั้วการเมือง การเติบโตเศรษฐกิจ หรือการปฏิวัติ AI คนรุ่นต่อไปต้องการไม่เพียงแต่การมีทักษะทางปัญญาหรือการคิด (cognitive skill) แต่ยังรวมถึงความเข้าใจในเรื่องความรับผิดชอบของคนเรา
การศึกษาถูกมองว่าเป็นเครื่องมือทำหน้าที่สนองเป้าหมายต่างๆ แต่สำหรับฟินแลนด์ คำพูดดีที่สุดเกี่ยวกับบทบาทการศึกษาคือ การสร้างให้นักเรียนมีสิ่งที่ในภาษาฟินแลนด์เรียกว่า sisu ที่แปลว่า “ความมุ่งมั่น แม้จะเผชิญความยากลำบาก”
เอกสารประกอบ
Finland’s Education System: The Journey to Success, August 14, 2018, Worldbank.org
Braver New World: The Countries Daring to Do Things Others Won’t, John Kampfner, Atlantic Books, 2026.