โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

AOT ชูวิกฤติเป็นโอกาส ฮับต่อเครื่องสายการบิน

ทันหุ้น

อัพเดต 09 มี.ค. เวลา 15.36 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. เวลา 19.50 น.

#AOT #ทันหุ้น – AOT สายการบินแห่ปรับเส้นทางมาใช้ไทยจุดต่อเครื่อง ชี้สุวรรณภูมิผู้โดยสาร Transfer สูง 40–50% ตอกย้ำศูนย์กลางการบิน เร่งเพิ่มเที่ยวบินฤดูร้อน ออกมาตรการลดค่าธรรมเนียม Landing–Parking ดึงสล็อตบิน ด้าน CAAT ชี้เที่ยวบินรับผลกระทบน้อย ดีมานด์บินตรงไทย–ยุโรปพุ่งจนเต็ม 100% จับตาต้นทุนน้ำมันดันราคาตั๋วโดยสาร

นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ภายใต้สถานการณ์ความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์ในหลายพื้นที่ของโลก โดยเฉพาะตะวันออกกลาง ไทยถูกมองเป็น “Safe Zone” สำหรับการเดินทางทางอากาศ ส่งผลให้สายการบินและผู้โดยสารบางส่วนปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน (Re-route) มาใช้ไทยเป็นจุดต่อเครื่องหรือจุดพักรอการเดินทางต่อ เนื่องจากมีความพร้อมด้านโครงสร้างพื้นฐาน การเชื่อมต่อเที่ยวบิน และสิ่งอำนวยความสะดวกภายในสนามบิน

ดังนั้น ปัจจุบันท่าอากาศยานไทย โดยเฉพาะท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ มีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาค โดยสัดส่วนผู้โดยสารที่ใช้ไทยเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายเครื่องบิน (Transfer Passenger) อยู่ที่ราว 40–50% ของผู้โดยสารทั้งหมด สะท้อนศักยภาพของไทยในฐานะจุดเชื่อมต่อเส้นทางบินสำคัญของภูมิภาคเอเชีย

@ จับตาตารางบินฤดูร้อน

“สถานการณ์รัฐภูมิศาสตร์อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่AOT เร่งทำงานอย่างหนักโดยใช้ช่วงเวลานี้ให้เป็นประโยชน์ในการดึงดูด สร้างความเชื่อมั่นให้สายการบินชั้นนำทั่วโลกเข้ามาใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการบิน ควบคู่การเจรจาแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี – นวัตกรรมด้านการบิน ฯลฯ กับท่าอากาศยานนานาชาติทั่วโลก เพื่อสร้างฐานข้อมูลเชื่อมโยงระหว่างกัน”

นางสาวปวีณา กล่าวว่า ปัจจุบันอยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านจากตารางการบินฤดูหนาว เข้าสู่ตารางการบินฤดูร้อน ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการปรับจัดสรรเวลาการบิน ให้ลงตัว ดังนั้น AOT จึงได้หารือกับสายการบินชั้นนำของโลก อาทิQatar Airways, Emirates, Etihad รวมถึงสายการบินจากอิสราเอล เพื่อผลักดันการใช้ไทยเป็นฐานเชื่อมต่อเที่ยวบินในภูมิภาค โดยเร่งยกระดับความรวดเร็วในการประสานงานและแก้ไขข้อจำกัดด้านการปฏิบัติการบิน ทำให้บางประเด็นที่เคยใช้เวลาดำเนินการ 1–2 ปี สามารถเร่งรัดให้แล้วเสร็จภายใน 1–2 เดือน ซึ่งช่วยเสริมความเชื่อมั่นต่อสายการบินพันธมิตรในการใช้ไทยเป็นศูนย์กลางการบิน

ขณะเดียวกันได้ออกมาตรการจูงใจเน้นไปที่การลดค่าธรรมเนียมในการนำเครื่องลงจอดและที่จอดพักเพื่อดึงดูดสายการบินเข้ามาใช้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งในการบริหารจัดการของ AOT ทั้งการเพิ่มเที่ยวบินและขยายเครือข่ายเส้นทางบินผ่านไทย

“ต้องเร่งใช้วิกฤติให้เป็นโอกาส จึงเร่งการบริหารจัดการเชิงรุก ใช้ข้อมูลจากช่วงต้นฤดูกาลมาวิเคราะห์เพื่อดูแนวโน้มและวางแผนหาลูกค้าหรือสายการบินเพิ่มเติม มีการเดินสายพูดคุยกับสายการบินต่างๆ เพื่อประเมินว่าสายการบินใดมีศักยภาพพอที่จะเพิ่มเที่ยวบินได้ในช่วงนี้ เพื่อกระตุ้นการตัดสินใจยืนยันสล็อตบิน ในช่วงฤดูร้อนนี้ จะช่วยให้ AOT เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่าภาพรวมของต้นฤดูกาลจะเป็นอย่างไร และจะสามารถบริหารจัดการเพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารได้อย่างไรบ้าง”

ผลกระทบลดลง

พล.อ.อ. มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) เปิดเผยว่า สถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติการบินในช่วง 2 – 3 วันแรก โดยมีเที่ยวบินที่ได้รับผลกระทบราว 70 เที่ยวบิน ก่อนทยอยลดลงเหลือประมาณ 30 เที่ยวบินในปัจจุบัน หลังสายการบินปรับแผนเส้นทางบินให้สอดคล้องกับสถานการณ์

โดยกระทรวงคมนาคมยังได้สนับสนุนการจัดตั้งศูนย์บูรณาการช่วยเหลือภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางประสานงานสำหรับผู้โดยสารและสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนเที่ยวบิน รวมถึงให้ข้อมูลและจัดหาเที่ยวบินทดแทน ซึ่งช่วยเสริมบทบาทของไทยในฐานะจุดเชื่อมต่อการเดินทางทางอากาศที่มีประสิทธิภาพในระดับภูมิภาค

ทั้งนี้ การหลีกเลี่ยงเส้นทางบินผ่านตะวันออกกลางส่งผลให้ความต้องการเที่ยวบินตรงระหว่างไทย–ยุโรปเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะเที่ยวบินของสายการบินไทยที่มีอัตราการใช้บริการเต็มเกือบ 100% และมีรายชื่อสำรอง (Waiting List) จากผู้โดยสารที่ต้องการหลีกเลี่ยงการแวะพัก (Stopover) ในตะวันออกกลาง

ขณะเดียวกัน หน่วยงานกำกับดูแลอยู่ระหว่างพิจารณาโอกาสเชิงกลยุทธ์ในการเชิญชวนสายการบินที่ได้รับผลกระทบจากเส้นทางตะวันออกกลางให้พิจารณาใช้สนามบินของไทยเป็นฐานปฏิบัติการบินหรือจุดเชื่อมต่อเพิ่มเติม หากสถานการณ์ยืดเยื้อ ซึ่งอาจช่วยเพิ่มบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

ในด้านต้นทุนการดำเนินงาน ราคาน้ำมันเครื่องบินในช่วง 1–2 วันแรกของสถานการณ์ปรับตัวสูงขึ้นราว 2.5–3 เท่า ส่งผลให้ต้นทุนของสายการบินเพิ่มขึ้น และมีความเสี่ยงต่อการปรับขึ้นราคาค่าโดยสาร อย่างไรก็ตาม CAAT ได้ประสานงานกับผู้ผลิตและผู้จำหน่ายน้ำมันอากาศยาน รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการต้นทุนและลดผลกระทบต่อราคาตั๋วโดยสาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...