‘แอน ทองประสม’ สู้สุดตัวดึง ‘โป๊ป ธนวรรธน์’ พลิกบทบาทลั่น นี่คือสมบัติของช่องที่ห้ามหยุดส่องแสง!
ห่างหายไปนานจนแฟนคลับแทบขาดใจ สำหรับพระเอกห้างแตก “โป๊ป-ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ” ที่ล่าสุดทำเอาโลกโซเชียลแทบล่ม เมื่อเจ้าตัวปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในรอบ 2 ปี ในงาน “มหกรรมความบันเทิงฉลองครบรอบ 56 ปี ช่อง 3 มีอะไรใหม่” เพื่อเปิดตัวละครโปรเจกต์ยักษ์ “รักแสนล้านไมล์” ของผู้จัดมือทอง “แอน ทองประสม” ที่แฟนๆ ต่างตั้งตารอว่าทำไมถึงยอมใจอ่อนกลับมารับงานอีกครั้ง
โดยผู้จัดคนเก่ง“แอน ทองประสม” ได้เปิดเผยถึงเบื้องหลังการดึงตัวพระเอกตัวพ่อว่า "ปีนี้ 2 เรื่องคือจริงๆแล้ว แอนต้องทำละครประมาณปีละเรื่องอยู่แล้ว ซึ่งเรื่อง"รักแสนล้านไมล์"เป็นเรื่องที่ต้องถ่ายทำเมื่อปีที่แล้ว แต่เกิดเหตุขัดข้องเทคนิคที่ทำให้ถ่ายทำไม่ได้ทั้งปี แอนเลยต้องยกรักแสนล้านไมล์มาถ่ายทำปีนี้ มันก็เลยชนกับเรื่องของปีนี้ก็คือเรื่อง"จนกว่ารักบันดาลใจ"มันก็เลยมาอยู่ด้วยกัน 2 เรื่องในปีนี้เท่านั้นเองค่ะ จริงๆก็เฉลี่ยแล้วก็ปีละเรื่องนั่นแหละ การกลับมาของโป๊ป ธนวรรธน์ในรอบ 2 ปี ตอนแรกเขาก็ดูบ่ายเบี่ยงอยู่นะ เหมือนว่าจะดีเหรอ ผมเล่นได้เหรอ แอนบอกได้สิ ทุกคนยังอยากเห็นโป๊ปส่องแสงแล้วก็เล่นอะไรให้เราดู โป๊ปมีศักยภาพแล้วเป็นสมบัติของช่องที่งดงามมากคำนี้เลยแอนใช้จริงๆค่ะ แอนไม่ได้พูดเพื่อไปหว่านล้อม แอนคิดอย่างนั้นจริงๆ แอนว่าโป๊ปสะสมบารมีสะสมวิชาสะสมความเก่งจนมาถึงทุกวันนี้ แล้วอยู่ๆคุณจะหยุดไปเพื่ออะไร เราไม่เห็นด้วย"
"ถามว่านานไหมกว่าเขาจะเซย์เยส ก็ไม่ได้นานขนาดนั้นแต่เขาก็มีไม่ได้ตอบรับในครั้งแรก ก็คือขอดูบทก่อน คือจริงๆเราก็เล่าเรื่องย่อก่อน แล้วเขาก็ยังไม่รู้อะไร เราก็เรียกมาคุยให้มาเจอผู้กำกับ ให้มาเข้าใจโลก เปิดreferenceละครให้ดูว่ามันเป็นโลกแบบนี้ เขาก็เข้าใจระดับหนึ่ง เปิดใจก็กลับบ้านไป ก็ให้เอาบทไปอ่านพอเอาบทไปอ่านเขาก็โอเคเอยากเล่น ถามว่าทำไมต้องเป็นโป๊ป ธนวรรธน์คือจริงๆเขาอาจจะเล่นย้อนยุคเป็นพีเรียดมาเยอะ เราก็รู้สึกว่าเราคิดถึงโป๊ปในลุคของผู้ชายปัจจุบันที่ใส่ชุดธรรมดาเหมือนมนุษย์คนหนึ่ง ก็เลยคิดถึงเขาอยากให้เขากลับมาแล้วก็เชื่อว่าเขามีอะไรหลายอย่างที่สามารถเป็นตัวละครเราได้
แอน ทองประสม เผยต่อว่า "โป๊ปไม่ต้องเคาะสนิมนะคะ เพียงแต่ต้องทำความเข้าใจกับเขานิดหนึ่ง เพราะว่าเรื่องที่เราโคตรจะเข้าใจยากการแสดงมันจะใหม่นิดหนึ่ง เป็นเรื่องของคน2โลกที่ต้องมาเจอกันแต่แอนไม่ได้เล่าเป็นแบบแฟนตาซีจ๋าขนาดนั้นนะคะแต่ว่าแค่ว่าผู้หญิงคนหนึ่งที่เป็นผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง อยู่อีกโลกหนึ่งกับผู้ชายที่อยู่ในอีกอารยธรรมหนึ่ง อยู่อีกดาวหนึ่งแล้วมาเจอกัน แล้วก็มันจะมีเรื่องของการคัดเลือกทางพันธุกรรมว่าเอ่อคนเรามันจะรักกันด้วยความรักหรือว่ามันจะต้องคัดเลือกความเหมาะสมกันในเรื่องของDNAหรือพันธุกรรม เรื่องสุขภาพของโป๊ป แอนไม่ได้ให้เขาโลดโผนอะไรมากมายอยู่แล้วค่ะ ก็น่าจะไม่น่าเป็นอุปสรรคอะไรนะ ถ้าเกิดว่าเราโชคดีไม่ได้มีอะไรแบบเกิดขึ้นกับเขา
"เคมีกับมิ้นท์ รัญชน์รวี แอนว่าความใหม่ของเขามีความพิเศษบางอย่างที่เราไม่เคยเห็นเขาชนกันมาก่อน แอนรู้สึกว่าเวลาเขาอยู่ด้วยกันแล้วเรา ในฐานะผู้จัดนะเรามองเห็นความใจเต้นอะไรบางอย่าง พอมาอยู่ด้วยกันเนี่ยมันจะมีเห็นพลังงานบางอย่างซึ่งแอนว่าสร้างได้ไม่ได้กังวลเลย เรื่องของความกดดัน ก็ยอมรับว่าแฟนเขาเยอะเนาะและการคาดหวังมันก็คงจะเยอะ คือถ้าแอนมัวแต่กังวลเราก็จะไม่สามารถทำอะไรที่เราอยากจะทำได้ ก็เลยคิดว่าไม่เป็นไรถ้าท้ายสุดมันอาจจะไม่ได้ได้คะแนนเต็มร้อยอย่างที่คนคาดหวัง แต่เราทำให้ได้เต็มเป้าที่เราอยากจะไปให้ถึง ตรงนั้นก็เดี๋ยววัดกันดูว่าคนดูจะตอบรับได้แค่ไหน แต่ไม่ได้กดดันกับการที่เขาเป็นพระเอกแล้วคนดูเยอะ หรือจะอยากให้ดัง เหมือน เรื่องบุพเพสันนิวาส แอนคงทำไม่ได้อันนั้นคือเป็นประวัติศาสตร์ชาติต้องจารึก มันจะมีสักกี่คนทำละครได้ขนาดนั้น แอนยังไม่รู้ชีวิตของการเป็นผู้จัดแอนจะได้ทำแบบนั้นหรือเปล่า จะมีบารมีถึงที่จะทำได้แบบนั้นหรือเปล่า แอนก็เลยเชื่อว่าให้เขากลับมาbacktobasicมาเป็นผู้ชายธรรมดากับละครธรรมดาอะไรแบบ"
แอน เผยอีกว่า "กลับมาแล้วเขาก็หล่อนะคะ เหมือนเขาไปชุบตัวแล้วก็ไปเล่นออกกำลังกายอยู่ในถ้ำของเขากลับมาร่างกายก็ไม่แบบไม่ยมไม่อ่อม สมกับที่เป็นสมบัติของชาติของช่อง คือไม่อยากให้เขาคิดว่าเอ้ยผมอายุเยอะแล้ว ผมจะเล่นได้เหรอโป๊ปตัดเรื่องอายุไปเลย ถามว่าเขามีความกังวลตรงนี้ไหม ไม่แน่ใจ แต่พอเราบอกว่าอายุในเรื่องของพระเอกกับนางเอกมันคนละประมาณ ไม่ต้องกังวลไม่ต้องไปแบกนั้น ในพาร์ทของละคร
เมื่อถามถึงความยากในการทำละครยุคนี้ แอน เปิดใจว่า "ที่แอนตัดสินใจทำพล็อตใหม่ๆมา คือจริงๆแล้วแอนก็ทำเมโลดราม่า ทำโรแมนติกปกตินี่แหละเพียงแต่ว่ามันก็เป็นละครต่างชนชั้นอีกเรื่องหนึ่ง ถ้าในอดีตก็คือคนรวยคนจนคบกันไม่ได้ แต่อันนี้มันเป็นเรื่องของพันธุกรรมและDNAที่ไม่แมตช์กัน ก็แค่มาเปลี่ยนเรื่องแต่จริงๆมันก็เป็นเรื่องชนชั้นอยู่ดี แต่เราเล่าใหม่จริงๆก็มันก็คล้ายๆกับละครแมสเรื่องหนึ่ง เพียงแต่อาจจะเป็นเส้นเรื่องมันอาจจะมาในลักษณะการเล่าแบบปัจจุบันที่คนอาจจะรู้สึกว่ามันคืออะไรนะ พันธุกรรมที่มันไม่แมตช์แล้วมันจะรักกันได้ไหม ความยากของการทำละครในยุคนี้ยาก ด้วยทุกอย่างมันไปเร็วมาก แล้วก็ด้วยงบด้วยเงินด้วยอะไร ทุกอย่างคนดูมีสิทธิดูแล้วเราเองถ้ามีข้อจำกัดเยอะๆเราก็ไม่สามารถเสิร์ฟอะไรที่ทันท่วงทีหรือแบบทำให้เขาพอใจในสตอรี่เราได้ขนาดนั้น มันก็เหมือนเราต้องทำการบ้านหนักขึ้น แล้วก็ต้องจับความชอบ จับคิดให้ถูกจับกระแสให้ถูกเหมือนกันแล้วโลกมันเปลี่ยนเร็ว"
"อย่างเช่นเรากำลังปั้นเรื่องนี้อยู่กว่าจะตัดต่อ ถ่ายเสร็จความรู้สึกตรงนี้มั้นไปแล้วซึ่งมันคือความเสี่ยง เราก็ต้องมองให้เห็นเหมือนกัน แอนก็เลยไม่ได้เล่าอะไรล้ำมาก แอนเล่าเบสิคของรักโลภ โกรธ หลงธรรมดา ละครมันลงจริงแต่ว่าเรามีกลุ่มของเขาอยู่นะ ถ้าเราเสิร์ฟถูกจุดเขา แอนเชื่ออย่างนั้น คือคนมีอาชีพทำนา เราเป็นชาวนา เราทำได้ถ้าเราอยู่ๆเรารู้สึกว่าทำนาแล้วมันไม่ได้เงินมากหรือมันไม่ได้อะไรมาก แล้วอยู่เราก็ไม่อยากทำ แล้วใครจะทำข้าวให้เรากิน นึกออกไหมคะ เหมือนกันละคร มันก็เป็นพื้นฐานของละครไทยที่เป็นเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างหนึ่งของคนไทย มันต้องมีคนหลงเหลือให้ทำกันไว้อยู่บ้างแหละ เพียงแต่มันจะเหลือคนที่ทนทานอยู่กัยสภาวะแบบนี้ได้น้อยลง หมายถึงผู้จัดที่แข็งแกร่งใครอ่อนแอก็ต้องหยุดไป วันหนึ่งแอนก็อาจจะอ่อนแอแล้วต้องหยุดก็ได้ แอนก็ไม่รู้ แต่ ณ ตอนนี้แอนยังสู้อยู่แล้ว แอนก็ยังอยากทำให้เห็นอยู่แค่นั้นเลยค่ะ"