โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

5 ข้อควรระวัง ออกกำลังกายตอนท้องว่าง ร่างกายอาจพังถ้าทำผิดวิธี!

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ออกกำลังกายตอนท้องว่างอย่างไรให้ลดไขมันได้จริง โดยไม่เสี่ยงเสียมวลกล้ามเนื้อ หน้ามืด หรือฮอร์โมนพัง พร้อมเทคนิคการดูแลตัวเองเพื่อหุ่นลีนอย่างยั่งยืน

5 ข้อควรระวัง! ออกกำลังกายตอนท้องว่าง เสี่ยงทำลายกล้ามเนื้อมากกว่าเบิร์นไขมัน

การออกกำลังกายตอนท้องว่างหรือ Fasted Cardio เป็นเทคนิคที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนที่ต้องการลดไขมันอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามหากปฏิบัติไม่ถูกวิธีหรือฝืนร่างกายจนเกินไป แทนที่จะได้หุ่นลีนสวยอาจกลายเป็นการสลายกล้ามเนื้อที่สร้างมาทิ้งไปอย่างน่าเสียดาย บทความนี้จึงรวบรวมข้อควรระวังสำคัญเพื่อให้การฟิตหุ่นของคุณปลอดภัยและได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

1. ร่างกายดึงกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน

เมื่อตื่นนอนและออกกำลังกายทันทีโดยไม่มีอาหารตกถึงท้อง ระดับไกลโคเจนหรือพลังงานสะสมในร่างกายจะอยู่ในระดับต่ำ หากออกกำลังกายหนักเกินไปร่างกายจะเข้าสู่ภาวะเอาตัวรอดด้วยการสลายโปรตีนในกล้ามเนื้อมาใช้เป็นพลังงานแทน ส่งผลให้กล้ามเนื้อดูลีบลงและผิวพรรณไม่กระชับ

การสูญเสียมวลกล้ามเนื้อยังส่งผลเสียต่อระบบเผาผลาญพื้นฐานในระยะยาว ซึ่งไม่เป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักที่ยั่งยืน ดังนั้นการออกกำลังกายตอนท้องว่างจึงต้องระมัดระวังเรื่องความเข้มข้นเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายดึงกล้ามเนื้อมาใช้งานมากเกินไป

2. เสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

การออกกำลังกายขณะท้องว่างทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงได้ง่าย ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการมือสั่น หน้ามืด ใจสั่น หรือวิงเวียนศีรษะ อาการเหล่านี้อันตรายมากโดยเฉพาะหากคุณกำลังยกน้ำหนักหรือวิ่งบนสายพาน เพราะอาจนำไปสู่การอุบัติเหตุหรือการวูบหมดสติได้

หากรู้สึกไม่สดชื่นหรือมีอาการล้าผิดปกติในเช้าวันนั้น แนะนำให้หาอาหารรองท้องเบาๆ เช่น กล้วยหอมสักลูกก่อนเริ่มออกกำลังกาย เพื่อช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้คงที่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับร่างกายของคุณเอง

3. ประสิทธิภาพในการออกกำลังกายลดลง

การขาดเชื้อเพลิงในร่างกายทำให้คุณไม่สามารถออกแรงได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ผลการวิจัยพบว่าผู้ที่รับประทานอาหารมื้อเบาๆ ก่อนออกกำลังกาย สามารถออกแรงได้นานและเข้มข้นกว่าผู้ที่อดอาหาร การฝืนร่างกายทั้งที่ไม่มีพลังงานจะทำให้รู้สึกท้อใจได้ง่ายเนื่องจากร่างกายล้าเร็วกว่าปกติ

4. ฮอร์โมนความเครียดพุ่งสูง

การกดดันร่างกายด้วยการใช้งานหนักขณะท้องว่าง จะกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลหรือฮอร์โมนความเครียด ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการสร้างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมนตัวนี้ยังเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้ร่างกายสะสมไขมันบริเวณหน้าท้องได้ง่ายขึ้น การทำ Fasted Cardio บ่อยเกินไปโดยไม่พักผ่อนให้เพียงพอ จึงอาจทำให้มีไขมันสะสมที่หน้าท้องเพิ่มขึ้นอย่างไม่ตั้งใจ

5. ระบบการย่อยและพฤติกรรมการกินรวน

การอดอาหารก่อนออกกำลังกายอาจนำไปสู่ภาวะการกินเกินจำเป็นในมื้อถัดไป เนื่องจากร่างกายโหยหาพลังงานอย่างหนักจนทำให้รับประทานมากกว่าปกติโดยไม่รู้ตัว นอกจากนี้สำหรับผู้ที่มีปัญหาโรคกระเพาะหรือกรดไหลย้อน การออกกำลังกายตอนท้องว่างอาจกระตุ้นการหลั่งกรดจนทำให้เกิดอาการปวดท้องได้

สรุปข้อควรระวังการออกกำลังกายตอนท้องว่าง

การออกกำลังกายตอนท้องว่างมีทั้งข้อดีและข้อเสีย หัวใจสำคัญคือการสังเกตสัญญาณจากร่างกายตนเอง หากรู้สึกสดชื่นและทำได้โดยไม่มีอาการผิดปกติถือว่าเป็นเรื่องดี แต่ถ้าเริ่มรู้สึกโหยหรือกล้ามเนื้อหายไป แนะนำให้ปรับมาทานมื้อเล็กๆ ที่ย่อยง่ายก่อนเริ่มประมาณ 30-60 นาที เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อและสุขภาพที่ดีในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...