โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้หรือไม่? “ลิงหิมะญี่ปุ่น” ถูกกำจัดปีละกว่า 20,000 ตัว

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ลูกลิงญี่ปุ่น “พันช์คุง” กลายเป็นไวรัลจากภาพกอดตุ๊กตาในสวนสัตว์ ทำให้ผู้คนทั่วโลกหลงรักลิงหิมะมากขึ้น แต่ในชนบทของญี่ปุ่น ลิงญี่ปุ่นจำนวนมากกลับถูกมองว่าเป็นศัตรูของเกษตรกร เพราะทำลายพืชผลและสร้างความเสียหายทางการเกษตร โดยแต่ละปีมีลิงถูกกำจัดมากกว่า 20,000 ตัว ผู้เชี่ยวชาญจึงเสนอให้ใช้วิธีจัดการแบบไม่รุนแรง เช่น รั้วไฟฟ้าหรือสุนัขไล่ลิง เพื่อหาทางอยู่ร่วมกันระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า

ภาพของลูกลิงญี่ปุ่นตัวหนึ่งที่ชื่อว่า “พันช์คุง” กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลก เมื่อมันถูกถ่ายภาพขณะกอดตุ๊กตาอุรังอุตังเพื่อปลอบใจตัวเองในสวนสัตว์ใกล้กรุงโตเกียว ความน่ารักของมันทำให้ผู้คนจำนวนมากหลงรักลิงญี่ปุ่น หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลิงหิมะ” อย่างไรก็ตาม เบื้องหลังภาพความน่ารักที่ผู้คนเห็นในโลกออนไลน์นั้น ความเป็นจริงของลิงสายพันธุ์นี้ในธรรมชาติกลับซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทของญี่ปุ่นที่ลิงป่ามักถูกมองว่าเป็นศัตรูของเกษตรกร

ในหลายพื้นที่ของชนบทญี่ปุ่น ลิงญี่ปุ่นถูกมองว่าเป็นสัตว์รบกวน เพราะพวกมันมักเข้าไปกินพืชผลและทำลายพื้นที่เกษตรกรรม อย่างไรก็ตาม ทาคุมิ มัตสึดะ เกษตรกรสวนแอปเปิลในจังหวัดนากาโนะ กลับมีมุมมองที่แตกต่าง เขาเป็นหนึ่งในเกษตรกรไม่กี่คนที่ชื่นชอบลิงหิมะ และยังมีผู้ติดตามจำนวนมากในอินสตาแกรมจากภาพถ่ายและวิดีโอที่เขาบันทึกชีวิตของลิงป่าในภูเขาของจังหวัดนากาโนะ

มัตสึดะกล่าวว่า คนจำนวนมากรู้จักลิงญี่ปุ่นจากสวนสัตว์เท่านั้น และแทบไม่มีโอกาสได้เห็นพวกมันใช้ชีวิตในธรรมชาติจริง ๆ เขาจึงหวังว่าเรื่องราวของ พันช์ จะช่วยให้ผู้คนสนใจและออกไปเรียนรู้เกี่ยวกับลิงญี่ปุ่นในธรรมชาติมากขึ้น

ทาคาโยะ โซมะ จากมหาวิทยาลัยเกียวโต ซึ่งเป็นที่ปรึกษาของมัตสึดะ เห็นด้วยว่าภาพความน่ารักของพันช์ ในโลกออนไลน์แตกต่างจากความเป็นจริงของลิงสายพันธุ์นี้ในญี่ปุ่นอย่างมาก เธอกล่าวว่า แม้จะรู้สึกขอบคุณที่พันช์ ช่วยให้ผู้คนรักลิงญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ลิงจำนวนไม่น้อยในญี่ปุ่นถูกจับหรือถูกฆ่า เนื่องจากสร้างความเสียหายต่อการเกษตร

วิดีโอที่มัตสึดะถ่ายไว้เมื่อปีที่แล้วสะท้อนความจริงอันโหดร้าย เมื่อลิงแม่และลูกถูกดักจับในกับดักที่เมืองอะซุมิโนะ จังหวัดนากาโนะ แม้แม่ลิงจะถูกปล่อยในภายหลัง แต่ลูกลิงกลับเสียชีวิตหลังจากติดอยู่ในกับดักเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

โซมะระบุว่า แม้มาตรการป้องกันความเสียหายต่อการเกษตรเป็นสิ่งจำเป็น แต่การกำหนดจำนวนลิงที่จะต้องถูกกำจัดโดยไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับนั้นไม่ใช่วิธีที่มีประสิทธิภาพ มัตสึดะกล่าวว่า สวนแอปเปิลที่เขาทำงานอยู่นั้นไม่ค่อยได้รับความเสียหายจากลิง เนื่องจากอยู่ห่างจากพื้นที่ภูเขาที่ลิงอาศัยอยู่ อย่างไรก็ตาม เขาเข้าใจความกังวลของเกษตรกรที่ต้องสูญเสียพืชผล เพราะสำหรับหลายคน การที่ลิงมากินผลผลิตอาจหมายถึงการสูญเสียรายได้และกระทบต่อการดำรงชีวิต

กระทรวงเกษตรของญี่ปุ่นประเมินว่า ลิงป่าก่อความเสียหายต่อการเกษตรในปี 2024 คิดเป็นมูลค่าประมาณ 770 ล้านเยน หรือราว 4.86 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และในแต่ละปีมีลิงมากกว่า 20,000 ตัวถูกกำจัดเพื่อลดความเสียหาย อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนมองว่ามาตรการที่ไม่ใช้ความรุนแรง เช่น การติดตั้งรั้วไฟฟ้า อาจมีประสิทธิภาพมากกว่า เนื่องจากเมื่อกำจัดฝูงลิงหนึ่งฝูง พื้นที่ว่างก็อาจถูกฝูงลิงอื่นเข้ามาแทนที่

อีกวิธีหนึ่งที่ใช้กันคือ “สุนัขไล่ลิง” ซึ่งเป็นสุนัขเลี้ยงที่ได้รับการฝึกให้ตรวจจับและไล่ลิงป่า ผู้ฝึกสุนัข ทาคาฮิโระ อิโซโมโตะ อธิบายว่า สุนัขสามารถรับรู้การปรากฏตัวของลิงได้จากกลิ่นหรือเสียงร้อง และสามารถวิ่งไล่พวกมันได้อย่างรวดเร็วในพื้นที่ภูเขาที่มนุษย์เข้าถึงได้ยาก

อิโซโมโตะเชื่อว่าการแยกพื้นที่ระหว่างมนุษย์กับลิงป่าเป็นวิธีที่ดีที่สุดสำหรับทั้งสองฝ่าย และมองว่าการฆ่าสัตว์ไม่ใช่ทางออก โดยเฉพาะเมื่อสัตว์เหล่านี้เพียงแค่ปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมที่มนุษย์เป็นผู้เปลี่ยนแปลง

เรื่องราวของ “พันช์คุง” แสดงให้เห็นถึงภาพลักษณ์ที่แตกต่างของลิงญี่ปุ่นระหว่างโลกออนไลน์กับความเป็นจริงในธรรมชาติ แม้พวกมันจะสร้างความประทับใจให้ผู้คนทั่วโลก แต่ในพื้นที่ชนบทของญี่ปุ่น ลิงเหล่านี้ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของความขัดแย้งระหว่างมนุษย์กับสัตว์ป่า หลายฝ่ายจึงพยายามหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล โดยใช้มาตรการที่ลดความเสียหายต่อการเกษตร ขณะเดียวกันก็ลดการทำร้ายสัตว์ป่าให้น้อยที่สุด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...