โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ค่ายส้ม เล็งจัดตั้งรัฐบาล 270 เสียง หลังมั่นใจกวาด 150 สส.

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 18 ม.ค. เวลา 03.14 น.

ค่ายส้ม เล็งจัดตั้งรัฐบาล 270 เสียง หลังมั่นใจกวาด 150 สส. ภูมิใจไทยเบ่งพุ่งโชว์โพล 170 เสียง เชื่อมั่นทำแต้มถึง 200 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 18 ม.ค. 2569 สำนักข่าว The Room 44 รายงานผลสำรวจโพลของแต่ละพรรคในช่วงกลางเดือนม.ค. 2569 สำหรับพรรคประชาชน ที่ประเดิมล่อเหยื่อเข้าถ้ำ “มีเราไม่มีเทา” ผลที่ตามมากลายเป็นกระแสจนมีแนวโน้มที่รักษาฐานที่มั่นเดิมไว้ได้ส่วนมาก ทั้งในพื้นที่กทม. ภาคตะวันออก ตัวเลขที่ออกมาอยู่ที่ 150 ที่นั่งบวกลบ ในจำนวนนี้ได้สส.บัญชีรายชื่อ 35 คน ทำให้ระดับแกนนำเริ่มวางซีนาริโอจัดตั้งรัฐบาล 270 เสียง ไม่เกิน 300 เสียง ในเบื้องต้นเล็งทาบเชิญพรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย เข้าร่วมรัฐบาล

ในระหว่างนี้ยังเดินตามยุทธศาสตร์เดิม ให้ “เท้ง”นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เล่นบทพระเอก นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้ช่วยหาเสียง เล่นบท นักรบ นายปิยะบัตร แสงกนกกุล เล่นบทหลังบ้าน ส่วนแกนนำคนอื่นกระจายเป็นนักรบทหารราบในพื้นที่ ทั้งนี้ในช่วง 2 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้งเตรียมดึง “ทิม”นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ที่เดินสายหาเสียงอยู่ต่างประเทศ มาร่วมรณรงค์หาเสียงด้วย โดยวางกลยุทธ์ลงพื้นที่ที่ผลโพลออกมายังเป็นรองคู่ต่อสู้ ต้องขนทัพใหญ่ ทัพเล็กลงไปเพื่อเร่งทำแต้มให้ได้ 150 ที่นั่ง ทั้งนี้ในระดับสส.เขตเพิ่งใช้เงินไปเฉลี่ยเขตละยังไม่เกิน 5 แสนบาท

สำหรับพรรคภูมิใจไทยที่เป็นคู่แข่งจัดตั้งรัฐบาล ที่ผ่านมาประตูเริ่มปิดแน่นขึ้นเรื่อยๆไม่สามารถจับมือพรรคประชาชนร่วมจัดตั้งรัฐบาลได้ เพราะระดับแกนนำพรรคส้มประกาศย้ำอยู่ตลอดสามเวลาหลังอาหาร “มีส้มไม่มีหนู” ผลโพลล่าสุดตัวเลขพุ่งแรงถึง 170 ที่นั่ง ในจำนวนนี้เป็นสส.บัญชีรายชื่อ 20 ที่นั่ง ดังนั้นจึงต้องเร่งรณรงค์หาเสียงทำแต้มให้ขาดพรรคประชาชน โดยวางเป้าเบ่งตัวเลขเพิ่มจำนวนสส.ให้ถึง 200 ที่นั่ง ทั้งนี้หลังผลโพลของพรรคออกมาได้เคาะผู้สมัครสส.ที่สู้ไม่ได้ออกไปถึง 200 เขต ทำให้เวลาที่เหลือต้องเร่งเดินตามยุทธศาสตร์ให้ได้สส.ตามเป้า 200 ที่นั่ง เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และดันให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีอีกสมัย แต่พรรคภูมิใจไทยมีโอกาสสะดุด เมื่อผลโพลของพรรคประชาธิปัตย์ที่กระแสแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ 14 ภาคใต้ เมื่อผลสำรวจของพรรคประชาธิปัตย์ล่าสุดกวาดเฉพาะสส.เขตที่ภาคใต้ได้ถึง 27 ที่นั่งจาก 59 ที่นั่ง ทำให้เป้าที่พรรคภูมิใจไทยต้องการกวาดที่นั่งภาคใต้ 31 ที่นั่งมีโอกาสเป็นหมัน

ขณะที่ภาพรวมของ 60 พรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครสส.เขต จำนวนทั้งสิ้น 3,526 คน หลังจากที่ผลโพลของหลายพรรคการเมืองออกมาแล้ว โดยบางพรรคการเมืองระบุในรายละเอียดโพลชัดเจน ทั้ง “กาดอกจันของแต่ละเขต”ที่เป็นเครื่องหมายว่าสู้เต็มที่ พร้อมระบุว่า “มีโอกาสเป็นสส.สูงมาก” รวมถึงคะแนนพรรคมีโอกาสสูงเช่นกัน แถมยังชี้ให้เห็นรายละเอียดว่า เขตนี้ประชาชนมีแนวโน้มเลือกสส. เลือกพรรคที่สส.อยู่ด้วย คือ “พรรค….” และโน๊ตถึงจุดแข็งของผู้สมัครสส. ก่อนตบท้ายด้วยนโยบายที่ประชาชนในเขตนั้นๆชอบ แต่หากเขตไหนที่ระบุว่ามีโอกาสเป็นสส.สูงแต่มีคู่แข็ง หรือ มีโอกาสเป็นสส.ปานกลาง แต่มีคู่แข่แข็งแรง หรือมีโอกาสเป็นสส.สูง แต่ชาวบ้านยังไม่ตัดสินใจ ผู้สมัครเหล่านี้จะถูกเขี่ยทิ้งทันที

ทำให้ตั้งแต่หลังเลือกนายกอบต.จบเมื่อวันที่ 11 ม.ค. 69 บางพรรคที่ทำโพลได้ส่ง “ของหนัก”และสัญญาณให้ผู้สมัครสส.เขต สั่งหัวคะแนนจดบัญชีรายชื่อประชาชนในเขตที่เฉลี่ยมีประชากร 1.5 แสน ผู้ลงคะแนนประมาณ 1.2 แสน ผู้ออกมาใช้สิทธิ์ประมาณ 0.9-1 แสนคน โดยแต่ละเขตจดรายชื่อประชาชนเพื่อซื้อเสียงไม่เท่ากัน หากเขตไหนสู้ 2 เส้า จด 8 หมื่นรายชื่อ หลังปล่อยของหวังแค่ 6 หมื่นคะแนน หากเขตไหนสู้ 3 เส้าหรือ 4 เส้า หัวคะแนนของผู้สมัครสส.ที่ซื้อเสียงต้องจดรายชื่อ 7 หมื่นคน หลังปล่อยของหวังแค่ 3.5 หมื่นคะแนนก็มีโอกาสสูงได้เป็นสส. ส่วนวิธีการจดรายชื่อหัวคะแนนจะใช้รายชื่อบัญชีเดิมตามที่ในพื้นที่ที่มีการซื้อเสียงนายกอบต. แล้วแยกย่อยเป็นรายหมู่บ้าน เช่น หมู่บ้านไหนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 250 คน แบ่งหัวคะแนนใหญ่เป็น 2 สายเพื่อรับผิดชอบสายละ125 คน ซึ่งยังซอยหัวคะแนนย่อยลงไปอีก หัวคะแนนย่อย 1 คน รับผิดชอบจดชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 20 คน ขอย้ำว่าทั้งหมด “ของหนัก”อยู่ในมือผู้สมัครสส.แล้ว ถึงส่งจดชื่อ สรุปง่ายๆ“ของหนักลง-จดชื่อ-ตัวคนเดินจด” ยิ่งแม่นไม่แม่นขึ้นอยู่กับคนจดชื่อ ขณะที่พรรคการเมืองที่ไม่ซื้อเสียงเริ่มรบแบบโกงโจร ออกสโลแกน “กินเหยื่อไม่ติดเบ็ด” เพื่อให้โหวตเตอร์รับเงินหัวคะแนนนักการเมือง แต่ไม่ต้องไปเลือกคนที่ซื้อเสียง

ส่วนพรรคการเมืองบางพรรคที่เตรียมซื้อเสียง ขณะนี้ปล่อยของไปอยู่ในมือผู้สมัครสส.แล้ว ตามสูตร 30-50-70 ล้านบาทต่อเขต แม้บางเขตได้ไป 40 ล้านบาทต่อเขตก็มี แต่เขตไหนที่เป็นพื้นที่แพ้ไม่ได้ ต้องยกจังหวัด เตรียมทุ่มซื้อหัวละ 3,000 บาท ยิ่งเขตนั้นสู้กันแค่ 2 เส้า ซื้อถึง 80,000 เสียง ต้องใช้เงินถึง 240 ล้านบาทต่อเขตทีเดียว ขณะเดียวกันหลายผู้สมัครสส.หลายเขตเลือกตั้ง วางแผ่นล่วงหน้าเตรียมย้ำหัวตะปูให้เหยื่อเชื่อง โดยซื้อเสียงรอบสอง ซึ่งใช้เงินซื้อเสียงสูงขึ้นอีกเท่าหนึ่งเลยทีเดียว

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...