โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

4 พรรคชูธงอนาคตเศรษฐกิจ ชิงหวยเงินล้าน-กวาดคนเข้าระบบภาษี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 27 ม.ค. เวลา 11.11 น. • เผยแพร่ 28 ม.ค. เวลา 00.01 น.

4 พรรคตัวเต็ง-ตัวพลิกเกมจัดตั้งรัฐบาล วาดอนาคตเศรษฐกิจประเทศไทย เพื่อไทย-ประชาชน-ภูมิใจไทย-ประชาธิปัตย์ วัดใจดึงคะแนนเลือกตั้งโค้งสุดท้าย 3 ใน 4 พรรค ชูนโยบาย “หวย” ตอบโจทย์ค่านิยมคนไทยชอบเสี่ยงโชค ดูดดาต้าพัฒนานโยบายขยายฐานภาษี ดีเบตปักธงแก้หนี้ เติมเงิน เพิ่มรายได้ อุดรูรั่ว อัดฉีดเงินเข้าระบบ ทำให้เงินหมุนไป ภายใน 90-100 วัน เปิดเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ พท.เลือกไฟแนนเชียลฮับ-ปชน.ดันไทยเป็นเสือตัวที่ 5 ที่ยืนด้วยขาตัวเอง-ปชป.ดันดิจิทัลอีโคโนมี เศรษฐกิจอวกาศ ภท.ย้ำเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ในช่วงโค้งสุดท้ายที่พรรคการเมืองตัวเต็ง-ตัวพลิกเกม ต้องเร่งสปีดในการหาคะแนนเสียงเพื่อเป็นใบเบิกทางเข้าสู่การบริหารประเทศ ผ่านการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ “เครือมติชน” ได้จัดกิจกรรมถกเถียงอย่างสร้างสรรค์ตลอดทั้งเดือนมกราคม 2569 ภายใต้แคมเปญ Matichon Thailand Election 2026

“ประชาชาติธุรกิจ” สื่อธุรกิจเครือมติชน จัดเวทีประชันวิสัยทัศน์ : ECONOMIC LEADERSHIP “เลือกผู้นำ เลือกอนาคตเศรษฐกิจ” เพื่อร่วมกันค้นหาทางรอดของประเทศ จาก 4 ขุนพลเศรษฐกิจของพรรคการเมือง ประกอบด้วย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.), นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.), นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี รวมถึง นางการดี เลียวไพโรจน์ แคนดิเดตนายกฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ผ่านโจทย์สำคัญใน สมรภูมิเศรษฐกิจ ที่พรรคการเมืองตัวเต็ง-ตัวพลิกเกม ในการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง

ถูกหวย 9 ล้าน ขยายฐานภาษี

ทั้ง 4 พรรค ตอบคำถามพิเศษในเวทีดีเบต เรื่องนโยบายที่ร้อนแรงเกี่ยวกับ “หวย” หลายรูปแบบ นายเผ่าภูมิตอบว่า เหตุใดพรรคการเมืองต้องหาเสียงด้วยเรื่อง “หวย” ว่า พรรคเพื่อไทย มี 2 มาตรการที่เกี่ยวข้อง คือ 1.รวยวันละ 9 ล้าน 9 คน และ 2.หวยเกษียณ ผ่านการออม หลักการคือเข้าใจว่าคนไทยชอบลุ้นโชคเสี่ยงดวง จึงนำมาผูกเป็นนโยบายสร้างเศรษฐกิจ

ทั้งนี้ เรื่องหวยเกษียณ มาจากประเทศขาดการออม และคนไทยชอบลุ้นโชค จับ 2 อย่างผสมกันกลายเป็นหวยเกษียณ ส่วนรวยวันละ 9 ล้าน 9 คน ก็มาคนไทยชอบลุ้นเงินล้าน บวกกับประเทศขาดฐานข้อมูลด้านการซื้อขาย และประเทศอยากได้การกระตุ้นเศรษฐกิจด้านการใช้จ่าย รวมถึงอยากให้ SMEs รายเล็กเติบโต จึงจับมารวมกันกลายเป็นลุ้นเงินล้าน

“นี่จึงทำให้เกิดนโยบาย เพื่อสร้างผลประโยชน์ จากการซื้อขายรายย่อย และทำให้คนเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อเป็นการขยายฐานภาษี ซึ่งสำคัญมากกว่าการขึ้นอัตราภาษีด้วยซ้ำ ทำให้ธุรกิจที่เคยอยู่ใต้ดิน และข้อมูลคือหัวใจสำคัญในการที่จะให้ประเทศไทยเจริญเดินไปได้” นายเผ่าภูมิกล่าว

หวยใบเสร็จ ช่วย SMEs ยั่งยืน

นายวีระยุทธกล่าวว่า พรรคประชาชนมีนโยบายหวยใบเสร็จ มีตั้งแต่เลือกตั้งครั้งที่แล้วและรอบนี้ก็ยังมีเสนออยู่ เราตั้งเป้าไว้ 2 อย่าง 1.ต้องการให้กำลังซื้อของคน ไหลเข้ามาสู่ร้านค้ารายย่อย ร้านค้าตึกแถวอย่างยั่งยืน โดยไม่รอฟ้ารอฝนหรือรอนโยบายกระตุ้นของรัฐบาล และ 2.เราชักชวน SMEs เข้าระบบภาษีมากขึ้น เพราะในอนาคตรัฐบาลจะมีฐานข้อมูลในการกำหนดนโยบายเพื่อช่วยเหลือได้ตรงและตรงประเด็นมากขึ้น

“นี่เป็นการเปิดประตู เปลี่ยนพฤติกรรมคน และจะทำให้ SMEs เติบโตได้อย่างยั่งยืน เพราะเราจะมีมาตรการเพิ่มการค้ำประกันสินเชื่อ หาตลาดออนไลน์ให้ใหม่ เรื่องเครดิตเทอม 45 วัน เพิ่มเพดานเกณฑ์ยอดขายต่อปีที่จะต้องจดภาษีมูลค่าเพิ่ม จากเดิม 1.8 ล้านบาท/ปี เป็น 3.6 ล้านบาท/ปี และมีส่วนเสริมที่รัฐจะให้คูปอง 50,000 บาทต่อปี เพื่อเป็นส่วนเสริมในการรีสกิล หวยใบเสร็จจึงเป็นแค่ประตูเข้าสู่ระบบและสร้างดีมานด์ได้อย่างยั่งยืน” นายวีระยุทธกล่าว

ภท.ไม่เน้นเสี่ยงโชค

นายสิริพงศ์กล่าวว่า ภูมิใจไทย มีนโยบายแบบนี้แต่น่าจะคนละลักษณะ เพราะเราต้องการให้คนเข้าสู่ระบบภาษี ควบคู่ไปกับการอัพสกิล-รีสกิล เช่น คนละครึ่งพลัส ที่เชิญชวนให้คนเข้าสู่ระบบภาษี หรือโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เพื่อให้คนหันมาใช้ใบรับอิเล็กทรอนิกส์ (e-Receipt) มากขึ้น นโยบายที่เกี่ยวข้องการเสี่ยงโชค พรรคภูมิใจไทยจะไม่ค่อยมีแนวทาง

ปชป.ชูหวย 77 จังหวัด

นางการดีกล่าวว่า ประชาธิปัตย์มีนโยบาย “หวยจังหวัด” ที่ไม่ได้เอาภาษีประชาชนซึ่งทำงานเหนื่อยยาก มาแจกกันเล่น ๆ แต่จะเป็นนวัตกรรมทางความคิดนโยบายที่จะส่งเสริมเพื่อให้เกิดการออมในประเทศ ทั้งนี้ ในทุก ๆ งวด จะมี 77 รางวัล ราคาใบละ 50 บาท ถ้าหากใครถูกก็ได้ 1 ล้านบาทในแต่ละงวด แต่ขณะเดียวกันผู้ที่ไม่ถูกรางวัลก็จะหมุนกลับมาเป็นเงินออมของแต่ละคน ใครได้รางวัลแล้วจะหมดสิทธิได้รับรางวัลอย่างน้อย 1 ปี และเพื่อบอกให้ได้ว่าใครได้รับรางวัล เพราะจะเป็นเรื่องของความโปร่งใส ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง หรือเป็นการซื้อเสียงหัวคะแนน ซึ่งหวยจังหวัด จะเป็นนวัตกรรมทางความคิด เพื่อให้เกิดการออมของคนไทยในระยะยาว

พท.แก้หนี้-เติมเงิน-ลดรายจ่าย

สำหรับการตอบคำถามว่า ถ้าเป็นรัฐบาลจะลดค่าครองชีพให้กับประชาชนอย่างไร ภายใน 100 วันแรก นายเผ่าภูมิกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมีมาตรการเพิ่มรายได้ ปัจจุบันประเทศไทยมีประชากรที่อยู่ใต้เส้นความยากจนประมาณ 3.4 ล้านคน พรรคเพื่อไทยจึงนำเสนอนโยบาย “คนไทยไร้จน” โดยรัฐบาลจะเข้าไปเติมรายได้ให้แก่ครอบครัวที่มีรายได้ต่ำกว่า 3,000 บาทต่อเดือน หรือต่ำกว่า 36,000 บาทต่อปี รัฐบาลจะเติมให้เต็ม

มาตรการสำหรับ SMEs โดยให้มี e-Commerce สัญชาติไทย รัฐบาลจะเข้าไปสนับสนุนค่าธรรมเนียมในการนำสินค้าขึ้นสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ มาตรการนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในส่วนของค่าธรรมเนียมให้กับประชาชน นอกจากนี้ ยังมีสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติ (NaCGA) ซึ่งทำหน้าที่เป็นระบบค้ำประกันสินเชื่อรูปแบบใหม่ ให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้น

มาตรการสำหรับเกษตรกร ด้วยการประกันกำไร 30% และนำไปสู่การพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ยังมีการดูแลบริหารจัดการเรื่องปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์เพื่อลดต้นทุนให้แก่เกษตรกรด้วย

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า ส่วนมาตรการที่ลดรายจ่ายตรง ๆ คือ ปรับลดราคาค่าไฟฟ้าให้อยู่ที่ 3.77 บาท รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

ภท.ทำงบประมาณสมดุลใน 4 ปี

นายสิริพงศ์กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยจะกระตุ้นระยะสั้นผ่านโครงการคนละครึ่งพลัส เฟส 2 ในปี 2568 รัฐบาลได้ทำ Thailand FastPass ซึ่งเป็นการปลดล็อกการลงทุนขนาดใหญ่ โดยปี 2568 มีการเร่งรัดการลงทุน 80 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4.8 แสนล้านบาท การแก้ไขระเบียบและข้อจำกัดต่าง ๆ ที่เป็นอุปสรรคในการลงทุน นอกจากการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้นแล้ว จะต้องการวางโครงสร้างเศรษฐกิจทั้งในระยะกลางและระยะยาว ทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีให้สมดุลภายใน 4 ปี

วีระยุทธ อุดรูรั่วเศรษฐกิจ

นายวีระยุทธมองว่า เศรษฐกิจไทยวันนี้เหมือนถังน้ำที่มีรูรั่วเต็มไปหมด และน้ำไม่ค่อยหมุน หากจะแก้โจทย์เศรษฐกิจไทยต้องทำให้ครบ สิ่งแรกคือ จำเป็นต้องอุดรูรั่วทางเศรษฐกิจ ต้องการให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรม การยกระดับระบบศุลกากรสู่ดิจิทัล และมีมาตรฐานสากล และผลักดันการตรวจสอบมาตรฐานสินค้าให้เข้มข้นขึ้น ถ้าเจอผิดต้องหยุดการผลิตทันที เมื่ออุดรูรั่วแล้ว ต้องเติมน้ำเข้าไป เราอยากให้กำลังซื้อไหลไปที่ SMEs อย่างยั่งยืน จึงเสนอนโยบาย “หวยใบเสร็จ” จูงใจประชาชนเปลี่ยนพฤติกรรมจากที่เคยซื้อของในห้าง มาซื้อร้านค้ารายย่อย SMEs มากขึ้น

ขณะเดียวกันก็จูงใจให้ SMEs เข้าระบบ เพดาน VAT จากเดิม 1.8 ล้านบาท เป็น 3.6 ล้านบาท ขยายเกณฑ์การหักค่าใช้จ่ายจากเดิม 60% เป็น 90% รวมถึงการคืนภาษี 50,000 บาท จูงใจให้นำไปใช้ เช่น เปลี่ยนระบบจัดการบัญชีเป็นดิจิทัล

นายวีระยุทธกล่าวต่อว่า เมื่ออุดรูรั่ว ดึงน้ำขึ้นมาแล้ว ต้องทำให้น้ำหมุนด้วย โดยเรื่องเครดิตเทอม ซึ่งที่ผ่านมามีการออกเป็นกฎหมายจากสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สำนักงาน กขค.) กำหนดเครดิตเทอม ที่ผู้ประกอบธุรกิจขนาดใหญ่ที่ซื้อสินค้าหรือบริการจาก SMEs ต้องชำระเงินภายในระยะเวลา 45 วัน มานานแล้ว แต่ยังไม่มีการผลักดันให้มีการบังคับใช้อย่างจริงจัง จึงต้องมีการผลักดันเพื่อให้ภาคธุรกิจมีเงินหมุนง่ายขึ้น

ลดค่าครองชีพ สูตร ปชป.

นางการดีระบุว่า การแก้ปัญหาค่าครองชีพเป็นระบบและเป็นองค์รวม 1.ลดค่าครองชีพและค่าใช้จ่ายโดยตรง 2.ลดค่าใช้จ่ายแฝงในชีวิตประจำวัน และ 3.เพิ่มรายได้ให้มีโอกาส ทั้งนี้ ค่าครองชีพ และใช้จ่ายของ SMEs คือ ลดค่าใช้จ่ายพลังงาน จะนำเข้าพลังงานสะอาดมากขึ้น ลดการพึ่งพาก๊าซธรรมชาติซึ่งมีต้นทุนสูงกว่า ขณะเดียวกันเพิ่มรายได้จากการเป็น ASEAN Grid นำเข้าพลังงานสะอาด และส่งต่อไปในระดับภูมิภาค ประชาชนก็จะได้รับประโยชน์จากการใช้พลังงานในราคาที่ถูกลง

ลดค่าเดินทาง พรรคให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ ผ่านนโยบายตั๋วร่วมรถเมล์ รถไฟฟ้า และมีการทำอย่างเป็นระบบ เช่น อยู่ในระยะใกล้ราคาถูก ระยะไกลไม่เกิน 30 บาท ซึ่งช่วงของราคาอยู่ที่ 5-30 บาทเท่านั้น ซึ่งสามารถดำเนินการได้จริง และไม่สร้างภาระภาษีในระยะยาว

นโยบาย เรียนฟรีต้องฟรีจริง เป็นสิ่งที่พรรคเริ่มต้นมาแล้วกว่า 10 ปี แต่ในปัจจุบันความต้องการของทั้งโรงเรียนและผู้เรียนเพิ่มสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องขยายขอบเขตค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาให้มากยิ่งขึ้น ทำให้การศึกษาเป็นสวัสดิการขั้นพื้นฐานที่เข้าถึงคุณภาพได้จริง นโยบายเรียนฟรีต้องฟรีจริง

ส่วนการดูแลผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์เสนอการสนับสนุนงบประมาณ 50,000 บาทต่อครัวเรือน ให้บ้านที่มีผู้สูงอายุเกิน 70 ปี จะทำให้ลูก ๆ สามารถไปปรับปรุงบ้านได้ ลดค่าใช้จ่าย เพิ่มความสบายใจ เพิ่มคุณภาพชีวิตในระยะยาว

สำหรับกลุ่มคนทำงานประจำ รายได้ 40,000 บาทแรกไม่ต้องเสียภาษี

หนี้ภาระประเทศ-ครัวเรือน

ปัญหาของประเทศ ที่หนักหน่วงถ่วงการขยายตัวทางเศรษฐกิจทั้งระดับประเทศ และระดับครัวเรือน คือเรื่องหนี้ 4 พรรค ตอบโจทย์การแก้หนี้ทุกระดับไว้ ดังนี้

นายสิริพงศ์ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือน แบ่งเป็น หนี้ดี และหนี้เสีย ซึ่งมาตรการเร่งด่วนคือแก้ไขหนี้ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท นับเป็นครั้งแรกที่รัฐเลือกแก้หนี้โดยให้ความสำคัญกับ “จำนวนลูกหนี้” มากกว่า “มูลค่าหนี้” เนื่องจากลูกหนี้ในกลุ่มนี้มีสัดส่วนสูงถึงประมาณ 40-50% ของลูกหนี้ทั้งหมดในระบบ

สำหรับลูกหนี้ชั้นดี ให้ “รางวัล” แก่ลูกหนี้ที่มีวินัยทางการเงิน ด้วยการเปิดโอกาสให้เข้าถึงสินเชื่อใหม่ในอัตราดอกเบี้ยและวงเงินที่ใกล้เคียงกับหนี้เดิม เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้ดำเนินการแล้ว และมีแนวทางที่จะดำเนินการต่อสำหรับการแก้หนี้

ปชน.ชู 2 ขา แก้หนี้

นายวีระยุทธกล่าวว่า ปัญหาหนี้ของไทยมีความหลากหลายและซับซ้อนสูง ไม่ใช่หนี้ประเภทเดียวหรือเจ้าหนี้รายเดียวอีกต่อไป โดยเฉพาะหนี้ครัวเรือนที่ทับซ้อน ทั้งบัตรเครดิต หนี้นอกระบบ และหนี้จากการทำธุรกิจขนาดเล็ก ทำให้กลไกของรัฐเพียงอย่างเดียวไม่สามารถตอบโจทย์ได้ครบถ้วน

ดังนั้น ถ้าจะตีโจทย์หนี้ครัวเรือน หนี้ SMEs ให้แตก ต้องให้กลไกตลาดเข้ามาช่วย จึงเสนอโมเดล “หมอหนี้” เปิดทางให้ภาคเอกชน ธนาคาร น็อนแบงก์ หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินที่ผ่านคุณสมบัติ เข้ามาทำหน้าที่จัดการและปรับโครงสร้างหนี้ โดยให้รัฐถอยมาเป็นผู้กำกับ ดูแลผู้ที่จะเป็น “หมอหนี้” มีมาตรฐาน มีความสามารถพอที่จะมาจัดการหนี้ พร้อมกับให้ลูกหนี้เลือกได้ว่าจะเลือกหมอหนี้ประเภทใด

“เช่น บางคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน มีหนี้บัตรเครดิตเยอะ ๆ เขาอาจจะอยากได้หมอหนี้แบบหนึ่ง หรือ SMEs ที่มีหนี้เยอะ ๆ อาจอยากได้หมออีกแบบหนึ่ง โมเดลนี้เพราะเชื่อว่าจะตอบโจทย์ความซับซ้อนของลูกหนี้ได้ดีขึ้นกว่าเดิม” นายวีระยุทธกล่าว

ส่วนเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 70 ปี ซึ่งส่วนใหญ่ชำระหนี้ไปแล้วเกินกว่าเงินต้น แต่ยังคงต้องผ่อนชำระดอกเบี้ย พรรคประชาชนเห็นว่า ถ้าชำระหนี้เกินเงินต้นแล้ว ก็ควรได้รับการปลดภาระหนี้อย่างเหมาะสม

ปชป.ชูแก้หนี้ 4 กลุ่ม

นางการดีกล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ให้ความสำคัญกับการแก้หนี้ 4 กลุ่มหลัก กลุ่มแรก คือ หนี้เกษตรกร ซึ่งเป็นหนี้ที่สามารถสร้างผลิตภาพได้ พรรคเสนอให้รับซื้อหนี้เกษตรกรจากสถาบันการเงินเพื่อนำมาปรับโครงสร้างใหม่ ลดอัตราดอกเบี้ยให้อยู่ในระดับต่ำมากพอที่จะแก้หนี้ได้

กลุ่มที่สอง คือ หนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) สนับสนุนให้มีงานทำตั้งแต่ช่วงเรียน เช่น งานธุรการในสถานศึกษา หรือการเชื่อมโยงกับภาคเอกชน เพื่อให้สามารถชำระหนี้หรือบรรเทาภาระหนี้ระหว่างเรียน และใช้กลไกการจับคู่งานกับผู้กู้ที่จบการศึกษาแล้วอย่างเป็นระบบ

กลุ่มที่สาม หนี้ครู ต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจทางการเงิน การรีไฟแนนซ์อย่างเหมาะสม เพื่อให้ครูมีเสถียรภาพทางการเงิน และสามารถถ่ายทอดความรู้ด้านวินัยการเงินไปยังนักเรียนได้ในระยะยาว

กลุ่มที่สี่ คือ หนี้ครัวเรือน ซึ่งพรรคแสดงความกังวลต่อรูปแบบสินเชื่อใหม่ โดยเฉพาะแพลตฟอร์ม “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” (Buy Now Pay Later) ที่เข้าถึงได้ง่าย ขณะที่รายได้ประชาชนไม่ได้เพิ่มขึ้น จึงเห็นว่าถึงเวลาที่รัฐต้องเข้ามากำกับดูแลทั้งแพลตฟอร์มและสถาบันการเงินอย่างจริงจัง พร้อมส่งเสริมองค์ความรู้ทางการเงินแก่ประชาชน

เพื่อไทย แก้หนี้ 5 กลุ่ม

นายเผ่าภูมิกล่าวว่า พรรคเพื่อไทยมองการแก้ปัญหาหนี้ของประเทศไทยในภาพรวมทั้งระบบ และเสนอ 5 มาตรการหลักเพื่อแก้ไขภาระหนี้ให้กับประชาชน มาตรการแรก แก้หนี้ให้ประชาชนโดยทั่วไป ผ่านการใช้บริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เข้าซื้อหนี้เสียมาบริหารจัดการรวมศูนย์ โดยลูกหนี้ที่เป็น NPL ต่ำกว่า 200,000 บาท และเป็นหนี้เสียไม่มีหลักประกันเกินกว่า 1 ปี ทั้งสถาบันการเงินเอกชนและรัฐ สามารถเข้าโครงการเจรจาชำระหนี้ โดยจ่ายเพียง 10% ของยอดหนี้ เพื่อปิดจบหนี้

มาตรการที่สอง คือ การแก้หนี้ผู้สูงอายุวัยเกษียณ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปี รัฐเข้าไปจัดการหนี้ที่เป็น NPL เกิน 1 ปี และมียอดหนี้ต่ำกว่า 100,000 บาท ลูกหนี้ไม่ต้องดำเนินการใดเพิ่มเติม ปลดภาระและเปิดโอกาสให้เริ่มต้นชีวิตใหม่ได้

มาตรการที่สาม คือ การแก้หนี้เกษตรกร เสนอ “โครงการพักหนี้เกษตรกร” เป็นระยะเวลา 3 ปี สำหรับหนี้ไม่เกิน 500,000 บาท โดยพักทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย มาตรการที่สี่ คือ การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านโครงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อรีไฟแนนซ์หนี้นอกระบบ ลดความเสี่ยงจากดอกเบี้ยสูงและความไม่เป็นธรรม

มาตรการที่ห้า คือ การให้รางวัลแก่ผู้มีวินัยทางการเงิน โดยผู้ที่ชำระหนี้ดีควรได้รับแรงจูงใจ ไม่ใช่ถูกปฏิบัติด้วยมาตรฐานเดียวกับผู้ผิดนัดชำระหนี้ พร้อมส่งเสริมการสร้างประวัติเครดิตที่ดี เพื่อเปิดทางสู่สินเชื่อในอนาคต

ปชป.ชูอุตสาหกรรมอวกาศ

สำหรับการตอบคำถามเรื่อง เครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ S-curve ตัวจริงคืออะไรที่จะสร้างรายได้ใหม่ใน 4 ปี ตัวแทนประชาธิปัตย์ นางการดีอธิบายว่า เครื่องยนต์ของไทยเก่าและคนของเราก็แก่ เราจะพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ไปสู่การเติบโตของ GDP ให้ได้ 5% ภายใน 4 ปี ได้อย่างไร ดังนั้น เราต้องต่อยอดอุตสาหกรรมเดิมไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ที่โลกต้องการได้ เช่น การเกษตรและอาหารมูลค่าสูง เช่น อาหารเพื่อสุขภาพ (Functional Food) หรือการผลิตอาหารที่มีสรรพคุณเป็นยา โดยจะใช้ความหลากหลายทางชีวภาพของไทยมาต่อยอดด้วยงานวิจัย

Green Manufacturing พลังงานสะอาด ถูกมองว่าเป็นความมั่นคงอีกประเภทหนึ่งที่นักลงทุนให้ความสำคัญ ยังตั้งเป้าสนับสนุนให้อุตสาหกรรม EV เกิดการผลิตภายในประเทศและเพิ่มสัดส่วน Local Content ให้มากขึ้น

เศรษฐกิจดิจิทัลและข้อมูล (Data Economy) ให้มองไกลกว่าการดึงดูดบริษัทใหญ่จากต่างประเทศ มาตั้ง Data Center รัฐบาลต้องสร้างเกมให้ผลิตคนให้เข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานของ Data Economy เช่น การทำความสะอาดข้อมูล (Data Cleansing), การบำรุงรักษา Data Center และระบบเคเบิลใต้น้ำ

Wellness, Longevity เรามีต้นทุนที่ดี ต้องต่อยอดการท่องเที่ยวไปสู่ Wellness and Longevity โดยเชื่อมต่อกับอาหารสุขภาพ และการผลักดันให้ไทยผลิตเครื่องมือทางการแพทย์ ผ่านการวิจัยในโรงเรียนแพทย์ และต้องแก้ไขกฎหมายที่ล้าหลัง ที่เป็นอุปสรรคต่อการประชาสัมพันธ์ความเก่งกาจทางการแพทย์ของไทย เพื่อให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางด้านสุขภาพระดับโลก

Talent Economy สนับสนุนอุตสาหกรรมคอนเทนต์และเกม ซึ่งมองว่าเป็นอนาคตของ e-Commerce เรามีศักยภาพแต่ยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างเป็นรูปธรรม

สุดท้าย เศรษฐกิจอวกาศ เราพยายามผลักดันกฎหมาย Thailand Space Act ซึ่งเศรษฐกิจอวกาศ โดยเน้นการใช้ข้อมูลจากการสังเกตโลก (Earth Observation) มาแก้ปัญหาเกษตรและโลจิสติกส์ รวมถึงการสำรวจอวกาศ (Space Exploration) เนื่องจากไทยมีข้อได้เปรียบทางภูมิศาสตร์ ซึ่งถือว่าเป็นต้นทุนที่ดี

เผ่าภูมิ ชู Financial Hub

นายเผ่าภูมิตอบในเรื่องนี้ว่า ต้องมีเทคโนโลยี มุ่งเน้นการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) เพื่อให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี ปรับปรุงการศึกษาและเตรียมความพร้อมของแรงงาน ส่งเสริมให้มีการใช้วัตถุดิบหรือชิ้นส่วนภายในประเทศ

อุตสาหกรรมเป้าหมายหลัก ที่จะให้น้ำหนักอย่างเด่นชัด คือ ภาคการเงิน โดยต้องเน้นการเป็น “ศูนย์กลางทางการเงิน หรือ Financial Hub ชูเรื่องอุตสาหกรรมบริการการเงิน (Financial Services) เป็น New S-curve ให้มี พ.ร.บ. Financial Hub เพื่อแก้ไขปัญหาความกระจัดกระจายของการขอใบอนุญาต ให้กลายเป็นแบบ One Stop Service

ต้องเป็นเสือที่มีขาของตัวเอง

นายวีระยุทธกล่าวว่า ถ้าจะฟื้นความเป็นเสือตัวที่ 5 เราต้องทำให้ประเทศไทย “มีขาเป็นของตัวเอง” ผ่านการพัฒนาเทคโนโลยีของตนเอง แทนที่จะพึ่งพาเพียงการดึงดูดเทคโนโลยีจากต่างชาติเหมือนในอดีต เช่น อุตสาหกรรมรถ EV พรรคเสนอให้เปลี่ยนวิธีคิดจากเดิมที่เน้นสร้าง “Product Champion” เช่น การพยายามผลิตรถยนต์ทั้งคัน มาเป็นการสร้าง “ชิ้นส่วนยุทธศาสตร์” (Strategic Component) แทน เพราะในโลกยุคปัจจุบันการจะผลิตสินค้าสำเร็จรูปแข่งกับมหาอำนาจอย่างจีนเป็นไปได้ยากมาก

สำหรับการลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย พรรคเสนอให้เน้นการลงทุนใน 3 ด้าน ได้แก่ 1.เซ็นเซอร์ (Sensors) : เพื่อยกระดับสินค้าเดิมและสร้างอุตสาหกรรมใหม่ 2.โฟโตนิกส์ (Photonics) : สำหรับใช้ในระบบ AI และการพลังงานแสง 3.พาวเวอร์บอร์ด (Power Board) เช่น บอร์ดควบคุมในเครื่องปรับอากาศ ซึ่งปัจจุบันไทยนำเข้าจากจีนจำนวนมาก ทั้งที่มีศักยภาพในการวิจัยและพัฒนาเอง

ภท.ไม่ให้ไทยตกขบวน EV

ด้านนายสิริพงศ์กล่าวว่า สำหรับพรรคภูมิใจไทย แน่นอนอุตสาหกรรมยานยนต์ที่เปลี่ยนมาเป็นรถ EV เป็นเรื่องหนึ่งที่ไทยไม่ควรตกขบวน เพราะไทยมีความพร้อมมากที่สุด ด้านพลังงานสะอาด ซึ่งในอนาคตจะเกี่ยวข้องกับกำแพงภาษี จะต้องมีตลาดในการซื้อขาย Carbon Credit ที่เป็นมาตรฐานสากลให้ได้ และเราจะเป็น ASEAN Power Grid มีหน้าที่ป้อนพลังงานให้กับประเทศอื่น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 4 พรรคชูธงอนาคตเศรษฐกิจ ชิงหวยเงินล้าน-กวาดคนเข้าระบบภาษี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...