โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมการค้าต่างประเทศ จัดทัพลุยตรวจ Form Eป้องกันการสวมสิทธิ์ฤดูผลไม้

Khaosod

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 11.38 น.

กรมการค้าต่างประเทศ ผนึก สพจ. นครพนม จัดทัพเจ้าหน้าที่ลุยตรวจ Form E หน้าผลไม้ รับมือส่งออกทุเรียน ป้องกันการสวมสิทธิ์ ยกระดับผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า กรมได้เดินหน้าแผนเชิงรุกเตรียมความพร้อมรองรับมหกรรมส่งออกผลไม้ไทย ในช่วงเดือนมี.ค.-มิ.ย.2569 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียน มะม่วง และ มังคุด ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

โดยเฉพาะ Form E (อาเซียน-จีน) ทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญในตลาดจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและสร้างความลื่นไหลในระบบโลจิสติกส์ โดยการระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางสนับสนุนสำนักงานพาณิชย์จังหวัด (สพจ.) นครพนม ปฏิบัติงานเชิงบูรณาการในการตรวจอนุมัติหนังสือรับรองฯ ให้มีความรวดเร็วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน

พร้อมเปิดให้บริการในวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30-16.30 น. ตลอดทั้งฤดูกาล สัปดาห์เว้นสัปดาห์ในเดือนมี.ค.และเดือนมิ.ย. และเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลอดเดือนเม.ย.และพ.ค. ซึ่งเป็นช่วงที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการส่งออกผลไม้เยอะที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้ของไทยจะเดินทางออกจากด่านนครพนมไปสู่ประเทศจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

โดยจะเริ่มเปิดให้บริการตามแผนดังกล่าวข้างต้นในวันเสาร์ที่ 14 มี.ค.2569 เป็นวันแรก ซึ่งกรมและ สพจ.นครพนมจะประเมินผลเป็นรายวันและพร้อมปรับแผนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

แม้กรมจะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ยังยืนยันว่ายังให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกัน “การสวมสิทธิ์ทุเรียน” ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่เคยส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของไทยในปีที่ผ่านมา

ดังนั้น ในปี 2569 นี้ กรมจึงมีมาตรการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเป็นธรรม เพื่อคัดกรองสินค้าที่มีคุณภาพและมีแหล่งกำเนิดในไทยอย่างแท้จริง เป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส

พร้อมทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้าว่าทุเรียนที่ส่งออกจากไทยคือผลไม้คุณภาพระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานการตรวจสอบระดับสากล โดยกรมฯ มีแผนจะคุยกับ สพจ. 7 จังหวัด

ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร หนองคาย เชียงราย เชียงใหม่ ชลบุรี และสงขลา (หาดใหญ่) ที่ออกหนังสือรับรองฯ ผลไม้ โดยเฉพาะสินค้าทุเรียน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือ หากปริมาณการออกหนังสือรับรองฯ เพิ่มมากขึ้นในฤดูกาลผลไม้อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การตรวจสอบและอนุมัติหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด กรมการค้าต่างประเทศจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการส่งออกทุกภาคส่วน เตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและข้อมูลต้นทุนการผลิตให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน ตามระเบียบที่กำหนดไว้ก่อนการยื่นคำขอ

อาทิ Invoice ใบตราส่งสินค้า แบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดฯ ซึ่งต้องระบุข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่ การยืนยันแหล่งที่มาของสินค้า วันที่ส่งออก ด่านที่ส่งออก ประเภท/ชื่อยานพาหนะ หลักฐานที่แสดงการได้มาซี่งวัตถุดิบ/สินค้า ที่น่าเชื่อถือ เช่น ใบเสร็จซื้อขาย ใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) เป็นต้น ช่วยลดระยะเวลาในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่และป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น

กรมและสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดน และยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการผลักดันผลไม้ไทยให้ครองความสำเร็จในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 มีการออกหนังสือรับรองฯ Form E สินค้าทุเรียนไปยังประเทศจีน รวมทั้งสิ้น 61,767 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 4,264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สพจ. 3 แห่ง ที่ออกมากที่สุด ได้แก่ สพจ. นครพนม 33,321 ฉบับ มูลค่า 2,038.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สพจ. มุกดาหาร 10,348 ฉบับ มูลค่า 850.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสพจ. เชียงราย 8,220 ฉบับ มูลค่า 534.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2547 4830 / 0 2547 4838 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมการค้าต่างประเทศ จัดทัพลุยตรวจ Form Eป้องกันการสวมสิทธิ์ฤดูผลไม้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...