โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

PTG บุกหนัก Non-Oil ปักธงปี 69 โตไม่ต่ำ 50% ทุ่มงบ 4.5 พันลบ. ขยาพอร์ตต่อเนื่อง ปั๊มยอดขาย “พันธุ์ไทย” แตะ 1 หมื่นลบ.

Wealthy Thai

อัพเดต 16 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 08.30 น.

PTG กางแผนปี 69 ทุ่มงบ 4,500 ล้านบาท เน้นขยายอาณาจักร Non-Oil ตั้งเป้ากาแฟพันธุ์ไทยกวาดรายได้ 1 หมื่นล้านบาท พร้อมปรับเป้าสัดส่วนกำไรขั้นต้น Non-Oil แตะ 50% ในปี 70 ฟากซีอีโอ "พิทักษ์" มองน้ำมันขาดแคลนเป็นเพียงภาวะตื่นตระหนกทำขนส่งล่าช้า พร้อมสำรองน้ำมันเพิ่มเป็น 3% ตามเกณฑ์รัฐ
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงกรณีที่มีกระแสข่าวน้ำมันหมดในสถานีบริการบางแห่ง โดยมองว่าน้ำมันในประเทศมีเพียงพอ แต่กระบวนการขนส่งอาจเกิดความล่าช้าเนื่องจากปรับตัวไม่ทันต่อความต้องการที่พุ่งสูงขึ้นกะทันหันในช่วงต้นเดือนที่ผ่านมา
โดยปรากฏการณ์ "น้ำมันหมดปั๊ม" เกิดจากความกังวลของผู้บริโภค 2 ปัจจัยหลัก คือ สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางที่อาจกระทบต่อช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญ และการเตรียมปรับราคาน้ำมันดีเซลของภาครัฐหลังครบกำหนดการตรึงราคา ทำให้เกิดภาวะตื่นตระหนก มีการแห่เติมน้ำมันและกักตุนน้ำมันในปริมาณที่มากกว่าปกติ
สำหรับการเตรียมพร้อมรับนโยบายเพิ่มปริมาณน้ำมันสำรองตามกฎหมายเป็น 3% จาก 1% ในเดือนเมษายนนี้ บริษัทคาดว่าต้องใช้เงินลงทุนเพิ่มประมาณ 200-300 ล้านบาท สำหรับปริมาณน้ำมันสำรองที่เพิ่มขึ้นราว 10-20 ล้านลิตร จากปัจจุบันที่บริษัทสำรองน้ำมันอยู่ที่ 10 ล้านลิตร
ส่วนข้อสงสัยเรื่องการกักตุนน้ำมันของผู้ประกอบการ นายพิทักษ์ยืนยันว่าไม่มีรายใดกล้ากักตุน เนื่องจากภาครัฐมีมาตรการตรวจสอบที่เข้มงวด ทั้งการตรวจวัดระดับน้ำมันดิบใต้ดินและสต็อกในคลัง อีกทั้งการกักตุนยังผิดกฎหมายและส่งผลเสียต่อความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว
ในส่วนของประเด็นการปรับราคาน้ำมันขึ้นหลังครบกำหนดการตรึงราคาจากภาครัฐ 15 วันนั้น บริษัทมองว่าภาครัฐน่าจะมีการทยอยปรับขึ้น ไม่ใช่การปรับขึ้นครั้งเดียว
ขณะที่ทิศทางการดำเนินธุรกิจปี 2569 บริษัทจะเดินหน้าภายใต้แนวคิด "Everywhere, Everyday, Everyone" โดยมุ่งเน้นการขยายเครือข่ายโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจให้สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ในทุกพื้นที่ของประเทศ ผ่านการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ร้านค้าปลีก รวมถึงบริการด้านไลฟ์สไตล์ต่างๆ ภายใน Ecosystem เพื่อสร้างระบบนิเวศธุรกิจ (Infrastructure) ที่แข็งแกร่ง
โดยปีนี้บริษัทตั้งเป้าปริมาณการจำหน่ายน้ำมันเติบโต 3-5% จากปีก่อน ส่วนธุรกิจ Non-Oil คาดเติบโตมากกว่า 50% โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทยที่ตั้งเป้ายอดขายแตะ 10,000 ล้านบาท จากปีก่อนที่ทำรายได้ประมาณ 6,000-7,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าหมายสัดส่วนกำไรขั้นต้น (Gross Profit) จากธุรกิจ Non-Oil จะเพิ่มขึ้นเป็น 45% ภายในสิ้นปีนี้ และเพิ่มเป็น 50% ภายในปี 2570 ซึ่งเร็วกว่าเป้าหมายเดิมที่วางไว้ในปี 2572
ด้านงบลงทุนในปีนี้บริษัทวางไว้ราว 4,000 - 4,500 ล้านบาท โดยเน้นการขยายธุรกิจ Non-Oil เป็นหลัก โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์ไทย ส่วนธุรกิจสถานีบริการน้ำมันจะใช้งบไม่เกิน 1,000 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงศักยภาพสาขาเดิมให้เป็นศูนย์กลางชุมชน
นอกจากนี้ บริษัทยังตั้งเป้าเพิ่มจำนวน Max World Touchpoints ให้มีมากกว่า 7,000 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งเป็นเครือข่ายบริการที่เชื่อมโยงธุรกิจพลังงานและธุรกิจ Non-Oil ภายใน Ecosystem ของบริษัทเข้าด้วยกัน แบ่งเป็น สถานีบริการน้ำมันกว่า 2,300 แห่ง ธุรกิจกาแฟพันธุ์ไทยขยายสู่ 3,000 สาขา ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอื่นๆ อีกกว่า 200 แห่ง ธุรกิจ LPG มากกว่า 800 แห่ง รวมถึงบริการ Non-Oil และธุรกิจอื่น ๆ อีกกว่า 950 จุดบริการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...