จีนสั่งห้ามบริษัท ใช้โปรแกรม ‘แอนตี้ไวรัส’ ของสหรัฐ-อิสราเอล หวั่นถูกสอดแนม
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานจากกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน เมื่อวันที่ 15 ม.ค. ว่า แหล่งข่าว 2 รายระบุว่า บริษัทสหรัฐที่ถูกสั่งห้ามใช้ซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ ได้แก่ วีเอ็มแวร์ ของบอร์ดคอม, พาโลอัลโต เน็ตเวิร์กส และฟอร์ติเน็ต ขณะที่บริษัทของอิสราเอล ได้แก่ เช็ค พอยท์ ซอฟต์แวร์ เทคโนโลยีส์
แหล่งข่าวอีกรายระบุว่า บริษัทอื่น ๆ ได้แก่ แมนดิแอนต์ของอัลฟาเบ็ต และวิซ ซึ่งอัลฟาเบ็ตที่เป็นบริษัทแม่ของกูเกิล ประกาศซื้อกิจการเมื่อปีที่แล้ว รวมถึงบริษัทอื่น ๆ จากสหรัฐ ได้แก่ คราวด์สไตรค์, เซนติเนลวัน, เรคคอร์ดเดท ฟิวเจอร์, แมคอาฟี, คลารอตี และแรพิด7
บริษัทไซเบอร์อาร์กของอิสราเอล ซึ่งบริษัทพาโลอัลโตของสหรัฐ ประกาศซื้อกิจการเมื่อปี 2568 ก็อยู่ในรายชื่อเช่นกัน รวมถึงออร์กา ซีเคียวริตี และคาโต เน็ตเวิร์กส จากอิสราเอล และอิมเพอร์วา ซึ่งถูกบริษัททาเลสของฝรั่งเศส ซื้อกิจการไปในปี 2566
เรคคอร์ดเดท ฟิวเจอร์ กล่าวผ่านอีเมลว่า บริษัทไม่ได้ทำธุรกิจในจีน และไม่มีเจตนาที่จะทำเช่นนั้น ขณะที่แมคอาฟีระบุว่า บริษัทมุ่งเน้นที่ผู้บริโภคเป็นหลัก และเทคโนโลยีของบริษัท ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อใช้ในภาครัฐหรือองค์กรธุรกิจ
ขณะเดียวกัน คราวด์สไตรค์ และเซนติเนลวัน ชี้แจงว่า บริษัทไม่ได้ขายสินค้า หรือมีรายได้โดยตรงจากจีน
นายกิล เจอรอน ประธานคณะเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของออร์กา ซีเคียวริตี กล่าวว่า บริษัทไม่ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงนี้ และเตือนว่า การแบนอาจเป็นก้าวที่ผิด
แหล่งข่าวระบุว่า ทางการจีนแสดงความกังวลว่าซอฟต์แวร์ดังกล่าวอาจรวบรวม และส่งข้อมูลลับไปยังต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีน และกระทรวงอุตสาหกรรมจีน ไม่ได้ตอบรับคำขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว.
เครดิตภาพ : GETTY IMAGES