โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำความรู้จักภาวะ มดลูกแตก รุนแรงถึงชีวิตคุณแม่และทารกในครรภ์ หลังนุ่น-หลุยส์ สูญเสียลูก

News In Thailand

อัพเดต 29 ม.ค. เวลา 07.49 น. • เผยแพร่ 29 ม.ค. เวลา 07.40 น. • ทีมข่าวสยามนิวส์
ทำความรู้จักภาวะ มดลูกแตก รุนแรงถึงชีวิตคุณแม่และทารกในครรภ์ หลังนุ่น-หลุยส์ สูญเสียลูก

หลังจากที่คู่รักอย่าง หลุยส์สก๊อต และ นุ่น รมิดา ที่ได้ออกมาแถลงการณ์การสูญเสียครั้งใหญ่ของลูกคนแรก โดยสาเหตุเกิดจากภาวะ มดลูกแตก ทำให้มีการเสียเลือดเยอะ

สำหรับภาวะ มดลูกแตก (Uterine Rupture) ถือเป็นฝันร้ายและภาวะวิกฤตทางสูติกรรมที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่ง มีความรุนแรงถึงชีวิตทั้งต่อตัวคุณแม่และทารกในครรภ์ ระบุว่า ภาวะนี้คือการที่ผนังมดลูกฉีกขาดทะลุผ่านทั้ง 3 ชั้น (เยื่อบุโพรงมดลูก, กล้ามเนื้อมดลูก และเยื่อหุ้มมดลูก) ส่งผลให้ทารกอาจหลุดเข้าไปในช่องท้องของมารดา ซึ่งต้องได้รับการผ่าตัดช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนที่สุด

ใครบ้างที่มีความเสี่ยงสูง ระบุว่า โอกาสเกิดมดลูกแตกอยู่ที่ประมาณ 1 ใน 5,000 ถึง 1 ใน 7,000 ของการคลอด แต่ตัวเลขนี้จะเปลี่ยนไปทันทีในกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะ คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน ชี้ให้เห็นว่า ในสตรีที่มีแผลผ่าตัดมดลูกแบบขวางที่มดลูกส่วนล่าง อัตราการแตกจะอยู่ที่ประมาณ 0.2 ถึง 1.5% นอกจากนี้ ผู้ที่มีแผลผ่าตัดแบบแนวตั้ง (Classical incision) มีความเสี่ยงสูงกว่ามากและไม่ควรพยายามคลอดเองทางช่องคลอด

สัญญาณเตือน มดลูกแตก ที่ต้องสังเกตทันที

ระบุว่า สัญญาณที่ไวที่สุดและพบได้บ่อยที่สุดคือ อัตราการเต้นของหัวใจทารกผิดปกติ โดยเฉพาะภาวะหัวใจเต้นช้าลงอย่างกะทันหัน

- รู้สึกเจ็บหน้าท้องรุนแรงเฉียบพลัน หรือรู้สึกเหมือนมีอะไร ฉีกขาด ในท้อง

- การเจ็บครรภ์หดรัดตัวหยุดชะงักไปดื้อๆ

- มีเลือดออกทางช่องคลอด (บางรายอาจไม่มี เพราะเลือดออกในช่องท้อง)

- หน้ามืด วิงเวียน เป็นลม หรือเข้าสู่ภาวะช็อกจากการเสียเลือด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...