โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอพพ์ ยื่นหนังสือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย หาแนวทางการช่วยเหลือสมาชิก

MATICHON ONLINE

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 07.47 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 07.31 น.

กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอพพ์ ยื่นหนังสือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย หาแนวทางการช่วยเหลือสมาชิก

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่สมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย ตัวแทนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น นำโดย นายวิศรุธ พุฒหอม และนายจิรภัทร โสภาลัย เข้ายื่นหนังสือถึง นายศรัณย์ ทองธรรมชาติ ประธานกรรมการสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย เพื่อร้องขอความเห็นใจและนำเสนอแนวทางการช่วยเหลือจากสมาคม ในการปรับเงื่อนไขและผ่อนผันการดำเนินงานต่างๆ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กลุ่มผู้ขับรถยนต์รับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ไม่สามารถจดทะเบียนรถเป็นประเภท รย.18 ได้

กลุ่มผู้ขับระบุว่า ปัจจุบันยังมีคนเป็นจำนวนมากที่ต้องการจดทะเบียน รย.18 เพื่อเข้าระบบอย่างถูกต้อง แต่ต้องเผชิญหน้ากับอุปสรรคในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการจดทะเบียนที่ซับซ้อนและไม่ยืดหยุ่น เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และการทำประกัน ที่ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายแฝงเป็นเงินจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงื่อนไขที่กำหนด โดยบริษัทลีสซิ่งและสถาบันการเงินหลายแห่ง กลุ่มผู้ขับขี่จึงรวมตัวกันในวันนี้เพื่อเข้ายื่นหนังสือต่อสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทยเพื่อให้พิจารณาแนวทางช่วยเหลือใน 3 ประเด็นหลัก อันได้แก่

1) ขอให้คงอัตราดอกเบี้ยเดิมเมื่อมีการแจ้งเปลี่ยนเป็น รย.18 โดยกลุ่มผู้ขับขอให้สมาคมเจรจากับบริษัทลีสซิ่งและสถาบันการเงินต่างๆ ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคม ไม่ปรับเพิ่มดอกเบี้ยการผ่อนชำระ เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มผู้ขับต้องเผชิญภาระดอกเบี้ยที่เพิ่มขึ้นจากการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน

2) ขอให้มีความยืดหยุ่นในการทำประกันภัย เนื่องจากปัจจุบันบริษัทลีสซิ่งหรือสถาบันการเงินหลายรายมีการบังคับให้ทำประกันชั้น 1 สำหรับรถรับจ้าง ซึ่งมีเบี้ยประกันสูงมากตั้งแต่ 4 หมื่นบาท ไปจนถึงเกือบ 7 หมื่นบาท โดยกลุ่มผู้ขับขอให้มีการพิจารณาเพื่อทบทวนและอนุญาตให้ใช้ประกันภัยชั้น 3 สำหรับรถรับจ้างผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อช่วยลดต้นทุนในการทำมาหากิน โดยยังมีความคุ้มครองที่ถูกต้องตามกฎหมายกำหนด

3) ขอให้สามารถใช้สำเนาทะเบียนรถในการดำเนินการได้ เนื่องจากขั้นตอนการเบิกเล่มทะเบียนตัวจริงมีค่าใช้จ่ายสูงและมีขั้นตอนยุ่งยาก ทำให้เสียโอกาสในการวิ่งงานเพื่อหารายได้ กลุ่มผู้ขับจึงขอให้พิจารณาอนุญาตให้ใช้สำเนาภาพถ่ายทะเบียนรถในการจดทะเบียนแทน ซึ่งทำให้เกิดความรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย

นายวิศรุธ พุฒหอม หนึ่งในตัวแทนกลุ่มผู้ขับขี่ กล่าวว่า “ในภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ที่ทุกคนต้องเผชิญกับภาวะสงคราม รวมถึงค่าครองชีพและราคาเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น ขณะที่พวกเราเองก็ยังต้องการมีอาชีพสุจริตเพื่อหาเลี้ยงครอบครัวจากการให้บริการรับส่งผู้โดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น และสามารถมีเงินมาใช้ผ่อนชำระค่างวดรถให้ตรงตามกำหนด แต่เงื่อนไขของบริษัทลีสซิ่งและสถาบันการเงินหลายแห่งในปัจจุบันกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้พวกเราไปต่อไม่ได้ รวมถึงค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากการนำรถไปจดทะเบียนไม่ต่ำกว่า 5 หมื่นไปจนถึง 8 หมื่นบาทต่อคัน จึงอยากขอความเมตตาจากสมาคม เห็นใจคนหาเช้ากินค่ำและช่วยปลดล็อกให้กับเราด้วย”

ทั้งนี้ จากข้อมูลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ระบุว่า ปัจจุบันมีรถรับจ้างผ่านแอพพ์ ที่ขึ้นทะเบียนในระบบ Driver Verify ของสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ซึ่งเป็นระบบที่เปิดให้ผู้ขับรถโดยสารผ่านแอพพลิเคชั่น สามารถขอใบรับรองการเป็นผู้ขับรถโดยสารธารณะ เพื่อนำไปใช้เป็นเอกสารหลักฐานประกอบการจดทะเบียน รย.17 (รถจักรยานยนต์รับจ้าง) หรือ รย.18 (รถยนต์รับจ้าง) จำนวนทั้งสิ้น 36,896 ราย แต่มีจำนวนไม่ถึงครึ่ง (14,918 ราย) ที่มาขึ้นทะเบียนตามกฎหมาย

ทั้งยังมีการกำหนดเส้นตายการจดทะเบียนภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 ซึ่งหากพ้นกำหนดดังกล่าวแล้วยังพบการกระทำผิด จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด โดยจะถูกปรับไม่เกิน 2,000 บาทหากผู้ขับใช้รถส่วนบุคคลรับผู้โดยสาร (ไม่จดทะเบียน) และถูกปรับไม่เกิน 1,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หากขับรถสาธารณะโดยไม่มีใบอนุญาตขับขี่สาธารณะ

เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เข้ามาจดทะเบียนให้ถูกต้องตามกฎหมาย ขบ. ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์ ONE STOP SERVICE รับจดทะเบียนรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น ” โดยผู้ขับขี่สามารถดำเนินการครบจบในที่เดียว ตั้งแต่การลงทะเบียน การตรวจสภาพรถ การตรวจสอบเอกสารหลักฐาน และการจดทะเบียนเปลี่ยนประเภทรถ พร้อมรับชำระค่าธรรมเนียมและภาษี

อย่างไรก็ตาม ยังคงมีเสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่น เป็นจำนวนมากที่ต้องเผชิญความท้าทายจากการนำรถยนต์ไปจดทะเบียน ไม่เฉพาะแต่ด้านค่าใช้จ่ายจากการจดทะเบียนและเปลี่ยนประเภทรถยนต์ มูลค่าหรือราคาของรถยนต์ที่ลดลงจากการจดทะเบียน รย.18 แต่ยังรวมถึงระยะเวลาในการจดทะเบียนและจำนวนเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการ โดยเฉพาะใน กทม. ปัจจุบันสามารถให้บริการได้ไม่เกิน 500 คันต่อสัปดาห์ ขณะที่ยังมีคนขับนับหมื่นที่รอจดทะเบียน ซึ่งต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 2 ปีถึงจะดำเนินการเสร็จสิ้น ทางกลุ่มผู้ขับจึงได้เรียกร้องให้มีการทบทวนเพื่อขยายเวลาการจดทะเบียนออกไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กลุ่มผู้ขับขี่รถรับจ้างผ่านแอพพ์ ยื่นหนังสือสมาคมธุรกิจเช่าซื้อไทย หาแนวทางการช่วยเหลือสมาชิก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...