โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มาสเตอร์ แปลน 101 งัด ‘Single-Team Integration’ มัดใจลูกค้าไฮเอนด์กางพอร์ต 1,200 ล้าน สู้ศึกบ้านหรูขาลงปี 69

การเงินธนาคาร

อัพเดต 17 ก.พ. เวลา 14.46 น. • เผยแพร่ 17 ก.พ. เวลา 03.15 น.

17 กุมภาพันธ์ 2569–สัญญาณอันตรายตลาดบ้านหรูปี 68 ตลาดดิ่ง 35%สวนทางหนี้ครัวเรือนพุ่งเศรษฐีมีเงิน มีที่ดินแต่ไม่กล้าจ่ายซุ่มรอจังหวะเศรษฐกิจฟื้นตัว มาสเตอร์ แปลน 101 เผยทางรอดคือการล็อกต้นทุนและเร่งปิดดีลลูกค้าไฮเอนด์ที่กำลังรอจังหวะ เร่งปรับกระบวนทัศน์การบริหารจัดการเวลาและนวัตกรรม พร้อมกางพอร์ตรายได้ในมือ 1,200 ล้านบาท มุ่งเป้าฟื้นตัวแกร่งในปี 2569 ผ่านการเจาะเซกเมนต์ Ultra Luxury ทั่วประเทศ

นายอนันต์กร อมรวาที กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสเตอร์ แปลน 101 จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2568 ถือเป็นปีที่ท้าทายอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทยที่ต้องเผชิญกับสภาวะ "Perfect Storm" จากมรสุมเศรษฐกิจรอบทิศทาง ทั้งปัจจัยภายนอกจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก กำแพงภาษี และภาวะสงครามในหลายภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องให้เศรษฐกิจไทยหดตัว โดยคาดการณ์ GDP ต่ำกว่า 2.5% เมื่อผนวกกับปัญหาหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ได้ส่งผลฉุดกำลังซื้อของผู้บริโภคให้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ กระทบต่อภาพรวมอสังหาริมทรัพย์วงกว้าง โดยเฉพาะโครงการบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียม

ขณะเดียวกัน ตลาดรับสร้างบ้านได้รับผลกระทบในทิศทางเดียวกัน โดยภาพรวมทั้งประเทศหดตัวลง 11% จากมูลค่า 2.13 แสนล้านบาทในปี 2567 เหลือเพียง 1.9 แสนล้านบาท แม้จะยังไม่รุนแรงเท่าภาคอสังหาริมทรัพย์กระแสหลัก โดยส่วนแบ่งตลาด (Market Share) แบ่งเป็น:

  • บ้านระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาท (50%)
  • บ้านระดับราคา 5 - 20 ล้านบาท (25%)
  • บ้านระดับราคา 20 ล้านบาทขึ้นไป (25%)

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่ายอดขายของสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านลดลงมากกว่าภาพรวมตลาด โดยหดตัวลงราว 18% เนื่องจากสัดส่วนหลักเป็นบ้านระดับราคาเกิน 5 ล้านบาทขึ้นไป

“เมื่อเจาะลึกลงไปถึงตลาดรับสร้างบ้านหรูที่มีมูลค่าเกิน 20 ล้านบาทขึ้นไป เดิมคาดว่าคงไม่กระทบเพราะลูกค้ามีเงินและที่ดินอยู่แล้ว แต่ข้อมูลกลับระบุว่าเซกเมนต์นี้หดตัวลงอย่างหนักถึง 35% เนื่องจากกลุ่มลูกค้ายังขาดความเชื่อมั่นและเลือกที่จะเก็บออมเงินสดไว้ก่อนเพื่อรอจังหวะเศรษฐกิจที่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นว่าตลาดบ้านหรูได้รับผลกระทบหนักไม่แพ้ภาคอสังหาฯ อื่นๆ”

อย่างไรก็ดี ธุรกิจรับสร้างบ้านมีความแตกต่างจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คือเป็น "Real Demand" ซึ่งกลุ่มที่กระทบชัดเจนจะเป็นกลุ่มสร้างบ้านระดับ 10 ล้านบาทขึ้นไป ส่วนกลุ่มบ้าน 20 ล้านบาทขึ้นไปอาจเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นในปีนี้

ซึ่งผู้บริหารยอมรับว่าในส่วนของ Master Plan 101 เองก็ไม่รอดจากผลกระทบภาวะตลาดรับสร้างบ้านหรูหดตัวลงนี้ ย้อนกลับไปในปี 2567 บริษัทสามารถทำยอดขายสูงถึง 900 ล้านบาท แต่ปี 2568 ยอดขายกลับหดตัวลง 25% เหลือเพียง 675 ล้านบาท อย่างไรก็ดีด้วยระยะเวลาในการสร้างบ้านส่วนใหญ่อยู่ราวๆ1.5- 3 ปี ทำให้บริษัทยังมีโครงการที่ต่อเนื่องจากปี 2567 และปี 2568 ที่จะส่งผลยาวถึงปี 2569 ส่งผลให้มี Portfolio ในมือรวมกว่า 1,200 ล้านบาท ถือเป็นรายได้ที่รองรับความมั่นคงของบริษัทได้อีกอย่างน้อย 2 ปี

“แม้จะเป็นปีที่หนักหน่วง แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยของตลาดกลุ่มรับสร้างบ้านลักชัวรี เราสามารถ Outperform ได้สูงกว่าตลาดถึง 10% ซึ่งเป็นผลมาจากความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อประสบการณ์และความน่าเชื่อถือของบริษัท”

ฝ่าวิกฤต GDP ดิ่ง! มั่นใจฐานลูกค้า Leads คุณภาพ ดันยอดขายพุ่งสู่ 843 ล้าน

สำหรับทิศทางในปี 2569 ผู้บริหารมองว่าเศรษฐกิจอาจยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดย GDP มีแนวโน้มชะลอตัวจาก 2.5% เหลือเพียง 1.5% ซึ่งถือเป็นโจทย์ที่หนักพอสมควร อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้าการเติบโตในปี 2569 ไว้ที่ 25% เพื่อดึงยอดขายจาก 675 ล้านบาท กลับสู่ระดับ 843 ล้านบาท โดยมี 4 แรงหนุนสำคัญคือ:

  • ฐานข้อมูลลูกค้าในมือมากกว่า 300 รายชื่อ มีมูลค่าการก่อสร้างกว่า 3,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทคัดกรองมาแล้วว่าในปี 2569 นี้จะมีกลุ่มลูกค้าที่ตัดสินใจสร้างบ้านกับเราประมาณ 1,000 ล้านบาททั่วประเทศ แบ่งเป็นกรุงเทพฯ 50% และต่างจังหวัด 50% ซึ่งในอดีตยอดขายของมาสเตอร์ แปลน เติบโตเกือบแตะ 1,000 ล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากลูกค้าต่างจังหวัดด้วย ซึ่งสร้างบ้านตั้งแต่ 50 - 300 ล้านบาท
  • การทำการตลาดอย่างต่อเนื่อง ทั้งออนไลน์และออฟไลน์ ในส่วนของออนไลน์มีการปรับ Content รีวิวบ้านให้ลูกค้าดู เพื่อสร้างความเชื่อมั่นจากผลงานที่เป็นที่ประจักษ์ ในส่วนของออฟไลน์มีการออก Event 9-10 ครั้ง โดยใช้งบการตลาดเกือบ 20 ล้านบาท
  • รัฐบาลใหม่ ซึ่งคาดหวังว่ารัฐบาลชุดใหม่จะเร่งขับเคลื่อนนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็ว ๆ นี้ เพื่อทำให้ธุรกิจเดินต่อไปได้ ซึ่งในรัฐบาลชุดใหม่มีรองนายกฯ และทีมเศรษฐกิจที่มั่นใจได้ว่าจะนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างดี
  • โอกาสสร้างบ้านในราคาเดิม เนื่องจากสภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ค่อยดีนัก จึงเป็นโอกาสของผู้บริโภคที่จะสร้างบ้านในราคาเดิมได้ เพราะเมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจดี วัสดุและค่าแรงจะปรับตัวสูงตามไปด้วย ทำให้ต้นทุนในการสร้างบ้านปรับตัวขึ้น 5-10%

“กลุ่มบ้านราคาประหยัดหรือราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทมีการแข่งขันสูงจากทั้งผู้รับเหมาและบริษัทรายย่อยผู้บริโภคเน้นความคุ้มค่า ราคาประหยัด และเปรียบเทียบค่อนข้างเยอะ แต่ในกลุ่มไฮเอนด์หรืออัลตราลักชัวรี สิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญคือ 'เวลา' และ 'ความสะดวก' หากเราสามารถคืนเวลาและลดความยุ่งยากให้เขาได้ นั่นคือปัจจัยสำคัญที่ลูกค้าจะเลือกเรา”

ยุทธศาสตร์ "The Master Home Builder": การบริหารสินทรัพย์ด้านเวลา

ท่ามกลางความผันผวนของตลาด มาสเตอร์ แปลน 101 (Master Plan 101) ได้ประกาศปรับทิศทางธุรกิจครั้งสำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างของการสร้างบ้านหรูที่มักมีความซับซ้อนและใช้เวลานาน โดยชูแนวคิดการเป็น “ผู้คืนเวลา” ให้กับกลุ่มลูกค้าไฮเอนด์ ซึ่งมองว่า "เวลา" คือต้นทุนทางธุรกิจที่สำคัญที่สุดภายใต้คอนเซ็ปต์“THE MASTER HOME BUILDER” พร้อมกับนำพฤติกรรมของผู้บริโภคมาบวกกับการให้บริการในรูปแบบใหม่ เพื่อให้ลูกค้าจดจำ เข้าถึง และเข้าใจได้ง่าย

กลยุทธ์หลักที่บริษัทนำมาใช้คือการบูรณาการระบบงานแบบ Single-Team Integration หรือการทำงานผ่านทีมผู้เชี่ยวชาญชุดเดียวที่ดูแลตั้งแต่งานสถาปัตยกรรม การตกแต่งภายใน ไปจนถึงภูมิสถาปัตยกรรม เพื่อลดรอยต่อ (Pain Point) ในการประสานงานกับผู้รับเหมาหลายรายที่มักก่อให้เกิดงบประมาณบานปลายและระยะเวลาก่อสร้างที่ยืดเยื้อ

Intelligence OS: หัวใจสำคัญของการคุมคุณภาพ บ้านหรูเสร็จไวใน 18 เดือน

ในเชิงปฏิบัติการ บริษัทได้นำระบบ Master One 360 OS ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเฉพาะตัวเข้ามาควบคุมมาตรฐานการก่อสร้าง ควบคู่ไปกับมาตรฐาน ISO 9001:2015 โดยมีการตรวจสอบคุณภาพผ่านเช็คลิสต์กว่า 6,000 รายการ เพื่อลดความผิดพลาดในหน้างาน (Zero Defect)

นอกจากนี้ ยังมีการปรับกระบวนการทำงานให้มีความคล่องตัวสูง (Agility) ผ่านบริการ PROMPT U Service ที่สามารถสรุปแบบและสัญญาได้ภายใน 7 วัน และเริ่มงานก่อสร้างได้ภายใน 60 วัน ซึ่งถือเป็นความเร็วที่โดดเด่นในเซกเมนต์บ้านหรู โดยตั้งเป้าส่งมอบบ้านพร้อมตกแต่งภายในและจัดสวนเสร็จสมบูรณ์ภายใน 18 เดือน สำหรับพื้นที่ไม่เกิน 1,000 ตารางเมตร

Gold Series: 3 สไตล์คฤหาสน์หรูที่มาเพื่อปิดดีลลูกค้าระดับ 50-300 ล้านทั่วประเทศ

แม้ภาพรวมตลาดจะซบเซา แต่ Master Plan 101 ยังคงเดินหน้าเปิดตัว "Gold Series" เพื่อดึงดูดกลุ่ม Real Demand ที่มีความต้องการเฉพาะตัวสูง แบ่งเป็น 3 รูปแบบหลัก:

  • The Empire Gold: เน้นกลุ่มครอบครัวขยาย (Multi-generation) ในสไตล์คลาสสิก พร้อมที่จอดรถ Super Car
    • Milano Brown: ตอบโจทย์ผู้บริหารรุ่นใหม่ในเมือง (Urban Sanctuary) ด้วยรูปแบบคฤหาสน์แนวตั้ง
    • Gold Sand: งานดีไซน์แบบ Iconic ที่เน้นความแตกต่างเชิงงานประศิลปกรรม (Modern Organic Lines)

“ปี 2567 เราเห็นยอดสร้างบ้านระดับร้อยล้าน 2-3 หลัง แต่ปี 2568 ยอดกลุ่มนี้หายไปและถูกทดแทนด้วยกลุ่ม 5-10 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในกรุงเทพฯ ยังมีกลุ่มที่สั่งสร้างบ้านระดับ 70-80 ล้านบาท แบบบ้าน 3 รูปแบบบ้านที่เรานำเสนอ แบบแรกสำหรับครอบครัวขนาดใหญ่ แบบที่ 2 สำหรับผู้บริหารในเมือง และแบบที่ 3 สำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่มีเอกลักษณ์เหมือนนำงานศิลปะไปไว้ในบ้าน เราพยายามดีไซน์บ้านให้ตอบโจทย์และความชอบของลูกค้าด้วย ซึ่งในปีนี้เราคาดหวังว่าจะปิดดีลลูกค้าระดับ 50-60 ล้านบาทที่กำลังเจรจาอยู่ให้สำเร็จตามเป้าหมาย”

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...