โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จากเจ้าพ่ออสังหาฯ สู่ผู้ต้องหาข้ามชาติ: เส้นทางรุ่ง-ร่วง “เฉิน จื้อ” มหาเศรษฐีจีนในกัมพูชา

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 20 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ครั้งหนึ่ง “เฉิน จื้อ” ถูกยกย่องเป็นนักธุรกิจผู้ทรงอิทธิพลและผู้ใจบุญในกัมพูชา แต่เบื้องหลังอาณาจักรอสังหาฯ สหรัฐ-จีนกล่าวหาว่าเป็นหัวหน้าเครือข่ายพนัน–สแกมข้ามชาติขนาดมหึมา

วันที่ 11 มีนาคม 2569 เวลา 06.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า บนเรือยอชต์หรูของ เฉิน จื้อ มักเต็มไปด้วยงานปาร์ตี้ยามค่ำคืน เสียงเพลงเทคโนจากชุดดีเจมืออาชีพดังสนั่น ซิการ์คิวบาวินเทจและวิสกี้ Macallan เก่าแก่ถูกเสิร์ฟไม่ขาดสาย แขกในงานมีทั้งนักการเมืองกัมพูชา นักธุรกิจมั่งคั่งจากสิงคโปร์และไต้หวัน รวมถึงหญิงสาวที่ถูกชักชวนมาจากบาร์คาราโอเกะ ตามคำบอกเล่าของผู้ที่เคยเข้าร่วมงานเหล่านั้น

งานสังสรรค์สุดหรูเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีที่เฉินใช้สร้างเครือข่ายอิทธิพลอย่างเป็นระบบ เขามีชื่อเสียงในฐานะคนที่มอบของขวัญราคาแพงและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้มีอำนาจ จนดูเหมือนเป็นบุคคลที่ไม่มีใครแตะต้องได้ในบ้านหลังใหม่อย่างกัมพูชา เขาสร้างภาพลักษณ์ของตนเองเป็นนักธุรกิจผู้ยากจนมาก่อนแล้วพลิกชีวิตจนร่ำรวย พร้อมทั้งเป็นผู้ใจบุญที่สนับสนุนการบรรเทาโควิด-19 และมอบทุนการศึกษาให้คนท้องถิ่น

แต่ในมุมของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ความจริงกลับต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง พวกเขาระบุว่า มหาเศรษฐีชาวจีนผู้นี้คือผู้สร้างเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ขับเคลื่อนด้วยแรงงานทาสและความรุนแรง หลอกลวงเหยื่อเป็นมูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ ตั้งแต่เอเชียไปจนถึงนครนิวยอร์ก

เครือข่ายสัมพันธ์ที่เฉินค่อย ๆ ถักทอขึ้นมาปกป้องเขาอยู่นานหลายปี แม้บางธนาคาร นักข่าว และนักวิจัยจะเริ่มตั้งข้อสงสัย แต่จุดเปลี่ยนก็มาถึงในเดือนมกราคม เมื่อผู้มีอำนาจที่เคยคุ้มครองเขาในที่สุดกลับหันหลังให้ และส่งตัวเขากลับจีน กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนระบุว่า ชายวัย 38 ปีรายนี้เป็นหัวหน้าใหญ่ของเครือข่ายพนันและฉ้อโกงข้ามพรมแดนรายสำคัญ และกลุ่มที่เขานำถูกสงสัยว่าก่ออาชญากรรมหลายประเภท

การเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้เกิดขึ้นหลังความขัดแย้งบริเวณชายแดนระหว่างกัมพูชากับไทยทวีความรุนแรงขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลกัมพูชายังเผชิญแรงกดดันจากทั้งวอชิงตันและปักกิ่งให้เร่งกวาดล้างคอมเพล็กซ์หลอกลวงทางออนไลน์ที่สร้างความเสียหายแก่พลเมืองของทั้งสองประเทศ

เรื่องราวการเติบโตและการล่มสลายของเฉินครั้งนี้อ้างอิงจากการพูดคุยกับผู้ที่รู้จักอาณาจักรธุรกิจของเขากว่า 20 คน รวมถึงเอกสารคำฟ้องของศาลและบันทึกสาธารณะจำนวนมาก แม้ก่อนหน้านี้จะมีรายงานเกี่ยวกับเฉินมากพอสมควร หลังสหรัฐและสหราชอาณาจักรประกาศคว่ำบาตรเขาและบริษัทในเครือ Prince Group เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่รายงานของ Bloomberg แสดงให้เห็นชัดขึ้นว่าความสามารถของเฉินในการขยายความมั่งคั่งและอิทธิพลอย่างเป็นขั้นเป็นตอน คือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาสามารถดำเนินกิจการอย่างแทบไร้อุปสรรคมานานกว่าทศวรรษ และอธิบายได้ว่าทำไมเจ้าหน้าที่จึงใช้เวลานานกว่าจะลงมือ

ลีโอ หลิน อดีตเจ้าหน้าที่บริหารของสำนักงานตำรวจไต้หวัน ซึ่งปัจจุบันเป็นอาจารย์อาวุโสด้านความมั่นคงศึกษาแห่ง Charles Sturt University ในออสเตรเลีย กล่าวว่า นี่ถือเป็นหนึ่งในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่และสำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ยุคใหม่ เขาระบุว่า ความสัมพันธ์ใกล้ชิดของเฉินกับผู้มีอำนาจระดับรัฐทำให้เขาสามารถดำเนินการในระดับที่แทบไม่เคยเห็นนอกเหนือจากปฏิบัติการของรัฐเอง ระบบนี้ตั้งอยู่บนผลประโยชน์ร่วมกันและความต้องการที่สอดคล้องกัน

เฉินไม่สามารถติดต่อเพื่อขอความเห็นได้ ขณะที่โฆษกของกลุ่มบริษัท Prince ซึ่งขอไม่เปิดเผยชื่อด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ปฏิเสธข้อกล่าวหาของสหรัฐและสหราชอาณาจักร และระบุว่าเอกสารทางกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐมีทั้งความไม่สอดคล้อง ข้อมูลเท็จ และการใช้อำนาจเกินขอบเขตอย่างร้ายแรง

ในสัปดาห์นี้ ทนายความของเฉินยังได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางนิวยอร์ก เพื่อขอให้ยกเลิกการยึดบิตคอยน์จำนวนมหาศาลที่รัฐบาลสหรัฐเชื่อมโยงกับเขา โดยฝ่ายกฎหมายของเฉินโต้ว่า ข้อกล่าวหาจำนวนมากนั้นพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเป็นเท็จ และคำกล่าวหาที่ว่าเขาควบคุมคอมเพล็กซ์หลอกลวงต่าง ๆ ก็เป็นเพียงถ้อยคำกว้าง ๆ และคำอธิบายสภาพทั่วไปในกัมพูชาเท่านั้น พร้อมทั้งตั้งคำถามถึงลำดับเวลาของการยึดคริปโต และยืนยันว่าบิตคอยน์ดังกล่าวไม่อาจเป็นผลประโยชน์จากการฉ้อโกงหรือฟอกเงินได้

ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ให้สัมภาษณ์กับ AFP เมื่อเดือนก่อนว่ารัฐบาลไม่ทราบมาก่อนว่าเฉินเป็นผู้มีบทบาทระดับแกนนำ และการตรวจสอบประวัติในอดีตก็ไม่พบสัญญาณผิดปกติ ขณะที่ชัย สีนาริท รัฐมนตรีอาวุโสของกัมพูชา ระบุว่า คดีที่เกี่ยวข้องกับเฉินและ Prince ยังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม และทางการกัมพูชาได้ดำเนินคดีหลังได้รับข้อมูลจากต่างประเทศและเริ่มสอบสวนด้วยตนเอง

จากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ สู่เจ้าพ่ออสังหาฯ กัมพูชา

เส้นทางการไต่เต้าของเฉินรวดเร็วอย่างมาก เขาเกิดเมื่อปี 1987 ที่มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของจีน เคยเปิดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่และศูนย์เกม ตามข้อมูลจากประวัติที่เคยเผยแพร่บนเว็บไซต์ของสำนักงานครอบครัวในสิงคโปร์ ซึ่งภายหลังถูกลบออกไป สื่อจีนอย่าง Caixin รายงานว่าเขาทำเงินจำนวนมากจากการเปิดเซิร์ฟเวอร์เกมออนไลน์เถื่อนให้ชาวจีนเล่น ก่อนถูกตำรวจปราบปรามในปี 2554

หลังจากนั้นเขาย้ายไปกัมพูชา และได้รับสัญชาติกัมพูชาในปี 2557 ผ่านโครงการดึงดูดนักลงทุนต่างชาติ ตอนนั้นเขาอายุเพียง 26 ปี ไม่นานหลังจากนั้น เขาก่อตั้ง Prince Real Estate ซึ่งเติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นชื่อที่รู้จักกันทั่วประเทศ และมีบทบาทสำคัญในกระแสบูมอสังหาริมทรัพย์ของกัมพูชา อาคารคอนโดสูง ห้างสรรพสินค้า และอาคารสำนักงานของบริษัทกลายเป็นส่วนหนึ่งของเส้นขอบฟ้าในกรุงพนมเปญ

เมื่อความมั่งคั่งของเฉินเพิ่มขึ้น และ Prince เติบโตเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ที่มีทั้งธนาคารภายในประเทศและธุรกิจโรงแรม เครือข่ายทางการเมืองของเขาก็ขยายตัวตามไปด้วย เอกสารทะเบียนบริษัทระบุว่า สาร โสกา บุตรชายของรัฐมนตรีมหาดไทยในขณะนั้น เคยเป็นกรรมการในบริษัทที่เฉินเป็นประธานเมื่อปี 2561

เฉินยังบริจาคอย่างเอิกเกริก เช่น มอบรถบรรทุก Kia จำนวน 13 คันให้ตำรวจแห่งชาติกัมพูชา และบริจาคเงินมากกว่า 2 ล้านดอลลาร์ให้แก่สภากาชาดกัมพูชา ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของ บุน รานี ภริยาของ ฮุน เซน ผู้นำที่ครองอำนาจยาวนานของประเทศ

ภายในปี 2563 เฉินก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของสังคมกัมพูชา เมื่อพระมหากษัตริย์พระราชทานบรรดาศักดิ์ “เนียก ออกญา” ซึ่งเทียบได้กับขุนนาง เพื่อยกย่องผลงานของเขาที่มีต่อประเทศ ขณะเดียวกัน ฮุน เซน ซึ่งยังเป็นนายกรัฐมนตรีในเวลานั้น ก็แต่งตั้งเขาเป็นหนึ่งในที่ปรึกษาส่วนตัว

เมื่อรู้ว่าฮุน เซน ชื่นชอบนาฬิกาหรู เฉินจึงก่อตั้งโรงเรียนทำนาฬิกา Prince Horology ซึ่งอดีตพนักงานรายหนึ่งระบุว่า มีอุปกรณ์ที่ทันสมัยที่สุดครบครัน ตอนกัมพูชาเป็นเจ้าภาพการประชุมสุดยอดอาเซียนในปี 2565 ฮุน เซน ยังมอบนาฬิกาที่ผลิตในประเทศและมีโลโก้มงกุฎของ Prince ให้แก่ผู้นำโลกหลายคน รวมถึงโจ ไบเดน และจัสติน ทรูโด

เบื้องหลังอาณาจักรหรูหรา คือเครือข่ายหลอกลวงขนาดมหึมา

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่ภาพลักษณ์สาธารณะของเฉินรุ่งโรจน์ กิจกรรมอีกด้านที่มืดมนก็ก่อตัวขึ้นทั่วประเทศ Prince ได้พัฒนาโครงการต่าง ๆ ภายใต้ชื่ออย่าง “Mango Park” และ “Golden Fortune Science and Technology Park” อีกทั้งยังทุ่มเงินลงทุนใน สีหนุวิลล์ เมืองท่าและเมืองตากอากาศที่ถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นศูนย์กลางคาสิโนและโรงแรมจำนวนมาก บางโครงการถูกนักสืบสหรัฐระบุว่ากลายเป็นศูนย์กลางการหลอกลวงออนไลน์ขนาดใหญ่

ภายในคอมเพล็กซ์เหล่านี้ แรงงานที่ถูกค้ามนุษย์จากหลายประเทศถูกบังคับให้หลอกเอาเงินจากเหยื่อในต่างประเทศ ตามคำฟ้องของสหรัฐต่อเฉิน รูปแบบการหลอกลวงที่เรียกว่า“pig butchering” หรือ “ขุนหมูก่อนเชือด” คือมิจฉาชีพจะใช้แอปส่งข้อความติดต่อเหยื่อ สร้างความไว้วางใจผ่านความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกปลอม ๆ หรือโอกาสลงทุนที่ดูน่าดึงดูด จากนั้นจึงชักจูงให้โอนเงินจำนวนมากเข้าบัญชีที่กำหนด

รายได้จากศูนย์นรกเหล่านี้ ซึ่งมักมีประตูทางเข้าที่มีคนเฝ้า ระเบียงที่กั้นเหล็ก และรั้วลวดหนาม มีมูลค่ามหาศาล หนึ่งในลูกน้องคนสนิทของเฉินเคยอวดว่า Prince Group ในปี 2018 ทำเงินจากปฏิบัติการหลอกลวงลักษณะนี้และกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ ได้มากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ต่อวัน ตามข้อมูลของ FBI เงินบางส่วนถูกนำไปลงทุนในเหมืองขุดคริปโตที่ผลิตบิตคอยน์และสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ซึ่งสามารถเคลื่อนย้ายข้ามพรมแดนได้ง่าย

คำฟ้องของสหรัฐยังระบุว่า เฉินติดตามการดำเนินงานในคอมเพล็กซ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เมื่อมีบุคคลใดถูกมองว่าสร้างปัญหา เขาจะอนุมัติให้ลงโทษด้วยการทำร้ายร่างกาย แต่กำชับว่าอย่าตีจนตาย ในข้อความที่ถูกแปลไว้ในคำฟ้อง เขาระบุว่า “เราต้องจับตาดูพวกเขาและอย่าให้หนีไปได้” และในอีกเหตุการณ์หนึ่ง เขายังสั่งให้ติดตามตัวพนักงานที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงิน โดยระบุว่า “เอาข้อมูลทั้งหมดมาก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ดูก่อนว่าตอนนี้คนอยู่ที่ไหน”

อาณาจักรเงิน สินทรัพย์ และเครือข่ายการเงินทั่วโลก

เงินจากธุรกิจของ Prince ทำให้เฉินร่ำรวยอย่างมหาศาล และเขาก็เริ่มโยกย้ายเงินไปต่างประเทศและใช้จ่ายอย่างหรูหรารวดเร็ว ผ่านบริษัทที่จดทะเบียนในหมู่เกาะบริติชเวอร์จินและเขตอำนาจอื่น ๆ เฉินและผู้ร่วมงานควบคุมบริษัทมากกว่าหนึ่งร้อยแห่ง ซึ่งทำธุรกิจหลากหลายประเภท

พวกเขาเป็นเจ้าของอาคารสำนักงานในย่านการเงินใจกลางกรุงลอนดอน ได้สิทธิ์เช่าเกาะแห่งหนึ่งในปาเลาระยะเวลา 99 ปีเพื่อพัฒนารีสอร์ตหรู และยังเข้าถือหุ้น 50% ใน Habanos บริษัทซิการ์คิวบาชื่อดัง

เพื่อสนับสนุนการขยายอาณาจักร เฉินและบริษัทต่าง ๆ เปิดบัญชีหลายร้อยบัญชีกับสถาบันการเงินจำนวนมาก รวมถึง Deutsche Bank, Bank J. Safra Sarasin, OCBC ของสิงคโปร์, Bank of Singapore, Revolut และ Maybank ตามเอกสารศาล เขาใช้บัญชีในไต้หวันซื้ออสังหาริมทรัพย์หรู และใช้บัญชีในเกาหลีใต้ทำธุรกรรมคริปโตฯ

เฉินใช้ชีวิตแบบมหาเศรษฐีในเมืองใหญ่ทั่วโลก เขามีทั้งคฤหาสน์บน Avenue Road ทางตอนเหนือของลอนดอน คอนโดหรูในสิงคโปร์และไทเป และรถ Mercedes-Maybach กับ Toyota Alphard สีดำหลายคัน บางคันใช้ทะเบียน “5555” ภายในกัมพูชา เขาเดินทางพร้อมบอดี้การ์ด 2 คน และเฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวตามข้อมูลจากผู้รู้เรื่องนี้

ในสิงคโปร์ สำนักงานครอบครัวของเขาได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีจากรัฐบาล ขณะเดียวกัน เฉินและคนใกล้ชิดยังถือครองเรือยอชต์หลายลำที่แล่นอยู่ระหว่างสิงคโปร์ ไทย ไต้หวัน และกัมพูชา รวมถึงได้รับพาสปอร์ตทองคำจากวานูอาตู เซนต์ลูเซีย และไซปรัส

เอริน เวสต์ อดีตอัยการรัฐแคลิฟอร์เนีย ซึ่งปัจจุบันทำงานกับองค์กรไม่แสวงกำไรเพื่อต่อต้านการหลอกลวงดิจิทัล กล่าวว่า “เฉินสามารถยืนอยู่ได้ทั้งในโลกธุรกิจที่ถูกกฎหมายและโลกที่ไม่ซื่อสัตย์” เป็นเวลานานมาก เธอมองว่าเหตุผลสำคัญคือมูลค่าของเงินที่เกี่ยวข้องนั้นมหาศาล “เป็นเรื่องยากมากที่ใครจะปฏิเสธการร่วมงานกับเขาได้ เพราะโอกาสในการดึงดูดความมั่งคั่งเหล่านั้นมันล่อตาล่อใจเกินไป”

สัญญาณเตือนเริ่มดังขึ้น แต่ยังจับตัวไม่ได้

เบื้องหลังนั้น ธุรกิจของเฉินเริ่มดึงดูดความสนใจจากหน่วยงานนอกกัมพูชา โดยเฉพาะช่วงโควิด-19 เมื่อคนจำนวนมากต้องอยู่บ้าน เผชิญความเหงา และใช้เวลาออนไลน์มากขึ้น รัฐบาลทั้งในเอเชียและตะวันตกต่างบันทึกการเพิ่มขึ้นอย่างน่าตกใจของคดีหลอกลวงทางการเงิน ซึ่งหลายคดีดำเนินการจากต่างประเทศ

ในจีน ตำรวจเริ่มสืบสวนการฟอกเงินผ่านบัญชีธนาคารของแรงงานข้ามชาติและผู้มีรายได้น้อย และพบเส้นทางเชื่อมโยงไปยังคาสิโนออนไลน์ที่ Prince เป็นผู้ดำเนินการ ปี 2563 ตำรวจปักกิ่งตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อตรวจสอบ Prince Group ในกัมพูชา เอกสารคำพิพากษาของจีนฉบับหนึ่งถึงกับเรียกเครือข่ายนี้ว่า “องค์กรอาชญากรรมการพนันออนไลน์ข้ามชาติขนาดมหึมา” ด้าน Prince ปฏิเสธข้อกล่าวหาอย่างสิ้นเชิง และระบุว่าบุคคลที่จีนตัดสินลงโทษนั้นแอบอ้างว่าเป็นพนักงานของบริษัท

FBI เองก็เริ่มขยายผลเข้าสู่ปฏิบัติการ“pig butchering” และคลังคริปโทฯ ของเฉิน คำฟ้องของรัฐบาลกลางที่บรู๊กลินเมื่อหลายปีก่อนระบุว่า มีเหยื่อมากกว่า 200 คนถูกหลอกเงินรวมประมาณ 18 ล้านดอลลาร์ และผู้ก่อเหตุในภายหลังถูกระบุว่าทำงานให้กับคอมเพล็กซ์ในกัมพูชาที่เชื่อมโยงกับ Prince

บางธนาคารเริ่มเห็นสัญญาณผิดปกติจากรูปแบบธุรกรรมและการโอนเงินของเฉินหรือบัญชีที่เกี่ยวข้อง จนมีการแจ้งเตือนและยื่นรายงานธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนมากต่อหน่วยงานกำกับดูแลในไต้หวันและสิงคโปร์ สถาบันการเงินบางแห่งปิดบัญชีของเขาเพราะมองว่าเป็นลูกค้าที่มีความเสี่ยงสูง

แต่ในช่วงเวลานั้น ยังแทบไม่มีกลไกที่ทำให้ธนาคารแจ้งเตือนกันเอง หรือให้ธนาคารอื่นรับรู้ว่ามีการยื่นรายงานธุรกรรมต้องสงสัยต่อทางการแล้ว ดังนั้น เฉินและบริษัทของเขาจึงยังสามารถเปิดบัญชีใหม่กับธนาคารอื่นได้ต่อไป

ถึงอย่างนั้น เครือข่ายทางการเมืองที่เฉินสร้างขึ้นมาก็ยังแข็งแกร่งพอจะทำให้เขาอยู่เหนือปัญหาได้อีกพักใหญ่

คำฟ้องของสหรัฐระบุว่า ผู้บริหารของ Prince ติดสินบนเจ้าหน้าที่รัฐจีนเพื่อให้ได้รับคำเตือนล่วงหน้าจากกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐของจีนก่อนการบุกตรวจค้นของเจ้าหน้าที่

ในปี 2566 ลูกน้องคนหนึ่งของเฉินยังเสนอว่าจะ “ดูแล” ลูกชายของเจ้าหน้าที่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะจีน เพื่อแลกกับการช่วยปล่อยตัวผู้ร่วมงานของ Prince บางคนจากคดี โดยคำฟ้องไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมว่าคำว่า “ดูแล” หมายถึงอะไร นอกจากนี้ยังระบุว่า เฉินและผู้สมรู้ร่วมคิดเคยมอบเรือยอชต์และนาฬิกาหรูให้แก่ผู้มีอำนาจด้วย

ในกัมพูชา เขายังคงได้รับการสนับสนุนระดับสูงอย่างชัดเจน เมื่อฮุน เซนเดินทางเยือนคิวบาในเดือนกันยายน 2565 เฉินก็อยู่ในคณะเดินทางด้วย อีกทั้งเขายังมีหนังสือเดินทางทางการทูต ซึ่งใช้เดินทางเข้าสหรัฐในเดือนเมษายน 2566 ตามคำฟ้องของสหรัฐ

ทั้งหมดนี้ทำให้เจ้าหน้าที่ทั้งจีนและสหรัฐมองว่า การลงมือกับเฉินในเวลานั้นแทบเทียบได้กับการดำเนินการต่อกัมพูชาเอง ตามความเห็นของเจคอบ ซิมส์ นักวิจัยรับเชิญแห่ง Asia Center มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ซึ่งอ้างอิงการสนทนาที่เขาเคยมีกับเจ้าหน้าที่รัฐ

แม้หน่วยงานอย่างกระทรวงการต่างประเทศสหราชอาณาจักร และ Office of Global Targeting ของกระทรวงการคลังสหรัฐจะไม่หยุดสืบสวน แต่ทางการตะวันตกก็พยายามรอ“จังหวะที่เหมาะสม” ผู้ที่รู้เรื่องการสอบสวนระบุว่า ฝ่ายอังกฤษกังวลว่า หากหลักฐานยังไม่แน่นหนาพอ เฉินและ Prince อาจชนะคดีเพิกถอนมาตรการลงโทษในศาลได้

จุดเปลี่ยน : คว่ำบาตร สอบสวน ขยายผลทั่วเอเชีย

แรงกดดันจากนานาชาติต่อ Prince เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ สื่ออย่าง Radio Free Asia เผยแพร่บทความหลายชิ้นในปี 2024 เจาะประเด็นที่กลุ่มบริษัทนี้ถูกกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการหลอกลวงและฟอกเงิน ซึ่งทนายของเฉินก็ปฏิเสธอย่างแข็งขัน

กลางปี 2565 องค์กร Humanity Research Consultancy จากสหราชอาณาจักร เผยแพร่รายงานยาว 73 หน้า ซึ่งเจคอบ ซิมส์เป็นผู้เขียน ว่าด้วย “อาชญากรรมข้ามชาติที่รัฐเอื้อประโยชน์ในกัมพูชา” รายงานชี้ว่านอกจากเฉินและ Prince แล้ว ยังมีเครือข่ายอาชญากรรมอื่นในประเทศที่ใช้วิธีหลอกลวงคล้ายกัน และประชาคมโลกจำเป็นต้อง “ระดมยุทธศาสตร์ร่วมอย่างเร่งด่วน” เพื่อรับมือ

กำแพงเริ่มปิดล้อมเฉินจริงจังในเดือนตุลาคม 2025 เมื่อสหรัฐประกาศคว่ำบาตรเขา Prince Group รวมถึงบริษัทและบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ทั้งสำนักงานครอบครัวในสิงคโปร์ Prince Bank และบริษัทบริหารเรือยอชต์ กระทรวงการคลังสหรัฐระบุว่า กำลังจัดการกับ “อาณาจักรอาชญากรรม” ที่ใช้การหลอกลวงออนไลน์เล่นงานชาวอเมริกันและเหยื่อทั่วโลก

สหราชอาณาจักรเข้าร่วมมาตรการนี้พร้อมกัน และอายัดทรัพย์สินหลายรายการของเฉินในลอนดอน ขณะเดียวกัน อัยการรัฐบาลกลางสหรัฐก็เปิดเผยคำฟ้องต่อเฉินในข้อหาฟอกเงินและฉ้อโกงทางอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงประกาศว่า สหรัฐได้ยึดบิตคอยน์จำนวน 127,271 เหรียญ ที่เขาเคยควบคุม ซึ่งในเวลานั้นมีมูลค่าถึง 15,000 ล้านดอลลาร์ ถือเป็นการยึดครั้งใหญ่เป็นประวัติการณ์

ในเดือนเดียวกันนั้น รัฐบาลทรัมป์ยังให้เวลากัมพูชา 90 วัน ในการหารือกับเจ้าหน้าที่สหรัฐเกี่ยวกับแนวทางปิดปฏิบัติการหลอกลวงที่เล่นงานชาวอเมริกัน โดยเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงแลกกับการลดภาษี

การคว่ำบาตรและคำฟ้องดังกล่าวสร้างแรงสั่นสะเทือนทั่วเอเชีย เนื่องจากรัฐบาลและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายในหลายประเทศก่อนหน้านี้ไม่เคยรับรู้รายละเอียดด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย ต่อมา สิงคโปร์ ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย ต่างประกาศสอบสวนของตนเอง ขณะที่เกาหลีใต้ก็คว่ำบาตรผู้ต้องสงสัยในเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติหลายราย รวมถึงเฉินและผู้ร่วมงาน

โดยรวมแล้ว ทางการในเอเชียระบุหรือยึดทรัพย์สินที่เชื่อมโยงกับเฉินและ Prince ได้มากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์ ตั้งแต่บัญชีธนาคาร อสังหาริมทรัพย์ รถสปอร์ต ไปจนถึงลังวิสกี้ Glenglassaugh สิงคโปร์ยกเลิกสิทธิประโยชน์ทางภาษีของสำนักงานครอบครัวเฉิน และระบุว่าได้เริ่มสอบสวนเขาและกลุ่มผู้ร่วมงานตั้งแต่ก่อนสหรัฐเปิดคำฟ้องแล้ว

แต่ท่ามกลางกระแสประณาม กลับมียกเว้นอยู่หนึ่งประเทศ นั่นคือกัมพูชา กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาบอกกับ AP ว่า Prince Group ปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมายทั้งหมดในการดำเนินธุรกิจ และรัฐบาลไม่ได้กล่าวหาว่าเฉินหรือบริษัททำผิด ขณะนั้นกระทรวงอยู่ภายใต้การบริหารของสาร โสกา ซึ่งยังยืนยันว่า เขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับธุรกิจคาสิโนที่สหรัฐเชื่อมโยงกับเฉิน

ต้นเดือนพฤศจิกายน หน่วยงานไซเบอร์ของจีนถึงกับกล่าวหาว่ารัฐบาลสหรัฐอยู่เบื้องหลังการขโมยบิตคอยน์ที่เฉินเคยถือครอง ผ่านปฏิบัติการแฮ็กระดับรัฐ

หลังการคว่ำบาตรไม่นาน สมาชิกหลักของบริษัทในสิงคโปร์ของเฉินย้ายกลับมาพนมเปญ และพักอยู่ในที่พักหรูหราในเมืองตามข้อมูลจากผู้รู้เรื่องนี้ เฉินยังจ้างทนายอเมริกันชื่อดังเพื่อต่อสู้คดีและพยายามทวงคริปโทฯ คืน โดย Prince ยืนยันว่าการยึดทรัพย์นั้นเกิดจากข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูล และในเวลานั้นเขายังมีเงินทุนพอสำหรับสู้คดี เพราะบริษัทบางแห่งที่เขาหรือผู้ร่วมงานควบคุมยังไม่ถูกคว่ำบาตร

จุดจบมาถึงอย่างฉับพลัน

ในขณะที่เฉินและพวกกำลังวางกลยุทธ์ทางกฎหมาย ภูมิรัฐศาสตร์รอบตัวก็เริ่มเปลี่ยนไป เช้าวันที่ 8 ธันวาคม เสียงระเบิดดังขึ้นที่เมืองชายแดน โอสมัช ทางเหนือของกัมพูชา เมื่อรถถังและปืนใหญ่ของไทยโจมตีจุดยุทธศาสตร์ในเมือง ทั้งสองประเทศก่อนหน้านี้สู้รบกันอย่างต่อเนื่องหลายเดือนจนรุนแรงถึงขั้นที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ต้องใช้แรงกดดันทางภาษีเพื่อบีบให้เกิดการหยุดยิง แต่ข้อตกลงดังกล่าวกลับล่มลง

ไทยระบุว่าการโจมตีครั้งใหม่นี้ยังเป็นสงครามกับกองทัพสแกม และกองทัพไทยเริ่มโจมตีคอมเพล็กซ์บางแห่งที่สหรัฐเคยคว่ำบาตรในข้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ในขณะเดียวกัน จีนก็เพิ่มแรงกดดันต่อกัมพูชาเช่นกัน ปลายเดือนธันวาคม จีนจัดการหารือระดับสูงกับเจ้าหน้าที่กัมพูชาและไทย โดย“ความร่วมมือปราบปรามอาชญากรรมข้ามพรมแดน” เป็นหนึ่งในแกนสำคัญของการประชุมที่เรียกว่า Fuxian Meeting

หลังจากกัมพูชาสามารถถ่วงดุลผลประโยชน์ของมหาอำนาจคู่แข่งกันมานาน ผู้นำประเทศก็เริ่มเผชิญแรงกดดันระหว่างประเทศและแรงกดดันทางทหารอย่างไม่เคยมีมาก่อนให้ต้องตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

ซิมส์มองว่า“ดูเหมือนการคำนวณของจีนเปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ ว่าพวกเขาต้องการตัวเฉินมากเพียงใด เมื่อความสนใจจากนานาชาติเพิ่มสูงขึ้น” เขาเสริมว่า ระบอบการปกครองของกัมพูชาอ่อนแอลงจากความขัดแย้งชายแดน และผู้นำประเทศแทบไม่เหลือพันธมิตรที่พร้อมหนุนหลัง

จุดจบเมื่อมาถึงก็มาแบบฉับพลัน หลายสัปดาห์ก่อนหน้านั้น พนักงานบางคนของเฉินยังคาดหวังว่ากัมพูชาจะบรรลุข้อตกลงกับจีนที่เปิดทางให้เขารอดแบบเจ็บตัวน้อย และยังรักษาธุรกิจไว้ได้ แต่แล้วในคืนวันที่ 7 มกราคม กัมพูชากลับประกาศว่า เฉินและอีก 2 คนถูกจับกุมและส่งตัวไปจีนแล้ว

วิดีโอที่เผยแพร่โดยสื่อรัฐจีนแสดงภาพเฉินในชุดแบรนด์เนม ขึ้นเครื่องเช่าเหมาลำของ China Southern ในตอนเช้า ท่าทีแรกของเขาดูเหมือนรำคาญมากกว่าหวาดกลัว แต่หลังจากนั้น สีหน้าก็เปลี่ยนไป เจ้าหน้าที่หน่วยคอมมานโด “Blue Sword” ของปักกิ่งจับเขาถอดเครื่องแต่งกาย เปลี่ยนเป็นชุดนักโทษสีน้ำเงิน และคลุมศีรษะด้วยถุงสีดำ

เมื่อเขาถูกพาเดินลงจากเครื่องภายใต้แสงแดดเที่ยงวันในปักกิ่ง และถุงคลุมศีรษะถูกดึงออกต่อหน้ากล้อง เฉินก้มหน้า หลับตา และดูสิ้นสภาพอย่างชัดเจน หลังจากนั้นกระทรวงมหาดไทยกัมพูชา ซึ่งก่อนหน้านี้ยังออกมาปกป้องเขา ก็ประกาศเพิกถอนสัญชาติกัมพูชาของเฉิน ธนาคารกลางกัมพูชาสั่งชำระบัญชี Prince Bank โรงเรียนทำนาฬิกาถูกปิด และโครงการอสังหาริมทรัพย์หลักของ Prince ถูกสั่งระงับการขาย

เหยื่อเริ่มหลุดพ้น แต่เครือข่ายอาจยังไม่จบ

สำหรับแรงงานค้ามนุษย์จำนวนมากที่ติดอยู่ในคอมเพล็กซ์หลอกลวงในกัมพูชา นี่คือช่วงเวลาที่พวกเขาไม่คิดว่าจะได้เห็น หลายคนถูกบังคับให้หลอกลวงผู้อื่น ไม่เช่นนั้นก็จะถูกทำร้าย ช็อตด้วยกระบองไฟฟ้า หรือขังเดี่ยวในห้องมืดไร้หน้าต่าง ตามข้อมูลจาก Amnesty International

แรงงานนับพันจากจีน อินโดนีเซีย ปากีสถาน และอีกหลายประเทศ ได้ทยอยออกจากคอมเพล็กซ์ต้องสงสัยในสีหนุวิลล์และพื้นที่อื่นทั่วกัมพูชา หลายคนออกมาได้หลังยามเฝ้าสถานที่หนีหายไป องค์กรช่วยเหลือระบุว่า คนจำนวนมากไม่มีหนังสือเดินทางและไม่มีที่พัก บางคนต้องไปตั้งแคมป์อยู่หน้าสถานทูตของตนและร้องขอให้ส่งตัวกลับประเทศ

ฮุน เซน ซึ่งปัจจุบันเป็นประธานวุฒิสภา กล่าวตอบโต้เสียงวิจารณ์ที่บอกว่ากัมพูชาเป็นแหล่งซ่อนตัวของมิจฉาชีพว่า ประเทศนี้คือ “นรกสำหรับอาชญากร” ขณะที่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ชัย สีนาริท รัฐมนตรีอาวุโสกล่าวกับ Bloomberg ว่า รัฐบาลมุ่งมั่นจะกำจัดการหลอกลวงออนไลน์ให้หมด และจะนำหัวโจกทั้งหมดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยได้ตัดไฟ ตัดน้ำ และตัดอินเทอร์เน็ตของคอมเพล็กซ์สแกมต่าง ๆ แล้ว

มอนต์เซ เฟร์เรร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยภูมิภาคของ Amnesty กล่าวว่า การที่แรงงานจำนวนมากหลั่งไหลออกมาจากคอมเพล็กซ์เหล่านั้นถือเป็นสิ่งน่าทึ่ง แต่ผู้คนจำนวนมากบอบช้ำทางจิตใจ และบางคนก็ผ่านการทารุณกรรมอย่างหนัก เธอเตือนว่า ผู้ที่ยังติดค้างในกัมพูชายังเสี่ยงถูกค้ามนุษย์ซ้ำอีกครั้ง

แม้จะมีการกวาดล้าง แต่ศูนย์หลอกลวงบางแห่งก็ดูเหมือนจะเริ่มกลับมารับสมัครงานอีกแล้ว พร้อมลงประกาศงานออนไลน์ ไบรอัน แฮนลีย์ ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของ Global Anti-Scam Alliance กล่าวว่า บททดสอบที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่จำนวนคอมเพล็กซ์ที่ถูกบุกตรวจหรือจำนวนเจ้าพ่อที่ล้มลง แต่อยู่ที่ว่าปริมาณการหลอกลวงและกระแสเงินเหล่านั้นลดลงจริงหรือไม่

รายงานของซิมส์ในปี 2565 ประเมินว่าอุตสาหกรรมสแกมในกัมพูชาซึ่งมีแรงงานมากกว่า 150,000 คน สร้างรายได้จากการหลอกลวงสูงถึง 19,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี

Prince Group ยังคงมีตัวตนอยู่ แม้บุคคลใกล้ชิดกับองค์กรของเฉินจะระบุว่า การลงมือของจีนครั้งนี้ได้กวาดตัวลูกน้องระดับสูงออกไปจำนวนมาก ปัจจุบันญาติของเฉินกำลังช่วยกันประคองสิ่งที่เหลือของเครือข่ายนี้

จีนยังไม่ได้เปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับเฉินเพิ่มเติมนับตั้งแต่ถูกจับกุม ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ทางการจีนได้พิพากษาประหารชีวิตมิจฉาชีพมากกว่าสิบรายจากหลายเครือข่ายที่มีฐานอยู่ในเมียนมา และยังให้เส้นตายถึงกลางเดือนกุมภาพันธ์แก่ผู้ร่วมงานที่เหลือของเฉินให้เข้ามอบตัวเพื่อแลกกับการผ่อนปรนโทษ แต่ยังไม่ชัดเจนว่ามีใครยอมมอบตัวหรือไม่

เอริน เวสต์ อดีตอัยการแคลิฟอร์เนีย มองว่า แม้การส่งตัวเฉินกลับจีนจะสร้างความเสียหายอย่างหนักต่อองค์กรของเขา แต่เธอ “ไม่เชื่อว่าอาณาจักร Prince จะจบลงแล้ว” เธอกล่าวว่า เฉินเป็นอัจฉริยะในวิธีการสร้างระบบนี้ขึ้นมาและปกปิดสิ่งต่าง ๆ ไว้อย่างแนบเนียน“รัฐบาลต่าง ๆ น่าจะต้องใช้เวลาอีกนานมากกว่าจะคลี่คลายได้ทั้งหมดว่าเขาทำอะไรไว้บ้าง”

อ้างอิง : bloomberg.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...