บล.กรุงศรี คาด หุ้นไทย 3 เดือนข้างหน้าบวก 8–10% ปรับกรอบ SET 1,420-1,500 จุด
บล.กรุงศรี มีมุมมองต่อ ตลาด หุ้นไทย วันนี้ คาด SET Index ขึ้น (Up) แนวต้าน 1395 / 1415 จุด แนวรับ 1350 / 1341 จุด
ผลการเลือกตั้งทั่วไปปี 2569 ชัดเจนว่าพรรค ภูมิใจไทย ชนะเลือกตั้งด้วยคะแนน เฉียด Landslide ~195–200 ที่นั่ง
สูงกว่ากรณีฐานเดิมของ บล.กรุงศรี ประเมินไว้ไม่เกิน 160± ที่นั่ง ทำให้นำไปสู่การจัดตั้ง รัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง เพิ่มโอกาสในการ ขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี
ในเชิง Market Playbook รูปแบบนี้ใกล้เคียงกรณีปี 2011 (รัฐบาลยิ่งลักษณ์) ที่ตลาดตอบรับกับ Majority สูง
- +1 เดือน : +1.85%
- +3 เดือน : +9.47%
- +6 เดือน : +17.01%
ทีมกลยุทธ์บล.กรุงศรี ประเมินว่า SET มีโอกาส Rally ใน 3 เดือนข้างหน้า 8–10% ปรับกรอบ SET (3 เดือน) : 1,420–1,500 จุด
แต่คงเป้าหมายสิ้นปี 2026 : 1475 จุด
อิง PER 15.9x บนสมมติฐาน EPS Growth +8% y-y
Theme เด่น : Election Play = Investment + Domestic
1.) กลุ่มอิงการลงทุน & FDI
STECON, GULF, EGCO, KTB, KBANK, ADVANC, AMATA, WHA, SCC, PYLON, INSET, STPI
ได้อานิสงส์จากการเร่งโครงสร้างพื้นฐาน, การลดขั้นตอนการลงทุน และ Fund Flow ต่างชาติ
2.) Domestic x Services
BDMS, CPALL, AOT, CENTEL, MTC, KTC, PLANB
รับแรงหนุนจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ + กำลังซื้อในประเทศ
Top Picks (เด่นที่สุด 5 บริษัท) จาก Election Play คือ
STECON | GULF | CPALL | KTB | AOT
บล.บัวหลวง ระบุว่า น้ำเงิน (พรรคภูมิใจไทย) แลนสไลด์ ลุ้น SET เขียวโซนต้านถัดไป 1,400 จุด
พร้อมเปิดสถิติหลังการเลือกตั้ง เป็นหนึ่งในตัวช่วยสำคัญที่ตลาดกำลังให้ราคาจากข้อมูลในอดีตพบว่า
- หลังเลือกตั้ง 1 เดือน
ตลาดหุ้นมักให้ผลตอบแทนเป็นบวกเฉลี่ย +2–3% และมีโอกาสที่ดัชนีจะปรับขึ้นสูงถึง 70–80% ของจำนวนครั้งที่เกิดการเลือกตั้ง
- หลังเลือกตั้ง 3-6 เดือน
ความเร็วและความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาล คือปัจจัยชี้ขาด
หากจัดตั้งได้เร็ว ตลาดมัก “ไปต่อ”
หากล่าช้า ตลาดจะผันผวนและพักฐาน
มุมมองทางเทคนิค
ให้แนวต้าน (Upside) 1,350 จุด ด่านแรกที่ต้องผ่านให้ได้หากยืนเหนือได้ จะเป็นการยืนยัน ขาขึ้นรอบใหม่ (Bullish Breakout) 1,380 - 1,400 จุด เป้าหมายถัดไปในช่วง 1 เดือนหลังเลือกตั้งโดยเฉพาะกรณีที่ Fund Flow ต่างชาติไหลเข้าแรง
แนวรับ (Downside) 1,330 จุด แนวรับสำคัญระยะสั้น (EMA 10 วัน) หากหลุด จะเริ่มเสียทรงขาขึ้นในระยะสั้น
สรุป
การเลือกตั้งเป็นตัวเร่งเกม
- ผ่านและยืน 1,350 → ตลาดเปิด Upside ใหม่
- ยังยืน 1,330 → โครงสร้างยังแข็งแรง
- Fund Flow คือกุญแจสำคัญของรอบนี้
นายเจษฎา สุขทิศ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัทหลักทรัพย์นายหน้าซื้อขายหน่วยลงทุน (บลน.) ฟินโนมีนา จำกัด (Finnomena Funds) กล่าวเมื่อปลายเดือนม.ค.ว่า ในรอบ 10 ปีนับตั้งแต่บริษัทฯ จัดตั้งขึ้นมา ไม่เคยให้น้ำหนักหุ้นไทยมากนัก แต่ในปี 2569 ฟินโนมีนากลับมาเห็นทิศทางเชิงบวกต่อหุ้นไทยอย่างมีนัยยะ
โดยคาดว่า ดัชนีหุ้นไทยปี 2569 มีโอกาสแตะระดับ 1,500 จุด และมีความเป็นไปได้สูง แม้จะสวนทางกับมุมมองนักลงทุนในตลาดหลายคนก็ตาม
โดยมองว่าการเติบโตของดัชนีไปสู่ระดับ 1,500 จุด มีปัจจัยสนับสนุนรอบด้านเข้ามาหนุนประกอบด้วย
- เครื่องยนต์เศรษฐกิจไทยยัง “เหลือกระสุน” จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกหลายนัด รอเพียงการทยอยออกมาตรการเท่านั้น
- ประเด็นความสัมพันธ์และสถานการณ์ในภูมิภาค โดยระบุว่าล่าสุดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาเที่ยวไทยมากขึ้น ประกอบกับไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับจีนมาตลอด และนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของไทยไม่มีแผนตั้งคาสิโน ซึ่งจีนไม่ชอบในจุดนี้ ทำให้ปล่อยให้นักท่องเที่ยวกลับมาได้
- ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ เช่น อินเดียมีการซื้อน้ำมันกับรัสเซีย ซึ่งอาจไม่เพียงพอ และไทยอาจได้รับอานิสงส์ รวมถึงเวียดนามที่ได้ประโยชน์จากภาคการผลิตสูง หากผลิตไม่ทันก็อาจส่งต่อโอกาสมายังไทยได้เช่นกัน ล่าสุดตัวเลขคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI อยู่ในระดับสูง โดยภาครัฐกำกับชัดว่าจะต้องลงทุนภายในกลางปีนี้ ทำให้เห็นภาพชัดด้านการลงทุน
- นักลงทุนต่างชาติชะลอการขายหุ้นไทยแล้ว รวมถึงนักลงทุนในประเทศ
- การเติบโตทางเศรษฐกิจไทยปี 2569 มีโอกาสทะลุระดับ 2% และมีลุ้นแตะระดับ 3% ได้เช่นกัน
นายเจษฎา กล่าวว่าจากปัจจัยดังกล่าว หนุนให้ดัชนีหุ้นไทยแตะ 1,500 จุดได้ไม่ยาก โดยเฉพาะหากผลการเลือกตั้งได้รัฐบาลที่มีนโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างจริงจังและตรงจุด จะยิ่งเพิ่มความเชื่อมั่นให้กลับมาที่ตลาดหุ้นไทยมากขึ้น