โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศาลยกฟ้อง ‘แอม ไซยาไนด์’ ชี้หลักฐานมีเหตุสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย

The Bangkok Insight

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 04.22 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 04.17 น. • The Bangkok Insight

ศาลยกฟ้อง 'แอม ไซยาไนด์' คดีที่ 3 ชี้หลักฐานมีเหตุสงสัย ยกประโยชน์ให้จำเลย คดีวางยาฆ่า 'นิตยา'

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (11 มี.ค.) ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีแอม ไซยาไนด์ วางยาฆ่าผู้อื่นเป็นคดีที่ 3 หมายเลขดำ อ.274/2568 โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 8 เป็นโจทก์ฟ้อง นางสรารัตน์ หรือแอม ไซยาไนด์ เป็นจำเลย ในความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อนฯ

แอม ไซยาไนด์

จากกรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-23 ส.ค. 2563 จำเลยได้ใส่สารพิษไซยาไนด์ลงในเครื่องดื่มให้ น.ส.นิตยา แก้วบุปผา อายุ 36 ปี จนถึงแก่ความตายเนื่องจากระบบไหลเวียนโลหิตและการหายใจล้มเหลว แล้วชิงเอารถยนต์ยี่ห้อฮอนด้าและทรัพย์สินหลายรายการของผู้ตายไปโดยทุจริต เหตุเกิดที่บ้านพักผู้ตาย ต.โพรงมะเดื่อ อ.เมือง จ.นครปฐม และที่อื่นเกี่ยวพันกัน โดยคดีนี้จำเลยให้การปฏิเสธ และต้องมีการเบิกตัวแอมจากเรือนจำมาฟังคำพิพากษา

ล่าสุด ศาลพิพากษายกฟ้อง แอม ไซยาไนด์ ในคดีฆ่าประสงค์ทรัพย์ น.ส.นิตยา แก้วบุปผา เนื่องจากพยานหลักฐานยังมีเหตุแห่งความสงสัย จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย

สำหรับคดีของแอม ไซยาไนด์ ก่อนหน้านี้ศาลอาญาเคยมีคำพิพากษาในความผิดลักษณะเดียวกันมาแล้วรวม 2 คดี โดยคดีแรกกรณีใส่สารไซยาไนด์เพื่อเจตนาฆ่า น.ส.ศิริพร ขันวงษ์ หรือก้อย อายุ 33 ปี จนถึงแก่ความตาย ซึ่งคดีนั้นศาลอาญาพิพากษาประหารชีวิตสถานเดียว ส่วนคดีที่ 2 ล่าสุดศาลอาญาพิพากษาจำคุกตลอดชีวิต แอม ไซยาไนด์ จากกรณีใส่สารไซยาไนด์ในอาหารให้ พ.ต.ต.หญิงนิภา แสนจันทร์ หรือสารวัตรปู อายุ 38 ปี จนถึงแก่ความตาย ก่อนจะมาถึงคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่ 3 นี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...