โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมียนมาไล่ “ทูตติมอร์ตะวันออก” รับคำร้องชนพื้นถิ่น-สอบคดีอาชญากรรมสงคราม

Khaosod

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 08.30 น.

เมียนมาไล่ - เอพี รายงานวันที่ 17 ก.พ. ว่า รัฐบาลทหารของเมียนมามีคำสั่งให้นักการทูตอาวุโสของ ติมอร์ตะวันออก (ติมอร์เลสเต) เดินทางออกจากประเทศ หลังจากหน่วยงานยุติธรรมของติมอร์ตะวันออกรับคำร้องเรียนทางอาญาจากองค์กรสิทธิมนุษยชนรัฐชิน (ซีเอชอาร์โอ) ต่อกองทัพเมียนมา

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวทำให้ความตึงเครียดระหว่างสองประเทศเพิ่มขึ้นอย่างมาก และเป็นขั้นตอนที่ไม่ค่อยเกิดขึ้นในกลุ่มสมาชิกสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ซึ่งติมอร์ตะวันออกเพิ่งเข้าร่วมเมื่อปีที่ผ่านมา

เมียนมาไล่ - ภาพจากแฟ้มภาพ - พลเอกอาวุโส มิน อ่อง ไหลง์ ผู้นำทางทหารของเมียนมาร์ เยี่ยมชมหน่วยเลือกตั้งในรอบสุดท้ายของการเลือกตั้งทั่วไปที่เมืองมัณฑะเลย์ ทางตอนกลางของเมียนมาร์ เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569

ภาพประกอบ - FILE - Myanmar military leader Senior Gen. Min Aung Hlaing visits a polling station during the final round of general election in Mandalay, central Myanmar, on Jan. 25, 2026. Myanmar ’s military government ordered East Timor ’s senior diplomat to leave the country after judicial authorities from the fellow Southeast Asian country accepted a criminal complaint against Myanmar's armed forces, state media said Monday. (AP Photo/Aung Shine Oo, File)

แถลงการณ์จากกระทรวงการต่างประเทศเมียนมาในหนังสือพิมพ์เมียนมา อลินน์ สื่อรัฐบาล ระบุว่า ประธานาธิบดีโฆเซ รามอส-ออร์ตา ผู้นำติมอร์ตะวันออก หารือกับสมาชิกของซีเอชอาร์โอช่วงกลางเดือนม.ค. โดยรับคำร้องเรียนทางอาญาของซีเอชอาร์โอที่กล่าวหาสมาชิกอาวุโสของกองทัพเมียนมาและแต่งตั้งอัยการอาวุโสให้กลุ่มดังกล่าวตรวจสอบคดี ทั้งที่มีการประณามผ่านช่องทางการทูตแล้ว

ต่อมากระทรวงการต่างประเทศเมียนมาจึงแจ้งให้นายเอลิซิโอ โด โรซาริโอ เดอ ซูซา รักษาการเอกอัครราชทูตติมอร์ตะวันออกในนครย่างกุ้ง เดินทางออกจากประเทศภายในวันที่ 20 ก.พ.ที่จะถึงนี้

คณะผู้แทนจากองค์การสิทธิมนุษยชนชิน (CHRO) นำโดยผู้อำนวยการบริหาร ซาไล ซา อุก เข้าพบประธานาธิบดี โฮเซ รามอส-ฮอร์ตา ที่ทำเนียบประธานาธิบดีในเมืองดิลี ประเทศติมอร์-เลสเต เมื่อวันที่ 14 มกราคม 2569

เมียนมาไล่ - A delegation from the Chin Human Rights Organization (CHRO), led by Executive Director Salai Za Uk, meets with President José Ramos-Horta at the Presidential Palace in Dili, Timor-Leste, Jan. 14, 2026. Credit: Chin Human Rights Organization

ด้านซีเอชอาร์โอซึ่งเป็นตัวแทนชนกลุ่มน้อยในรัฐชิน กล่าวในแถลงการณ์เมื่อวันที่ 2 ก.พ. ว่า หน่วยงานตุลาการของติมอร์ตะวันออกเปิดการสอบสวนคดีต่อฝ่ายบริหารทางทหารของเมียนมา

รวมถึง พล.อ. อาวุโส มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ในข้อหาอาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ ทั้งยังระบุว่าคดีนี้มีหลักฐานการข่มขืนหมู่ การสังหารหมู่ 10 ศพซึ่งรวมถึงนักข่าว ผู้นำศาสนาคริสต์ในท้องถิ่น การโจมตีทางอากาศต่อโรงพยาบาลและศาสนาสถาน

ภาพถ่ายจากแฟ้มภาพ - ประธานาธิบดีโฮเซ รามอส-ฮอร์ตา แห่งติมอร์ตะวันออก กำลังฟังคำถามระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอพี ในกรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2568

เมียนมาไล่ - ภาพประกอบ - FILE - East Timor's President Jose Ramos-Horta listens to a question during an interview with The Associated Press in Kuala Lumpur, Malaysia, on Oct. 27, 2025. The move sharply escalates tensions between the two countries and is a rare step between members of the Association of Southeast Asian Nations, which East Timor joined only last year. There was no immediate response from East Timor's government to efforts to contact it by phone and online for comment. (AP Photo/Rafiq Maqbool, File)

ข่าวที่เกี่ยวข้อง:

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมียนมาไล่ “ทูตติมอร์ตะวันออก” รับคำร้องชนพื้นถิ่น-สอบคดีอาชญากรรมสงคราม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...