PTG บุกหนัก Non-Oil ปักธงปี 69 โตไม่ต่ำ 50% ทุ่มงบ 4.5 พันลบ. ขยาพอร์ตต่อเนื่อง ปั๊มยอดขาย “พันธุ์ไทย” แตะ 1 หมื่นลบ.
PTG กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท เน้นขยายอาณาจักร Non-Oil ตั้งเป้ากาแฟพันธุ์ไทยกวาดรายได้ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับเป้าสัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil แตะ 50% ในปี 70 ฟากซีอีโอ "พิทักษ์" มองน้ำมันขาดแคลนเป็นเพียงภาวะตื่นตระหนกทำขนส่งล่าช้า พร้อมสำรองน้ำมันเพิ่มเป็น 3% ตามเกณฑ์รัฐ
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวน้ำมันหมดในสถานีบริการบางแห่ง โดยมองว่าน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ แต่กระบวนการขนส่งอาจเกิดความล่าช้าเนื่องจากปรับตัวไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
โดยปรากฏการณ์ "น้ำมันหมดปั๊ม" เกิดจากความกังวลของผู้บริโภค 2 ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ และการเตรียมปรับราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐหลังครบกำหนดการตรึงราคา ทำให้เกิดภาวะตื่นตระหนก มีการแห่เติมน้ำมันและกักตุนน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าปกติ
สำหรับการเตรียมพร้อมรับนโยบายเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายเป็น 3% จาก 1% ในเดือนเมษายนนี้ บริษัทคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มประมาณ 200-300 ล้านบาท สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มขึ้นราว 10-20 ล้านลิตร จากปัจจุบันที่บริษัทสำรองน้ำมันอยู่ที่ 10 ล้านลิตร
ส่วนข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมันของผู้ประกอบการ นายพิทักษ์ยืนยันว่าไม่มีรายใดกล้ากักตุน เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด ทั้งการตรวจวัดระดับน้ำมันดิบใต้ดินและสต็อกในคลัง อีกทั้งการกักตุนยังผิดกฎหมายและส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว
ในส่วนของประเด็นการปรับราคาน้ำมันขึ้นหลังครบกำหนดการตรึงราคาจากภาครัฐ 15 วันนั้น บริษัทมองว่าภาครัฐน่าจะมีการทยอยปรับขึ้น ไม่ใช่การปรับขึ้นครั้งเดียว
ขณะที่ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าภายใต้แนวคิด "Everywhere, Everyday, Everyone" โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใน Ecosystem เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจ (Infrastructure) ที่แข็งแกร่ง
โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโต 3-5% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจ Non-Oil คาดเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยที่ตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำรายได้ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้น (Gross Profit) จากธุรกิจ Non-Oil จะเพิ่มขึ้นเป็น 45% ภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2572
ด้านงบลงทุนในปีนี้บริษัทวางไว้ราว 4,000 - 4,500 ล้านบาท โดยเน้นการขยายธุรกิจ Non-Oil เป็นหลัก โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทย ส่วนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันจะใช้งบไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงศักยภาพสาขาเดิมให้เป็นศูนย์กลางชุมชน
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints ให้มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยขยายสู่ 3,000 สาขา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ อีกกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่น ๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ