ธปท. เร่งคุม เทรดทองออนไลน์ ขีดเส้นซื้อขายต่อวันไม่เกิน 50 ล้าน เริ่มใช้ 1 มี.ค.นี้
ธปท. เร่งคุม เทรดทองออนไลน์ ขีดเส้นซื้อขายต่อวันไม่เกิน 50 ล้าน เริ่มใช้ 1 มี.ค.นี้ พร้อมสั่งรายงานการซื้อขายเกิน 20 ล้านบาทต่อรายการ มีผลย้อนหลังตั้งแต่ 26 ม.ค.
วันที่ 28 ม.ค. 2569 นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทยเตรียมออกมาตรการควบคุมการซื้อขายทองคำผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้เงินบาท เพื่อดูแลผลกระทบต่อค่าเงินบาท โดยจะแบ่งการดำเนินการออกเป็น 2 ระยะหลัก ดังนี้
ระยะแรก ธปท.จะขอความร่วมมือให้ร้านค้าทองคำและแพลตฟอร์มซื้อขายทองออนไลน์ ทั้งที่ซื้อขายเป็นเงินบาทและสกุลดอลลาร์สหรัฐ ส่งข้อมูลการซื้อขายทองคำมาให้ ธปท. เพื่อจัดทำฐานข้อมูลกลาง
เนื่องจากที่ผ่านมการซื้อขายทองคำออนไลน์ยังไม่มีหน่วยงานใดกำกับดูแลโดยตรง ทำให้ไม่มีข้อมูลที่แท้จริงเกี่ยวกับปริมาณและลักษณะการซื้อขาย ทั้งที่ธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่าสูงและส่งผลกระทบต่อค่าเงินบาทอย่างมีนัยสำคัญ
ทั้งนี้ ธปท.จะกำหนดให้ธุรกรรมซื้อขายทองคำออนไลน์ที่มีมูลค่าเกิน 20 ล้านบาทต่อรายการ ต้องรายงานข้อมูลเป็นกรณีพิเศษ รวมถึงกรณีที่มีการซื้อทองคำผ่านแอปพลิเคชันแล้วถอนเป็นทองคำจริง (physical) ด้วย โดยมาตรการรายงานข้อมูลจะประกาศใช้ภายในสัปดาห์นี้ และให้มีผลย้อนหลังตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม 2569 เป็นต้นไป
ทั้งนี้ การรายงานครั้งแรกสามารถมีระยะเวลาผ่อนผันประมาณ 7-10 วัน แต่ธุรกรรมที่เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 26 มกราคม เป็นต้นไป ต้องถูกรายงานทั้งหมด
สำหรับระยะที่สอง ธปท.จะดำเนินการกำกับและจำกัดปริมาณการซื้อขายทองคำออนไลน์ โดยจะใช้เฉพาะแพลตฟอร์มที่ซื้อขายเป็นเงินบาทเท่านั้น ไม่รวมแพลตฟอร์มที่ซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์สหรัฐ และไม่รวมการซื้อขายผ่านร้านทองทั่วไป โดยจะกำหนดเพดานการซื้อหรือขายต่อวันต่อบุคคลไม่เกิน 50 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับที่ค่อนข้างสูง และไม่กระทบต่อผู้ลงทุนรายย่อย
นายวิทัย ระบุว่า การกำหนดเพดาน 50 ล้านบาทเป็นเพียงการวางระดับไว้ก่อน เนื่องจากขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอ โดยหลังจากได้ฐานข้อมูลครบถ้วนแล้ว ธปท.อาจพิจารณาปรับลดเพดานดังกล่าวในอนาคต โดยคาดว่าจะออกได้ภายใต้ประกาศราชกิจจานุเบกษาภายในวันศุกร์นี้ (30 ม.ค. 2569)
สำหรับการบังคับใช้มาตรการกำกับเพดาน 50 ล้านบาท ธปท.จะให้ระยะเวลาผ่อนผัน (grace period) แก่ผู้ประกอบการประมาณ 1 เดือน เนื่องจากต้องมีการปรับปรุงระบบไอที โดยเฉพาะการแยกธุรกรรมทองคำเก่าและทองคำใหม่ให้ชัดเจน ซึ่งแพลตฟอร์มทองคำหลักประมาณ 15 ราย จะต้องดำเนินการปรับระบบก่อนที่มาตรการจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2569
“เราไม่ได้จำกัดสิทธิ์ในทองคำเดิมที่ประชาชนมีอยู่ แต่เป็นการคุมการซื้อใหม่ในอนาคต เพื่อลดแรงกระแทกต่อค่าเงินบาท ซึ่งมาตรการนี้ต้องใช้เวลาให้ผู้ประกอบการประมาณ 15 ราย ปรับปรุงระบบไอทีเพื่อแยกแยะทองเก่าและทองใหม่”
นายวิทัย กล่าวเพิ่มเติมว่า ในอดีตเคยมีข้อถกเถียงว่าทองคำเกี่ยวข้องกับดุลการค้านำเข้าหรือไม่ แต่เมื่อ ธปท.ตรวจสอบแล้วพบว่า ธุรกรรมทองคำแทบทั้งหมดเป็นการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการนำเข้าโดยตรง
โดยในช่วงเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ค่าเงินบาทแข็งค่าจากระดับประมาณ 33 บาทต่อดอลลาร์ มาอยู่ที่ราว 31.4 บาท ภายในเวลาเพียง 3 วันทำการ พบว่าแรงขายดอลลาร์จากธุรกรรมทองคำคิดเป็นถึง 45% ของการขายดอลลาร์ทั้งหมดในประเทศ ขณะเดียวกัน ในช่วงเดือนสิงหาคม แรงขายดอลลาร์จากทองคำมีสัดส่วนสูงถึง 62% ของธุรกรรมขายดอลลาร์ทั้งประเทศ
“คนไทยมีวัฒนธรรมการสะสมทองคำอยู่แล้ว ขณะที่ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ตลาดหุ้นตกต่อเนื่อง คนจำนวนมากจึงย้ายเงินจากตลาดหุ้นเข้ามาในตลาดทอง เพราะเป็นตลาดที่สามารถทำกำไรได้”นายวิทัยกล่าว
ทั้งนี้ ปัญหาสำคัญคือธุรกิจทองคำเป็นธุรกิจที่แทบไม่มีหน่วยงานกำกับดูแล ทั้งที่มูลค่าการซื้อขายต่อวันสูงกว่าการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งตลาดหุ้นยังมีกลไกกำกับจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ขณะที่ตลาดทองคำกลับไม่มีหน่วยงานใดดูแลโดยตรง และธนาคารแห่งประเทศไทยก็ไม่สามารถเข้าไปกำกับได้โดยตรงเช่นกัน
ล่าสุดค่าเงินบาทแข็งค่าหลุดระดับ 31 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในรอบ 4 ปี ด้านราคาทองคำปรับตัวขึ้นแรง โดยอยู่ที่ประมาณ 5,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพิ่มขึ้นกว่า 65% ในปีที่ผ่านมา และตั้งแต่ต้นปีนี้ แม้ยังไม่ครบเดือน ราคาทองคำก็ปรับขึ้นมาแล้วราว 20%
“สถานการณ์นี้ส่งผลให้เกิดแรงกดดันต่อค่าเงินบาททันที ธปท.จึงต้องเข้าไปดูแลค่าเงินอย่างต่อเนื่อง และพร้อมใช้ศักยภาพเต็มที่ภายใต้กรอบกติกาสากล โดยไม่เข้าข่ายการบิดเบือนค่าเงิน หรือ Currency Manipulation” นายวิทัยกล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธปท. เร่งคุม เทรดทองออนไลน์ ขีดเส้นซื้อขายต่อวันไม่เกิน 50 ล้าน เริ่มใช้ 1 มี.ค.นี้
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th