โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“สว.ภิญญาพัชญ์“ ห่วงคนไม่กล้าบริจาคเงินเข้ามูลนิธิกระทบผู้เดือดร้อนจริง ชี้กฎหมายมีช่องโหว่ จี้เพิ่มโทษ-บังคับแยกบัญชี

Manager Online

เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“สว.ภิญญาพัชญ์“ ห่วงวิกฤตศรัทธาเงินบริจาคเข้ามูลนิธิ กระทบผู้เดือดร้อนจริง ชี้ปัญหาเกิดจากช่องโหว่กฎหมายรัดกุมไม่พอ จี้ปฏิรูป กม.ระดมทุน เพิ่มโทษแรงขึ้น-แยกบัญชีเด็ดขาด หนุนทำกลไกกลาง ตรวจสอบยอดเงินบริจาคเรียลไทม์ ย้ำต้องคุ้มครองมูลนิธิที่ตั้งใจทำดีเพื่อสังคม

วันนี้ (5 พ.ย.2569) น.ส.ภิญญาพัชญ์ ศันสนียชีวิน สมาชิกวุฒิสภา (สว.) กล่าวถึงสถานการณ์ข่าวสารและวิกฤตความเชื่อถือต่อองค์กรสาธารณกุศล มูลนิธิ และกิจกรรมการระดมทุนบริจาค ว่า จากที่ตนรับทราบสิ่งที่ปรากฎตามหน้าข่าวอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ตนในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ขอแสดงความห่วงใยอย่างยิ่งต่อความรู้สึกของประชาชนคนไทย ผู้มีจิตศรัทธาและพร้อมที่จะยื่นมือช่วยเหลือผู้ตกทุกข์ได้ยากอยู่เสมอ สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน ไม่ใช่เพียงเรื่องข้อพิพาทส่วนบุคคลหรือคดีความรายกรณี แต่คือวิกฤตความศรัทธาในระบบการทำบุญและการบริจาคของสังคมไทย เมื่อเงินบริจาคที่เกิดจากน้ำใจของประชาชน กลับประสบปัญหาเรื่องการขาดระบบธรรมาภิบาล ความไม่ชัดเจนในการบริหารจัดการ บัญชีปะปน และไม่มีกลไกในการตรวจสอบเส้นทางการเงินที่รัดกุมเพียงพอ ซึ่งตนคิดว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวน้ำใจของประชาชน แต่อยู่ที่ช่องโหว่ทางกฎหมายและระบบการกำกับดูแล ซึ่งตามไม่ทันรูปแบบการระดมทุน หากเราปล่อยให้สถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป ผู้ที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดก็คือผู้ป่วย ผู้ยากไร้ และผู้ประสบภัยตัวจริงที่อาจขาดแคลนการช่วยเหลือ เพราะประชาชนเกิดความลังเลและหมดศรัทธา

น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าวต่อว่า เรื่องคดีความตนคิดว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่สิ่งที่เป็นเรื่องขอสาธารณะคือตัวองค์กรและมูลนิธิ ดังนั้น ในฐานะที่ตนอยู่ในวงนิติบัญญัติ มองว่าสิ่งสำคัญคือต้องปฏิรูปกฎหมายกำกับดูแลมูลนิธิและการระดมทุนให้ทันสมัย ต้องเร่งรัดปรับปรุงแก้ไขพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการระดมทุน พ.ศ. 2487 และระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการกำกับดูแลมูลนิธิและสมาคม ซึ่งใช้มานาน ให้รองรับการระดมทุนผ่านระบบออนไลน์ เพิ่มบทลงโทษกรณีนำเงินบริจาคไปใช้ผิดวัตถุประสงค์อย่างร้ายแรง และกำหนดมาตรฐานบัญชีแยกเด็ดขาดระหว่างบัญชีดำเนินงานขององค์กรกับบัญชีเงินบริจาคเพื่อสาธารณกุศล นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ ควรบูรณาการร่วมกันจัดทำกลไกกลางในการลงทะเบียนและเปิดเผยข้อมูลเงินบริจาค โดยมูลนิธิหรือองค์กรที่เปิดรับเงินบริจาคสาธารณะเกินวงเงินที่กำหนด ต้องอัปเดตยอดเงินรับ-จ่าย และรายงานการดำเนินงานอย่างโปร่งใส เพื่อให้ประชาชนและภาครัฐตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ที่สำคัญเมื่อเกิดปัญหา ควรมีคณะกรรมการร่วมระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน และผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชี เพื่อเข้าตรวจสอบอย่างรวดเร็ว ป้องกันไม่ให้นำคราบการกุศลมาใช้เป็นช่องทางแสวงหาประโยชน์ส่วนตน

“ดิฉันเชื่อมั่นว่าการจัดระเบียบและเพิ่มความโปร่งใส จะเป็นการคุ้มครองคนดีและสร้างเกราะป้องกันคนบริสุทธิ์ เพื่อให้มูลนิธิที่ตั้งใจทำงานเพื่อสังคมจริงๆ สามารถทำงานได้ และทำให้เงินทุกบาททุกสตางค์จากน้ำใจของประชาชนไปถึงมือผู้เดือดร้อนอย่างแท้จริงและเต็มเม็ดเต็มหน่วย”น.ส.ภิญญาพัชญ์ กล่าว

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...