โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดโผ 18 หุ้นน่าเก็บ จังหวะ SET พักฐาน

ทันหุ้น

อัพเดต 13 ก.พ. เวลา 12.19 น. • เผยแพร่ 15 ก.พ. เวลา 04.00 น.

#ทันหุ้น – นายพบชัย ภัทราวิชญ์, CISA นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ InnovestX เครือเดียวกับธนาคารไทยพาณิชย์ ระบุว่าตลาดหุ้นไทยเปิดประเดิมปี 2569 ได้อย่างร้อนแรง นับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน (12 กุมภาพันธ์ 2569) SET ปรับขึ้นไปแล้วกว่า 14%YTD ซึ่งถือว่า Outperform ตลาดหุ้นโลกส่วนใหญ่ ปัจจัยหนุนหลักสำคัญประการหนึ่ง คือ กระแส Fund Flow ที่ไหลเข้าต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 โดยในปี 2569 ผ่านไปเพียง 1 เดือนครึ่ง นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิตลาดหุ้นไทยปีแล้วกว่า 4.8 หมื่นล้านบาท หรือเกือบ 1.4 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

การที่กระแส Fund Flow ไหลเข้าในตลาดหุ้นไทยสูงเป็นลำดับต้นๆ ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เราประเมินว่ามีปัจจัยหนุนจาก1) ความไม่แน่นอนเชิงนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ทำให้มีเงินทุนไหลออกจากตลาดที่เสี่ยงสูงอย่าง Developed Market (DM) มาพักเข้าสู่ตลาดที่เสี่ยงต่ำกว่าอย่างตลาด Emerging Market (EM) หรือเกิด De-dollarization ส่งผลให้ SET ได้รับอานิสงส์ไปด้วย

2) SET ยัง Laggard โดยเมื่อพิจารณาปี 2569 SET ซื้อขายบน PEG 1.7 เท่า เริ่มถูกกว่าตลาด DM ที่ซื้อขายบน PEG 1.9 เท่าและ 3) ความคาดหวังต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยหลังการเลือกตั้ง นอกจากนี้ไทยยังมีโอกาสได้กระแสเงินไหลเข้าเพิ่มจากการปรับเกณฑ์คำนวณสัดส่วนถือครองหุ้นของ MSCI เนื่องจากตลาดหุ้นอินโดนีเซียซึ่งมี %Free Float ต่ำ อาจเผชิญกระแสเงินไหลออก

อย่างไรก็ดี กระแสเงินทุนที่ไหลเข้านี้ ก็อาจมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นเพียง “Tactical Inflow“ อ้างอิงจากช่วง 5 ปีที่ผ่านมาพบว่า กระแสเงินส่วนใหญ่ไหลเข้าเพียงช่วงสั้น 1-3 เดือน โดยหากจะเข้ามายาวนานกว่านั้นต้องรอดูพัฒนาที่จะสร้างความเชื่อมั่นได้เพิ่มเติม จึงจะเป็นกุญแจสำคัญที่ผลักดันให้ดัชนีมีโอกาสปรับขึ้นไปได้ต่อเนื่อง

ทั้งนี้ หากมองในมิติของ Valuation เราประเมินว่า SET ยังน่าสนใจ โดยปัจจุบันมี PER 69F ที่ 15 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 16 เท่าของค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ซึ่งหากความคาดหวังการเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจัดตั้งรัฐบาลใหม่ดึงดูด Fund Flow ไหลเข้าได้ต่อเนื่อง มองมีโอกาสที่ SET จะปรับขึ้นไปบริเวณ 1500 จุดได้ ขณะที่การทยอยประกาศงบ 4Q68 ของหุ้น Real Sector รวมทั้งความผันผวนจากนโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต่อภูมิรัฐศาสตร์ (ตะวันออกกลาง-ยุโรป) และสงครามการค้ากับจีน ยังเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามและมีผลต่อบรรยากาศลงทุน แต่คาดไม่น่าส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นไทยอย่างมีนัยสำคัญมากนัก

ในส่วนของกลยุทธ์การลงทุน แนะนำให้หาจังหวะซื้อสะสมในช่วงที่ SET พักตัว ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกหนุน ดังนี้

หุ้น Laggard Play เพื่อรับอานิสงส์จากการหมุนกลุ่มเล่นของ Fund Flow แนะนำ CENTEL CPALL HMPRO SAWAD BDMS

หุ้น Earning Play ซึ่งคาดกำไร 4Q68 จะเติบโตเด่นเกิน 10%YoY พื้นฐานธุรกิจมั่นคงและมีโมเมนตัมกำไรที่ดี แนะนำ BGRIM CHG GULF PRM

หุ้นปันผลคุณภาพดีระยะยาว (กำไรแต่ละปีมั่นคง, ให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ AP DIF KTB PTT TISCO และหุ้นปันผลระยะสั้น 6 เดือน (กำไรปี 2569 มั่นคง, ให้ Div. Yield เกิน 5%) แนะนำ BAM KBANK SAT THANI

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...