ชี้ช่อง 4 เสาหลัก ดัน SME แข็งแรงรอบด้าน เติบโตระยะยาว
The Bangkok Insight
อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 01.12 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 01.12 น. • The Bangkok Insightfinbiz by ttb เปิด 4 เสาหลัก ดัน SME แข็งแรงรอบด้าน เติบโตระยะยาว ชี้รายได้ต้องหลากหลาย ไม่พึ่งตลาดเดียว ให้ความสำคัญกับสภาพคล่อง ระบบงานต้องเชื่อมต่อและมีพาร์ทเนอร์ที่ดี
ท่ามกลางเศรษฐกิจไทยที่ยังผันผวนจากต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่รุนแรง สิ่งที่ท้าทาย SME มากที่สุดไม่ใช่แค่ จะขายได้หรือไม่ แต่คือ จะประคองธุรกิจให้เดินต่อได้ตลอดทั้งปีหรือไม่
ทั้งนี้เพราะแม้ SME จะเป็นกลไกหลักของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นสัดส่วนกว่า 90% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด และจ้างงานมากกว่า 70% ของแรงงานทั้งประเทศ แต่ SME จำนวนไม่น้อยยังเผชิญกับความเสี่ยงซ้ำ ๆ ทั้งเรื่องรายได้กระจุกตัว สภาพคล่องสะดุด และการขาดระบบรองรับการเติบโตในระยะยาว
finbiz by ttb จึงขอสรุป 4 เสาหลัก ที่ SME จำเป็นต้องมี เพื่อสร้างความแข็งแรงรอบด้าน
1. รายได้ต้องหลากหลาย ไม่พึ่งตลาดเดียว
การพึ่งพาตลาดเดียวอาจดูง่ายในช่วงเริ่มต้น แต่กลับกลายเป็นความเสี่ยงในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนผันผวนและกำลังซื้อไม่แน่นอน ดังนั้นรายได้ต้องหลากหลาย โดยอาศัยตลาดหลายกลุ่ม ช่วยให้ SME มีรายได้ที่สมดุลขึ้น และสามารถใช้ตลาดหนึ่งประคองอีกตลาดหนึ่งในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว ตลาดที่น่าสนใจ เช่น
- ตลาดผู้บริโภคทั่วไป (B2C) เงินหมุนเร็ว แต่แข่งขันแรง
- ตลาดเอกชน (B2B) มูลค่าดีลสูง แต่มีเครดิตเทอมยาว
- ตลาดภาครัฐ (B2G) จ่ายแน่นอน มีโครงการที่ชัดเจน แม้ว่าการสั่งจ่ายอาจมีรอบตามระบบ แต่ก็เป็นรายได้ที่ช่วยสร้างเสถียรภาพ
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำ คือ การกระจายตลาด เพิ่มโอกาสธุรกิจ
2. สภาพคล่องต้องครอบคลุมทั้งก่อน–ระหว่าง–หลังการขาย
ปัญหาคลาสสิกของ SME คือ มีออเดอร์ แต่รับงานไม่ได้ ไม่ใช่เพราะขาดศักยภาพ แต่เพราะเงินสดไม่พอในช่วงที่ต้องลงทุนไปก่อน หรือ เอกสารสำคัญอย่างหนังสือค้ำประกัน (LG) ซึ่งปัจจุบันการรับงานภาครัฐต้องเตรียมหนังสือค้ำประกันอิเล็กทรอนิกส์ (e-LG) ด้วยซึ่งก็อาจเตรียมการไม่ทัน
หากไม่บริหารกระแสเงินสด หรือเตรียมเอกสารสำคัญให้คล่องตัวไว้ตั้งแต่เตรียมงาน รับงาน ไปจนถึงช่วงรอรับเงิน ธุรกิจมีโอกาสสะดุด การเข้าถึงสินเชื่อและเครื่องมือการเงินที่เหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง และทำให้ SME รับงานได้มากขึ้นกว่าการพึ่งเงินสดเพียงอย่างเดียว
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำ คือ การจัดการกระแสเงินสดให้ครอบคลุมทั้งวัฏจักร รวมถึงเอกสารสำคัญที่เป็นหลักค้ำประกันได้
3. ระบบงานต้องเชื่อมต่อ วัดผลได้ พร้อมปรับได้ตลอด
ธุรกิจที่โตต่อเนื่อง ต้องสามารถจัดการกระบวนการหลังบ้านได้มีประสิทธิภาพ การเชื่อมระบบการขาย บัญชี สต็อก และการเงิน เพื่อช่วยลดต้นทุนที่มองไม่เห็น และทำให้ผู้ประกอบการตัดสินใจได้จากข้อมูลจริง ไม่ใช่ความรู้สึก ในช่วงเริ่มต้นอาจใช้ระบบง่าย ๆ แต่มีความยืดหยุ่น เมื่อธุรกิจพัฒนาอาจเสริมระบบอัตโนมัติ AI หรือโซลูชันใหม่ ๆ
ดังนั้น สิ่งที่ธุรกิจต้องทำคือ ความพร้อมเปิดรับโซลูชันที่เหมาะกับธุรกิจและมีแนวทางการวัดผล
4. พาร์ทเนอร์ที่ดี คือแรงเสริมสำคัญ
พาร์ทเนอร์ด้านการเงิน ที่สามารถเข้าใจจังหวะเงินเข้าออกของธุรกิจ จะช่วยลดโอกาสสะดุดในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินเข้าใจธุรกิจ SME มากขึ้น และควรเป็นหนึ่งใน “พาร์ทเนอร์หลัก” ที่จะช่วยในเรื่องที่ธุรกิจเจอเป็นประจำ ทั้งก่อนขาย ระหว่างทำงาน และหลังส่งงาน ธุรกิจจะยืนได้มั่นคงกว่าเดิมมาก ถ้ามีพาร์ทเนอร์ด้านการเงินที่เสริมได้ตรงจุด ดังนั้นสิ่งที่ควรทำคือ การมองหาพาร์ทเนอร์ที่เหมาะกับ DNA ของธุรกิจ
ทีทีบีมีโซลูชันที่ตอบโจทย์ เพื่อผู้ประกอบการ SME ผู้รับงานจากหน่วยงานของรัฐ เพิ่มโอกาส และเติมศักยภาพให้ธุรกิจ เข้าถึงเงินทุนได้ไวกว่าเดิม สามารถรับงานต่อได้ทันใจ เพิ่มโอกาสการเดินหน้าธุรกิจได้อย่างมั่นใจ ด้วยเงินทุนที่สามารถใช้ได้ทั้งในและต่างประเทศ ไม่พลาดทุกโอกาสในการเข้าประมูลงานภาครัฐ อย่าง สินเชื่อและโซลูชันครบวงจรจากทีทีบี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- แนะสูตรสำเร็จ SME ไทยใช้โอกาสทองคว้าดีลช่วงตรุษจีน
- จ่อขยาย 'SME Green Productivity' ถึงสิ้นปี 69 เพิ่มวงเงินเป็น 30 ล้าน
- เปิด 6 เทรนด์ธุรกิจ SME ปี 69 ยุคใหม่ของธุรกิจที่ฉลาด-เขียว-เข้าใจมนุษย์มากขึ้น
ติดตามเราได้ที่