โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักดาราศาสตร์ตะลึง! พบโครงสร้างปริศนาขนาดยักษ์ ซ่อนตัวอยู่ภายในเนบิวลาวงแหวน

SPACEMAN

อัพเดต 17 ม.ค. เวลา 09.08 น. • เผยแพร่ 17 ม.ค. เวลา 02.08 น. • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

นักดาราศาสตร์ค้นพบโครงสร้างมหึมาที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนซ่อนอยู่ภายใน "เนบิวลาวงแหวน" ซึ่งเป็นหนึ่งในวัตถุอวกาศที่มีชื่อเสียงที่สุดบนท้องฟ้า การค้นพบครั้งนี้สร้างความฉงนให้กับวงการวิทยาศาสตร์ เนื่องจากปรากฏการณ์ดังกล่าวอาจเป็นร่องรอยของการทำลายล้างดาวเคราะห์หิน หรือกระบวนการจบชีวิตของดาวฤกษ์ที่ซับซ้อนเกินกว่าที่เราเคยคาดคิดไว้

ตลอดหลายศตวรรษที่ผ่านมา เนบิวลาวงแหวน (Ring Nebula) เป็นวัตถุท้องฟ้าที่ดึงดูดใจนักดูดาวด้วยรูปลักษณ์ที่เปล่งประกายสวยงามคล้ายวงแหวนในอวกาศ แต่การศึกษาล่าสุดโดยใช้เครื่องมือตรวจวัดประสิทธิภาพสูงกลับเผยให้เห็นความลับที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลุ่มก๊าซที่หมุนวน นั่นคือโครงสร้างรูปทรงแท่งที่ยาวและแคบ ประกอบด้วยอะตอมของเหล็กที่มีประจุ (Ionized Iron) การค้นพบนี้ท้าทายความเข้าใจเดิมเกี่ยวกับเนบิวลาดาวเคราะห์ และเปิดบทใหม่ในการศึกษาจุดจบของดาวฤกษ์รวมถึงชะตากรรมของระบบดาวเคราะห์

เนบิวลาวงแหวนตั้งอยู่ห่างจากโลกประมาณ 2,600 ปีแสง ในกลุ่มดาวพิณ (Lyra) มีลักษณะเป็นเนบิวลาดาวเคราะห์ ซึ่งเกิดจากซากของดาวฤกษ์ที่พ่นเปลือกชั้นนอกของมันออกไปในช่วงท้ายของอายุขัย รายงานการค้นพบที่ตีพิมพ์ในวารสาร Monthly Notices of the Royal Astronomical Society ระบุว่า ทีมนักดาราศาสตร์นานาชาติได้พบแท่งเหล็กไอออนที่มีขนาดมหึมา โดยมีความยาวทอดยาวไปในอวกาศมากกว่าระยะทางจากดวงอาทิตย์ไปยังดาวพลูโตถึง 500 เท่า และมีมวลมหาศาลเทียบได้กับดาวอังคารทั้งดวง

ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการใช้เครื่องมือ WEAVE (WHT Enhanced Area Velocity Explorer) ที่ติดตั้งบนกล้องโทรทรรศน์วิลเลียม เฮอร์เชล ขนาด 4.2 เมตร ในประเทศสเปน เครื่องมือนี้มีความสามารถพิเศษในการเก็บข้อมูลสเปกตรัมอย่างต่อเนื่องทั่วทั้งเนบิวลา ทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสร้างแผนที่องค์ประกอบทางเคมีในทุกตำแหน่งได้อย่างละเอียดแม่นยำ

ดร. โรเจอร์ เวสสัน ผู้นำทีมวิจัยจากมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน (UCL) และมหาวิทยาลัยคาร์ดิฟฟ์ เปิดเผยว่า แม้เนบิวลาวงแหวนจะถูกศึกษามาอย่างยาวนานด้วยกล้องโทรทรรศน์หลายชนิด แต่เครื่องมือ WEAVE ช่วยให้มองเห็นในมุมมองใหม่ที่ละเอียดกว่าเดิมมาก เมื่อทีมงานประมวลผลข้อมูลและตรวจสอบภาพถ่าย สิ่งที่ปรากฏชัดเจนจนน่าตกใจคือ แท่งของอะตอมเหล็กที่วางตัวอยู่ใจกลางวงแหวนอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเป็นโครงสร้างที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นมาก่อน

ในขณะนี้ที่มาของแท่งเหล็กดังกล่าวยังคงเป็นปริศนาที่นักวิทยาศาสตร์พยายามหาคำตอบ โดยมีการตั้งสมมติฐานหลักไว้สองประการ ประการแรกคือ "การล่มสลายของดาวเคราะห์" โดยเชื่อว่าเหล็กเหล่านี้อาจเป็นซากที่หลงเหลืออยู่ของดาวเคราะห์หินที่ถูกแผดเผาจนกลายเป็นไอในช่วงที่ดาวฤกษ์ดวงแม่ขยายตัวกลายเป็นดาวพักษ์แดง (Red Giant) ก่อนจะสิ้นใจ เมื่อดาวฤกษ์ขยายขนาดขึ้นจนกลืนกินดาวเคราะห์ที่โคจรอยู่รอบๆ ธาตุเหล็กที่อยู่ในแกนกลางของดาวเคราะห์จึงอาจถูกหลอมละลายและกระจัดกระจายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของเนบิวลา

สมมติฐานที่สองมุ่งเน้นไปที่กระบวนการพ่นมวลสารของดาวฤกษ์เอง ซึ่งอาจเป็นรูปแบบการขับวัสดุออกจากดาวในช่วงใกล้ดับสูญที่เรายังไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ศาสตราจารย์ เจเน็ต ดรูว์ จาก UCL ระบุว่าทีมวิจัยจำเป็นต้องศึกษาเพิ่มเติมเพื่อดูว่ามีธาตุเคมีอื่นๆ อยู่ร่วมกับแท่งเหล็กนี้หรือไม่ เพราะข้อมูลดังกล่าวจะเป็นกุญแจสำคัญในการระบุว่าโครงสร้างนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร

การค้นพบแท่งเหล็กในเนบิวลาวงแหวนไม่เพียงแต่เพิ่มความซับซ้อนให้กับการศึกษาเนบิวลาดาวเคราะห์ แต่ยังยืนยันถึงประสิทธิภาพของเทคโนโลยีใหม่อย่างเครื่องมือ WEAVE ที่จะกลายเป็นหัวใจสำคัญในการสำรวจอวกาศในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เราเข้าใจถึงวงจรชีวิตของดาวฤกษ์และการแพร่กระจายของธาตุต่างๆ ในเอกภพได้ดียิ่งขึ้น

ในอนาคตอันใกล้ ทีมวิจัยวางแผนที่จะใช้ความสามารถของ WEAVE ในการสำรวจเนบิวลาอื่นๆ เพื่อตรวจสอบว่าโครงสร้างปริศนาในลักษณะนี้เป็นปรากฏการณ์ทั่วไปหรือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเนบิวลาวงแหวนเท่านั้น ซึ่งอาจนำไปสู่การค้นพบความลับที่ซ่อนอยู่ในซากซุปเปอร์โนวาและเนบิวลาอื่นๆ ที่ยังไม่เคยถูกเปิดเผย พ.ศ. 2569 จึงอาจเป็นปีที่นักดาราศาสตร์ได้เห็นภาพรวมของวิวัฒนาการดวงดาวที่ชัดเจนขึ้นกว่าเดิม

ข้อมูลอ้างอิง: Daily Galaxy

  • Astronomers Stunned by Mysterious Structure in the Ring Nebula
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...