โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เหมือน-ต่าง การเลือกตั้ง ส.ส.ในโลกนี้

MATICHON ONLINE

อัพเดต 09 ก.พ. เวลา 10.33 น. • เผยแพร่ 09 ก.พ. เวลา 06.30 น.

เลือกตั้ง – ถ้าท่านกำลังอ่านบทความนี้…คนไทยก็น่าจะพอทราบแล้วนะครับว่าผลการเลือกตั้งปี 2569 ของประเทศไทยเป็นเช่นไร…

มองโลกในความเป็นจริงแบบขำๆ นะครับ ตอนนักการเมืองมาตระเวนหาเสียง ก็จะมีบรรยากาศความพินอบพิเทา มีรอยยิ้ม ยกมือไหว้ประชาชน โอบกอด นั่งกับพื้นพูดคุย มีสัญญาสารพัด ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้ หากแต่เมื่อเราหย่อนบัตรลงคะแนนไปแล้ว ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป…

ผู้เขียนไปค้นหาข้อมูล (น่าสนใจ) เรื่องการเลือกตั้ง ส.ส.จากหลายประเทศในโลกนี้มาบอกเล่ากันครับ

การเลือกตั้งที่ยิ่งใหญ่ด้วยปริมาณและคุณภาพต้อง อินเดีย

ผู้มีสิทธิลงคะแนน 968 ล้านคน จากประชากร 1.4 พันล้านคน

อินเดียมีประชากรมากที่สุดในโลก การเลือกตั้งปี 2024 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 เมษายน ถึง 1 มิถุนายน 2024 เป็นการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส. 543 คน จะจัดขึ้นใน 7 ขั้นตอน ตลอดระยะเวลา 6 สัปดาห์ มีการเลือกตั้งทุกๆ 5 ปี

พลเมืองประมาณ 968 ล้านคน (เพิ่มขึ้นประมาณ 150 ล้านคนจากการเลือกตั้งปี 2019) คือ ตัวเลขของประชากร สหรัฐอเมริกา รัสเซีย ญี่ปุ่น อังกฤษ บราซิล เบลเยียม และฝรั่งเศส รวมเข้าด้วยกัน) ก็จะได้จำนวนใกล้เคียงกับจำนวนชาวอินเดียที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง

ข้อมูลที่น่าสนใจทั่วๆ ไป…

1.ในหลายประเทศ การเลือกตั้งมักจัดขึ้นในวันอาทิตย์

ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในสหรัฐอเมริกาอาจไปลงคะแนนเสียงในวันอังคาร แต่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลกนิยมไปลงคะแนนเสียงในวันอาทิตย์ ในแคนาดา ประชาชนไปลงคะแนนเสียงในวันจันทร์ ขณะที่ชาวอังกฤษไปลงคะแนนเสียงในวันพฤหัสบดี และชาวออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ไปลงคะแนนเสียงในวันเสาร์

กฎหมายไม่ได้จำกัดการลงคะแนนเสียงของชาวอเมริกันไว้เฉพาะวันอังคาร เพราะเป็นสิ่งที่สืบทอดมาจากศตวรรษที่ 19 เมื่อเกษตรกรมักต้องเดินทางไกลไปยังหน่วยเลือกตั้ง และต้องการเวลาเพียงพอที่จะกลับบ้านทันวันตลาดในวันพุธ

2.อินเดีย เป็นประเทศประชาธิปไตยที่ใหญ่ที่สุดในโลก รัฐบาลจึงจัดการเลือกตั้งเป็นระยะเวลามากกว่า 1 เดือน ล่าสุดชาวภารตไปลงคะแนนเสียงเลือก ส.ส. 543 คน จัดขึ้น 7 รอบ ใน 5 สัปดาห์

3.ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวสวีเดนและฝรั่งเศส จะได้รับการลงทะเบียนโดยอัตโนมัติ

ประชาชนในฝรั่งเศสและสวีเดนไม่ต้องกังวลเรื่องการหาเวลาไปลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนวันเลือกตั้ง รัฐบาลจะลงทะเบียนผู้มีสิทธิเลือกตั้งโดยอัตโนมัติเมื่อพวกเขามีคุณสมบัติครบถ้วน ซึ่งในฝรั่งเศสคือเมื่ออายุครบ 18 ปี ส่วนสวีเดนใช้ข้อมูลจาก “ทะเบียนภาษี” เพื่อสร้างรายชื่อพลเมืองที่มีสิทธิเลือกตั้ง

4.การลงคะแนนเสียงเป็นข้อบังคับในออสเตรเลีย

ตามกฎหมายแล้ว ชาวออสเตรเลียทุกคนที่มีอายุมากกว่า 18 ปี ต้องลงทะเบียนเพื่อใช้สิทธิออกเสียงและเข้าร่วมการเลือกตั้งระดับรัฐบาลกลาง ผู้ใดไม่ไปใช้สิทธิจะถูกปรับ 20 ดอลลาร์ออสเตรเลีย (13 ดอลลาร์สหรัฐ) หากไม่ชำระค่าปรับ อาจนำไปสู่การฟ้องร้องทางแพ่งได้

5.บราซิล ตั้งแต่ปี 1988 พลเมืองบราซิลมีสิทธิออกเสียงเมื่ออายุ 16 ปี (ทุกคนที่มีอายุระหว่าง 18-69 ปี และผู้ใดที่ไม่ออกเสียงจะต้องเสียค่าปรับ) ผู้ที่มีอายุ 16 และ 17 ปี ก็มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งในออสเตรีย นิการากัว และอาร์เจนตินา

ในอินโดนีเซียและซูดาน รัฐบางรัฐ ในเยอรมนีได้ให้สิทธิผู้ที่มีอายุ 16 ปีในการออกเสียงเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและระดับรัฐ และในปี 2014 เป็นครั้งแรกที่วัยรุ่นชาวสกอตแลนด์อายุ 16 และ 17 ปี ได้รับอนุญาตให้ออกเสียงในการลงประชามติ

การเลือกตั้งที่เปิดโอกาสให้เยาวชนอายุ 16 และ 17 ปีเข้าร่วม พบว่าการให้โอกาสเยาวชนได้ลงคะแนนเสียง จะส่งผลให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองมากขึ้นเมื่อเติบโตขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่นที่เลือกเข้าร่วมการเลือกตั้งมักมีความรู้เกี่ยวกับผู้สมัครและประเด็นต่างๆ ดีไม่แพ้ผู้ที่มีอายุมากกว่าด้วยซ้ำ

6.ในประเทศเอสโตเนีย คุณสามารถลงคะแนนเสียงทางออนไลน์ได้

ตั้งแต่ปี 2005 ชาวเอสโตเนียสามารถลงคะแนนเสียงออนไลน์ได้แทนการไปต่อแถวที่หน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ แม้ว่าการลงคะแนนด้วยตนเองจะยังคงได้รับความนิยมมากกว่า

ปี 2023 ในการเลือกตั้งรัฐสภา ผู้ลงคะแนนเสียง มากกว่าครึ่งใช้ระบบลงคะแนนออนไลน์ ระบบของเอสโตเนียใช้งานได้ผลเพราะพลเมืองทุกคนได้รับบัตรประจำตัวประชาชนและรหัส PIN ที่สามารถสแกนได้ ซึ่งพวกเขาสามารถใช้ในการปฏิบัติหน้าที่พลเมืองต่างๆ ตั้งแต่การยื่นภาษีไปจนถึงการจ่ายค่าปรับห้องสมุด (แม้ว่าบัตรประจำตัวประชาชนและรหัส PIN ของชาวเอสโตเนียจะใช้เพื่อยืนยันตัวตนในวันเลือกตั้ง แต่การลงคะแนนเสียงนั้นถูกเข้ารหัส ทำให้ไม่สามารถระบุตัวตนได้)

7.สหรัฐอเมริกา กำหนดไทม์ไลน์การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐตามรัฐธรรมนูญ วันเลือกตั้งทั่วไป (Election Day) จะจัดขึ้นในวันอังคารแรกหลังวันจันทร์แรกของเดือนพฤศจิกายนทุกๆ 4 ปี โดยประชาชนจะลงคะแนนเพื่อเลือกคณะผู้เลือกตั้ง (Electoral College) หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอนการนับคะแนน สรุปผล และสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในเดือนมกราคมปีถัดไป

ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปมีสิทธิลงคะแนนเสียงตามการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับที่ 26 คณะผู้เลือกตั้ง ประกอบด้วยสมาชิกจาก 50 รัฐ และเขตปกครองพิเศษโคลัมเบีย

ผู้สมัครที่ได้คะแนนเสียงจากคณะผู้เลือกตั้ง 270 คะแนนขึ้นไป จากทั้งหมด 538 คะแนน จะชนะการเลือกตั้ง

วันสาบานตนรับตำแหน่ง (Inauguration Day) คือ วันที่ 20 มกราคม เวลาเที่ยงตรง ประธานาธิบดีที่ได้รับเลือกจะเข้าสาบานตนเพื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ วาระดำรงตำแหน่ง 4 ปี และดำรงตำแหน่งได้ไม่เกิน 2 สมัย ผู้สมัครรับเลือกตั้งต้องมีอายุอย่างน้อย 35 ปี เป็นพลเมืองโดยกำเนิด และอาศัยอยู่ในสหรัฐมาไม่น้อยกว่า 14 ปี

8.ในประเทศชิลี ชาย-หญิงลงคะแนนเสียงแยกกันจนถึงปี 2012

นับตั้งแต่ปี 1930 เมื่อผู้หญิงได้รับสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งระดับท้องถิ่น ผู้ชายและผู้หญิงในชิลีต่างแยกกันไปลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งคนละแห่ง ในปีนั้น มีการจัดทำทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งแยกต่างหากสำหรับผู้หญิงที่ลงทะเบียนใหม่ ซึ่งยังคงถูกห้ามไม่ให้ลงคะแนนในการเลือกตั้งระดับชาติ

ธรรมเนียมการแยกผู้ชายและผู้หญิงในวันเลือกตั้งยังคงมีอยู่แม้หลังจากที่ผู้หญิงได้รับสิทธิในการออกเสียงเลือกตั้งระดับชาติ (และมีการรวมทะเบียนรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งของประเทศเข้าด้วยกัน) ในปี 1949 หกสิบสามปีต่อมา รัฐบาลตัดสินใจว่าการลงคะแนนไม่จำเป็นต้องแยกตามเพศอีกต่อไป อย่างไรก็ตาม การแยกการลงคะแนนยังคงเป็นที่ปฏิบัติกันอย่างแพร่หลาย

9.เกาหลีเหนือก็มีการจัดการเลือกตั้ง

ระบอบการปกครองของโสมแดงไม่เหมือนใคร แม้ว่า 99.7 เปอร์เซ็นต์ของผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะเข้าร่วมการเลือกตั้งท้องถิ่นในปี 2015 แต่ประชาชนก็แทบไม่มีทางเลือกเลยในการเลือกผู้ที่พวกเขาต้องการ

ผู้สมัครทุกคนในบัตรเลือกตั้งถูกคัดเลือกไว้ล่วงหน้าเสร็จแล้ว โดยพรรคผู้ปกครองของเกาหลีเหนือ ชาวเกาหลีเหนือเพียงแค่ต้องหย่อนรายชื่อผู้สมัครที่พิมพ์ออกมาลงในกล่องพอเป็นพิธี

มีกล่องแยกต่างหากอยู่ที่หน่วยเลือกตั้ง ซึ่งผู้มีสิทธิเลือกตั้งสามารถใช้เพื่อลงทะเบียนการปฏิเสธผู้สมัครที่ได้รับเลือกได้ อย่างไรก็ตาม ผู้สมัครที่ได้รับเลือกทั้งหมดได้รับคะแนนเสียง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหมายความว่าไม่มีใครเลือกที่จะคัดค้าน หรือหากมี พวกเขาก็ไม่ได้ถูกนับคะแนนเสียง

10.สหราชอาณาจักรออกเสียงเลือกตั้ง

ในการเลือกตั้งทั่วไปของสหราชอาณาจักรปี 2024 อัตราการลงคะแนนเสียงอยู่ที่ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นอัตราการลงคะแนนเสียงที่ “ต่ำที่สุด” นับตั้งแต่ปี 2001 ที่ 59.4 เปอร์เซ็นต์ ระหว่างปี 1922 ถึง 1997 อัตราการลงคะแนนเสียงไม่เคยต่ำกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ แต่ในปี 2001 ลดลงเหลือเพียง 59.4 เปอร์เซ็นต์ นับตั้งแต่จุดต่ำสุดนั้น

อัตราการลงคะแนนเสียงก็ค่อยๆ ฟื้นตัวและแตะระดับ 72.2 เปอร์เซ็นต์ในการลงประชามติ Brexit ปี 2016 ซึ่งยังคงห่างไกลจากจุดสูงสุดที่ 83.9 เปอร์เซ็นต์ที่บันทึกไว้ในการเลือกตั้งทั่วไปปี 1950 แนวโน้มอัตราการลงคะแนนเสียงที่ต่ำในระยะหลังนี้ยังสะท้อนให้เห็นในการเลือกตั้งยุโรปซึ่งมีอัตราการลงคะแนนเสียงต่ำที่สุดในปี 2014 ที่ 42.61 เปอร์เซ็นต์

11.เมื่อประชาชนไม่ (ค่อย ) รู้หนังสือรัฐบาลจะคิดค้นวิธีการใหม่ๆ

ในประเทศแกมเบีย ประชาชนลงคะแนนเสียงโดยการ “หย่อนลูกแก้ว” ลงในถังโลหะที่มีรหัสสีและรูปภาพของผู้สมัคร แต่ละถังจะมีกระดิ่งติดตั้งอยู่ ซึ่งเมื่อลูกแก้วถูกหย่อนลงไปจะทำให้กระดิ่งดัง (หากกระดิ่งดังมากกว่าหนึ่งครั้ง จนท.จะรู้ว่ามีคนทำผิดกฎ)

12.นักวิเคราะห์การเมืองในนิวซีแลนด์ต้องเงียบเสียงในวันเลือกตั้ง เพราะการรายงานข่าวของสื่อนั้นผิดกฎหมาย สื่อทางโทรทัศน์ไม่สามารถพูดถึงเรื่องธรรมดาๆ แม้กระทั่งเครื่องแต่งกายของผู้สมัคร พรรคการเมืองต่างๆ ยังได้รับคำสั่งจากทางการให้ลบหน้าเพจของตน

ผู้ใดฝ่าฝืนข้อจำกัดเกี่ยวกับการพูดคุยในวันเลือกตั้งจะต้องเสียค่าปรับสูงถึง 20,000 ดอลลาร์นิวซีแลนด์ (เกือบ 12,000 ดอลลาร์สหรัฐ)

13.นักบินอวกาศชาวอเมริกันบนสถานีอวกาศนานาชาติมีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งมาตั้งแต่ปี 1997 บัตรลงคะแนนของพวกเขา ที่จำลองมาจากบัตรลงคะแนนกระดาษที่พวกเขาจะได้รับทางไปรษณีย์ จะถูกส่งกลับมายังโลก มีการเข้ารหัสและส่งสำเนาบัตรลงคะแนนของนักบินอวกาศ

14.ในประเทศลิกเตนสไตน์ ประเทศเล็กๆ ในทวีปยุโรป (ประชากร 40,000 คน) พลเมืองลงคะแนนเสียงเลือกตั้งนักการเมือง ทำประชามติ และตัดสินใจว่าจะให้สัญชาติแก่ผู้ที่ยื่นขอหลังจากอาศัยอยู่ในประเทศมาแล้ว 10 ปีขึ้นไปหรือไม่

15.การเลือกตั้งใน สปป.ลาว…

รัฐธรรมนูญฉบับแรกของลาวเขียนเป็นภาษาฝรั่งเศส ประกาศใช้เมื่อ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2490 โดยลาวเป็นรัฐอิสระภายในสหภาพฝรั่งเศส มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญเมื่อ 11 พฤษภาคม พ.ศ.2500

รธน.ฉบับดังกล่าวถูกยกเลิกเมื่อ 3 ธันวาคม พ.ศ.2518 หลังจากประกาศจัดตั้ง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว)

พ.ศ.2534 ผู้ปกครองลาวเขียน รธน.ฉบับใหม่ มีการเลือกตั้งสภานิติบัญญัติระดับชาติ ประชาชนมีส่วนร่วมในการเลือกตั้งหัวหน้าหมู่บ้านสภาแห่งชาติ (สภาเฮงซัต) มีสมาชิก 164 คน วาระ 5 ปี

ลาวเป็นรัฐพรรคเดียวตามรัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งเป็นไปตามหลักการรวมศูนย์ประชาธิปไตยและพรรคปฏิวัติประชาชนลาว (LPRP) ทำหน้าที่เป็น “แกนนำ” ของระบบการเมือง

การเลือกตั้งครั้งล่าสุดจัดขึ้นเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2564 พรรคปฏิวัติประชาชนลาว ได้รับ 158 ที่นั่งในสภาแห่งชาติที่มีสมาชิก 164 คน ขณะที่อีก 6 ที่นั่งที่เหลือเป็นของบุคคลอิสระ

อัตราการมาใช้สิทธิพี่น้องชาวลาวสูงมากถึง 98.02%ผู้มีสิทธิลงคะแนน 4,053,151 คน

16.เลือกตั้งในเมียนมา…เบ็ดเสร็จเรียบร้อยโรงเรียนพี่หม่อง

ท่ามกลางสงครามกลางเมืองรบดุเดือด รัฐบาลทหารเมียนมาจัดการเลือกตั้งแล้ว 3 รอบ คือ 28 ธันวาคม 2025, 11 มกราคม 2026 และ 25 มกราคม 2026 โดยผู้เชี่ยวชาญต่างวิเคราะห์ว่า สาเหตุที่ต้องแบ่งระยะเวลาในการลงคะแนนเป็นเพราะ “สงครามกลางเมือง” และกระแสต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาในหมู่ประชาชน ทำให้หลายพื้นที่เผชิญข้อพิพาทและจัดการลงคะแนนเสียงเป็นไปอย่างลำบาก หรือแทบเป็นไปไม่ได้ พื้นที่ไหนไม่สะดวก…ก็ไม่ต้องจัดให้เลือก…ง่ายดี

พลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ประกาศให้จัดการเลือกตั้งในพื้นที่ “ปลอดภัย” เท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะไม่นับรวมพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังชาติพันธุ์ติดอาวุธ หรือกองกำลังป้องกันประชาชน

ผู้สมัครมาจากพรรคการเมือง 57 พรรค ซึ่งมี 51 พรรคที่แข่งขันในระดับรัฐและภาค ขณะที่ 6 พรรคลงแข่งขันในระดับทั่วประเทศ โดยพรรคการเมืองของกองทัพ คือ พรรค USDP ซึ่งเป็นพรรคการเมืองของกองทัพพม่า มีผู้สมัครจำนวน 1,018 คน

มี 40 พรรคการเมืองที่ถูกยุบไปก่อนแล้ว พรรคการเมือง โดย 1 ในนั้นคือ NLD ของออง ซาน ซูจี ซึ่งถูกยุบพรรคไปแล้ว และนางซูจี ก็ถูกควบคุมตัวอยู่

ไม่ต้องเสียเวลาคาดเดา…เพราะผู้ชนะนอนมา คือพลเอกอาวุโสมิน อ่อง ลาย ผู้นำที่ก่อรัฐประหารปี 2021 โค่นล้มรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้ง ซึ่งนำโดยอองซาน ซูจี ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ

ระบอบการปกครองจะเป็นแบบเดิม มิน อ่อง ลาย จะเป็นพลเรือน แค่พลเอกมิน อ่อง ลาย จะต้องสละตำแหน่งผู้นำกองทัพ…

ขอให้ประเทศไทยกลับมา มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก | เหมือน-ต่าง การเลือกตั้ง ส.ส.ในโลกนี้

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...