สรุป 5 เทรนต์ การตลาดปี 2026 จาก Google ในโพสต์เดียว
Google ได้ปล่อยบทวิเคราะห์ชื่อว่า “Top digital marketing trends and predictions for 2026” ที่ได้รวมรวมเทรนต์ด้านการตลาดที่ผู้เชี่ยวชาญของ Google มองว่า “มาแน่” ในปี 2026 นี้
รายละเอียดที่น่าสนใจมีอะไรบ้าง การตลาดปี 2026 หน้าตาเป็นแบบไหน ? TODAYBizview สรุปให้ในโพสต์เดียว
1. ปี 2026 คนจะโหยหา “ความสุขเฉพาะหน้า” เยอะขึ้น
ในปีนี้ผู้คนจะรู้สึกถึง “ความไม่แน่นอน” เยอะขึ้น ไม่ว่าจะกลัวตกงาน กลัวความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น ฯลฯ ซึ่งมีสาเหตุมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ค่อยดีและอีกหลาย ๆ ปัจจัยรวมกัน
Google มองว่าสภาวะแบบนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกวิตกกังวลขึ้นมาก ๆ จนอาจถึงขั้นที่ว่าคนไม่มั่นใจตัวเองว่าจะสามารถทำเป้าหมายชีวิตในระยะยาวอย่างเช่น การซื้อบ้าน, ซื้อรถ ฯลฯ ได้เลย ผู้คนเลยจะมีแนวโน้มแก้ปัญหาด้วยการ “ให้รางวัลตัวเองที่เห็นผลในระยะสั้น” เยอะขึ้น
อธิบายง่าย ๆ คือ แทนที่จะเก็บเงินซื้อบ้านซื้อรถ ที่ไม่รู้ว่าจะซื้อได้ไหม ก็สู้เอาเงินมาใช้เพื่อมีความสุขตอนนี้เลยดีกว่า จะเป็นพฤติกรรมหลักของผู้คนในปีนี้
ดังนั้นในมุมการตลาดแบรนด์ก็ควรปรับเช่นกัน โดยเฉพาะแบรนด์ที่ทำการตลาดผ่าน Loyalty Program ที่ไม่ควรเน้นไปที่รางวัลใหญ่ที่สุดอีกแล้ว แต่ควรแบ่งผลประโยชน์ให้ลูกค้าระหว่างทางเยอะขึ้นแทน
ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเปิดร้านตัดผมแล้วทำโปรโมชันตัด 10 ครั้ง ฟรี 1 ครั้งเพราะอยากให้ลูกค้า
กลับมาตัดกับเรา อาจจะเปลี่ยนเป็นให้ลูกค้าตัดผมครบ 5 ครั้งแล้วได้ส่วนลด 50% เพื่อให้ลูกค้าได้รางวัลเร็วขึ้นจะได้ใจลูกค้าง่ายกว่า
2. GEO สำคัญมากในยุคที่คนเสิร์ซด้วย AI
ตอนนี้พฤติกรรมในการค้นหาข้อมูลของผู้คนเปลี่ยนไปแล้ว จากการเสิร์ซด้วย “คีย์เวิร์ด” บน Search Engine เปลี่ยนมาเป็นการหาข้อมูลในรูปแบบ “คำถาม-คำตอบ” บน Generative AI แทน
พฤติกรรมแบบนี้ทำให้ GEO หรือเทคนิคการปรับรูปแบบของคอนเทนต์ให้มีความเป็น คำถาม-คำตอบ เพื่อให้ Generative AI มีโอกาสหยิบชื่อแบรนด์/สินค้าของเราไปตอบกลายเป็นเทรนต์ขึ้นมา (บางแหล่งข้อมูลจะเรียกวิธีนี้ว่า AEO) ซึ่ง Google เองก็เห็นด้วยกับเทรนต์นี้ พร้อมกับบอกว่าในอนาคตคนจะมีพฤติกรรมแบบนี้เยอะขึ้นเรื่อย ๆ ตามความเก่งของ AI ดังนั้นทางฝั่งแบรนด์ก็ควรเริ่มทำ GEO เอาไว้ก่อน เพื่อสร้างความได้ปรียบเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ นั่นเอง
3. Nostalgic Marketing จะได้ผลดีขึ้น
อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้คนสัมผัสถึงความไม่แน่นอนเยอะมาก คนในยุคนี้เลยมีแนวโน้มหันไปหาอะไรก็ตามที่ดูเป็น “อดีต” เพื่อใช้เป็นที่พึ่งทางใจ
โดยเราจะเห็นเทรนต์นี้แบบชัด ๆ ได้จากคน Gen Z ที่นิยมเอาของเก่ากลับมาใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น กล้องดิจิตัล, หูฟังแบบมีสาย ไปจนถึงแผ่นเสียง ในช่วงที่ผ่านมา
ดังนั้น Nostalgic Marketing หรือการเอาของเก่าที่ชวนให้คิดถึงอดีตกลับมาปรับใช้กับแบรนด์ เช่น ปรับมาใช้โลโกเก่า, เอาสินค้าเก่ากลับมาขาย น่าจะเป็นท่าที่ใช้ได้ดีในปีนี้เช่นกัน โดย Google มีข้อมูลว่าความรู้สึก “คิดถึงวันวาน” ตรงนี้สามารถเพิ่มความชื่นชอบในแบรนด์ได้สูงถึง 20% เลยทีเดียว
4. รักษ์โลกแบบจับต้องได้
ทุกวันนี้มีปัญหาสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นเยอะมาก และเป็นเรื่องที่ผู้คนรู้กันอยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือหลาย ๆ แบรนด์ที่ทำแคมเปญเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมักจะทำแบบลอย ๆ ผ่านการประชาสัมพันธ์หรือทำ CSR อาจจะดู “จับต้องไม่ได้” ในสายตาคน
ดังนั้นในปี 2026 นี้ถ้ามีแผนจะทำการตลาดโดยชูเรื่องสิ่งแวดล้อม ก็ควรต้องทำให้ลูกค้าเห็นด้วยว่าทางแบรนด์ช่วยโลกอย่างไร และลูกค้าได้อะไรกลับไปบ้าง ?
เช่น ถ้าแบรนด์อยากให้ลูกค้าลดการใช้ถุงพลาสติก อาจจะต้องให้ Benefit บางอย่างกับลูกค้า อาจจะเป็นส่วนลด หรือสินค้าทดลอง แทนการตัดถุงพลาสติกไปเลย
5. เปิดช่องให้ลูกค้าได้ทำคอนเทนต์กับแบรนด์บ้าง
Google บอกว่าคนในยุคนี้คนไม่ได้อยากเป็นฝ่ายฟังแบรนด์เล่าเรื่องอย่างเดียวแล้ว แต่ผู้คนจะอยากมีตัวตน อยากเล่น และอยากร่วมสร้างเรื่องราวไปพร้อม ๆ กับแบรนด์ด้วย
ดังนั้นสิ่งที่ฝั่งแบรนด์ต้องทำก็คือการเตรียมวัตถุดิบ เช่น เพลง, คาแรกเตอร์, โลโก้,หรือสินทรัพย์ดิจิตัลอื่น ๆ ให้ผู้คนนำไปสร้างคอนเทนต์ต่อในแบบของตัวเอง
ยกตัวอย่างเช่น การสร้างแคมเปญ #AddYours บนสตอรี Instagram เปิดช่องให้คนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ได้
หรืออาจจะเป็นการทำ Music Marketing สร้างเพลงที่ฟังแล้วคนจำแบรนด์ได้แล้วเปิดให้คนสามารถใช้ได้ฟรี ๆ ผ่านแผ่นเสียงบน TikTok, Reels ฯลฯ